Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Posts Tagged ‘แผนกลยุทธ์’

วันนี้ทั้งวัน ประชุมทำแผนกลยุทธ์ของคณะฯ ปี 2555-2559 .. แต่ทำไปทำมา ชักงง ว่านั่นใช่กลยุทธ์หรือไม่ เลยกลับมาเปิดตำราเก่าๆ ฟื้นความทรงจำสมัยที่เคยอบรมหลักสูตร MU-EDP รุ่น 4 เมื่อ 5 ปีที่แล้ว (สอนโดย ดร. อุทิศ ขาวเธียร รองเลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) .. ท่านสอนดี สนุกมาก … พอจะจับใจความได้ว่า

  • แผนฯ เป็นเครื่องมือของผู้บริหาร”ทุกระดับ”
  • แผนฯ ช่วยชี้แนะแก่ผู้บริหาร ในกระบวนการตัดสินใจ เพื่อบริหารอย่างถูกทิศทาง
  • การวางแผนฯ เป็นกระบวนการ “คิดก่อนทำ”
  • การบริหาร ต้องการแผนฯ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (ดีขึ้นกว่าเดิม)
  • แผนกลยุทธ์ ชี้นำให้องค์กรอยู่รอด และแข่งขันได้
  • สิ่งที่ผู้บริหารต้องทำ และสำคัญที่สุดคือ “การตัดสินใจ” (ผู้บริหารคือ decision maker)
  • ตัดสินแล้วถูก ดำเนินไปถูกทิศทาง –> นำไปสู่ความสำเร็จ
  • ตัดสินใจแล้วผิด –> นำไปสู่ความล้มเหลว
  • ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องมี “แผน” เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ไปให้ถูกทิศทาง และเลือก alternatives ที่เหมาะสม ในรูป “ยุทธศาสตร์ (Stretegy)” ซึ่งเป็นกรอบชี้นำการปฏิบัติ ที่กำหนดขึ้นอย่างสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมขององค์กร (SWOT)
  • กฎหมาย : กำหนดกรอบชี้นำการปฏิบัติ ให้ทำถูกต้อง ทำดีที่สุด คือดีเท่าเดิม ย่ำอยู่กับที่ เป็นแผนงาน/โครงการประจำ งาน routine
  • ยุทธศาสตร์ : กำหนดกรอบชี้นำการปฏิบัติ ที่ต้องทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องเป็นแผนใหม่ / แผนเชิงกลยุทธ์
  • ผลสำเร็จ คือ outcome (ดีเท่าเดิม เป็นงาน routine)
  • ผลสัมฤทธิ์ คือ Outcome ที่ต้องดีกว่าเดิม (ดีเท่าเดิมไม่ได้! ถือว่าไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้) เป็นงานเชิงกลยุทธ์
  • นโยบาย (Policy) : คือแผนในอดีต เป็นการสั่งการแบบ Top Down
  • ยุทธศาสตร์ (Strategy) : คือแผนสำหรับอนาคต เป็นการกำหนดกรอบการปฏิบัติร่วมกัน
  • พันธกิจ (Mission Statement) หมายถึง ภาระกิจหลักที่ต้องทำ (ไม่ทำไม่ได้) / ต้องเขียนแผนกลยุทธ์ด้วย commitment
  • ยุทธศาสตร์ – ต้องไม่ขัดแย้งกับ พันธกิจ (เหมือนกฎหมาย จะต้องไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ)
  • ยุทธศาสตร์ – ต้องปฏิบัติได้จริง (โดยต้องสอดรับและอิง SWOT เท่านั้นจึงจะปฏิบัติได้ และต้องมี “ศิลป์” ในองค์ประกอบของแผน ผู้คนจึงจะยอมรับ)
  • ยุทธศาสตร์ – ต้องเป็นกรอบที่ปฏิบัติไปสู่ผลสัมฤทธิ์ (คือดีกว่าเดิม) โดยต้องอาศัยความคิดริเริ่ม (อาศัยศิลป์)
  • วัฒนธรรมตะวันตก : Mission statement เป็นเหมือนคำสาบาน แต่วัฒนธรรมตะวันออก เรามักจะรอมชอม
  • คนไทย เป็นพวกที่มี skill แต่ไม่มีแผน (ไม่ต้องวางแผนก็อยู่รอด ไม่ต้องดิ้นรน)
  • ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนค่านิยมเดิมๆ ของเราก่อน ต้องมีหลักการ ต้องมีความรับผิดชอบ
  • คำว่า strategic Plan อาจเรียกภาษาไทยว่า แผนกลยุทธ์ (สภาพัฒน์ใช้) / แผนยุทธศาสตร์ (วปอ. ใช้) / หรือ แผนเชิงยุทธ์ (กองทัพเรือใช้)
  • การบริหารเชิงกลยุทธ์ ต้องมีความพร้อม 3 ด้าน : 1. แผนกลยุทธ์ที่ดี 2. บริหารแบบก้าวหน้า (ระบบบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์) 3. พัฒนาทรัพยากรบุคลากร/พัฒนาองค์กร ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
  • การวางแผนกลยุทธ์ ต้องเกิดจากการระดมสมองของ stakeholders ในองค์กร เป็นหลัก ไม่ใช่จ้างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก (ยกเว้นเป็น consultant เพียง 1 คน สำหรับปรึกษา)

ขั้นตอนการวางแผนฯ เบื้องต้น (Strategic Steps)

  1. วิเคราะห์ภาวะแวดล้อม ภายนอกและภายใน (SWOT analysis)
    “รู้เขา-รู้เรา-เพื่อรู้เราอย่างลึกซึ้ง –> รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง”
  2. กำหนดทิศทางพัฒนาองค์กร (วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์หลัก)
  3. ยกร่างและกำหนดยุทธศาสตร์ (กลยุทธ์) การพัฒนา –> กรอบชี้นำการปฏิบัติ
  4. กำหนดยุทธวิธี (กลวิธี) การดำเนินงาน –> แผนงาน/โครงการ
  5. ปรับองค์กร กลไกการเร่งรัดขับเคลื่อน และติดตามการประเมินผล

เสมือนหนึ่งมีขั้นตอน :
– หากต้องการพัฒนาเพื่อให้ดีกว่าเดิม ให้ทำ 1->2->3->4->5
– พัฒนาให้อยู่รอด ให้ทำ 1->3->2->4->5
– แต่ถ้าต้องการพัฒนาให้ดีที่สุด ให้ทำ 2->1->3->4->5

ยุทธศาสตร์จะชัดเจนแค่ไหน ขึ้นกับความชัดเจนและประสิทธิภาพของ SWOT

ซุนวูกล่าวไว้ว่า “แม่ทัพที่ดูทุกเรื่อง จะไม่เห็นอะไร .. แม่ทัพที่รู้จักดู จึงจะเห็น” เป็นผู้บริหารระดับไหน ให้ดูเฉพาะดัชนีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

องค์ประกอบหลักของแผน มี 3 ด้าน คือ

  • ด้านศาสตร์ : ได้แก่ เทคนิคการวางแผนฯ ระดมสมอง การติดตาม ประเมินผลแผนฯ
  • ด้านศิลป์ : เป็นส่วนที่ทำให้แผนยุทธศาสตร์ มีความแหลมคม ได้แก่ แนวคิดริเริ่ม แนวคิด หลักทฤษฎี จินตนาการ หลักการบริหารจัดการ ความเข้าใจการเมืองในองค์กร (จึงจะเกิดการยอมรับได้ และปฏิบัติตาม)
  • ด้านประสบการณ์ : เป็นส่วนที่ทำให้การเอาแผนฯไปใช้แล้วบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ ภูมิปัญญา องค์ความรู้ บุคลากร ความรู้ ความชำนาญ Wisdom (หาปรัชญาที่เป็นของเราเอง)
  • ยุทธศาสตร์ที่อิง SWOT อย่างเดียว จะแข็งทื่อ ดังนั้นต้องอาศัยศิลป์ ความคิดริเริ่ม ประสบการณ์ ฯลฯ จึงจะทำให้แหลมคม
  • ยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจน เกิดจาก 1. ขาด SWOT ที่ชัดเจน 2. ขาดความคิดดีๆ (เหมือนลู่วิ่ง ที่ต้องแคบ จะได้วิ่งไม่สะเปะสะปะ)
  • แม้จะมียุทธศาสตร์ที่ดีแล้วก็ตาม ยังจะต้องมี “เทคนิค (ในการวิ่ง)” ที่ดีด้วย (ทั้งเทคนิคทั่วไป คือ BSC (เน้นผลลัพธ์ 4 มุมมอง) และเทคนิคเฉพาะของสถาบันการศึกษา / มหาวิทยาลัย) ในการแปลงยุทธศาสตร์ ให้เป็น ยุทธวิธี

ทางเลือกการยกร่างยุทธศาสตร์ (แปลงยุทธศาสตร์ เป็น แผนงาน-โครงการเชิงยุทธ์)

  1. การยกร่างโดยอิง วัตถุประสงค์หลัก –> เอาวัตถุประสงค์หลักเป็นตัวตั้ง ง่ายสุด แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถสร้างวัตถุประสงค์ใหม่ขึ้นมาได้
  2. การยกร่างโดยอิง SWOT –> ยากกว่า แต่จะสามารถสร้างวัตถุประสงค์ใหม่ได้ (มักเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการวางแผนฯมาแล้ว)

ยุทธวิธีแก้ไขปัญหา 4 รูปแบบ :

  1. โอกาส+จุดแข็ง –> ยุทธศาสตร์ประเภท ลุย-เร่งขยาย เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก
  2. จุดแข็ง+ข้อจำกัด –> ยุทธศาสตร์ประเภทการแข่งขันสูงมาก ไม่ควรเสี่ยง รักษาสภาพและติดเขี้ยวเล็บให้กับจุดแข็ง เพื่อเสริมสมรรถนะในการแข่งขัน หรือหาแนวร่วมเพื่อลดความเสี่ยง (เนื่องจากคู่แข่งก็เก่ง)
  3. โอกาส+จุดอ่อน –> ยุทธศาสตร์ประเภท น่าเสี่ยง ลองเสี่ยง-ปรับปรุง
  4. จุดอ่อน+ข้อจำกัด –> ยุทธศาสตร์ประเภท ล่องลอย ไม่มีอนาคต ต้องเลิกกิจการ โอนย้าย
  • ยุทธศาสตร์ที่ดี ต้องมีครบทั้ง 4 ประเภท แต่ละประเภทมีหลายๆ ข้อ (และต้องปฏิบัติได้!)
  • การจัดลำดับแผนงาน/โครงการ (Project Idea) : ถ้าได้งบประมาณมา จะ allocate เงินให้แผนงานโครงการเชิงยุทธ์ มากกว่าแผนงานโครงการประจำ เนื่องจากแผนงานประจำ ทำดีแค่ไหน ก็จะดีเท่าเดิม
  • แต่แผนงานเชิงยุทธ์ จะมุ่งผลสัมฤทธิ์ คือดีกว่าเดิม วิธีทำให้แผนงานประจำ ดีกว่าเดิม คือ ทำให้ถูกกว่าเดิม หรือประหยัดขึ้น โดยการ subcontract (จ้างคนนอกมาทำ จะถูกกว่า)
  • การติดตาม (Monitoring) และการประเมินผล (Evaluation) จะต้องอาศัยมาตรฐาน/ดัชนีสากล และเป็น ดัชนีที่ update ล่าสุดเสมอ เราจึงจะรักษามาตรฐานเอาไว้ได้
  • การประเมินผล ไม่ได้ประเมินเพื่อตัดสิน ว่าใครถูกหรือผิด หรือจับผิด แต่ประเมินว่า “บรรลุเป้าหมาย” หรือไม่ และจะดำเนินการต่ออย่างไร

“กระบวนการวางแผน ไม่สิ้นสุด และมีวิวัฒนาการโดยตรงต่อแผนฯ – การคิดทบทวนใหม่ (Rethinking) ไม่ใช่เรื่องแปลกในการวางแผน”

Read Full Post »

วันที่ 17 มีนาคม 2552 เรียนเรื่อง “การวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้การทำงานสำเร็จ” วิทยากร คือ รศ.ดร. สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ จากคณะสังคมฯ

ที่จริงเรื่องทำนองนี้ เคยได้รับการอบรมมาแล้วบ้าง เมื่อครั้งก่อนๆ [ ดูเอกสารการบรรยายได้ที่นี่ค่ะ ] แต่ก็ดีเหมือนกัน หลายสูตร หลายตำรา จะได้เข้าใจดีมากยิ่งขึ้น
ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สนุกๆ มาฝาก ดังนี้ค่ะ

  • Execution of strategies is more important than having the strategies.
  • Plan without action = day dream / Action with no plan = nightmaire
  • หลักใหญ่ๆ ของการวงแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) ก็คือ กำหนดวิสัยทัศน์ -> พันธกิจ หรืออาจทำ SWOT Analysis ก่อน แล้วจึงค่อยกำหนดวิสัยทัศน์ก็ได้
  • จากนั้น ยกร่าง กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) หรือเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (Flagship / Strategic Objectives) ไว้เป็นภาพกว้างๆ
  • กำหนดกลยุทธ์หลัก (Strategies) (หรือสมัยก่อนเรียกว่า แผนงาน) ของประเด็นยุทธศาสตร์แต่ละข้อ
  • กำหนดโครงการ/กิจกรรม ของกลยุทธ์หลัก … ซึ่งต้องเป็นโครงการเชิงกลยุทธ์ ตอบสนองวิสัยทัศน์ และสามารถปฏิบัติได้จริง
  • อะไรก็ตาม ถ้าวัดไม่ได้ ประเมินไม่ได้ ก็บริหารไม่ได้ … ดังนั้น จึงมีการสร้างแผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategic Map) แล้วใช้ Balanced Scorecard (BSC) ในการวัดความสำเร็จ จากมุมมองทั้ง 4 มิติ คือ C F I L และกำหนดค่า KPI เป็นดัชนีชี้วัด
  • ที่สำคัญคือ จะต้องทำประชาพิจารณ์ และสื่อสาร (cascading) วิสัยทัศน์ลงไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิด “Sense of Belonging” ทั่วทั้งองค์กร จึงได้ผล

ได้ความรู้ใหม่มาอีกหนึ่งเรื่อง คือ เรามักจะใช้คำว่า พัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource Development) แทนคำว่า บริหารงานบุคคล (Personnel Management) แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งดีใหญ่ นิยมใช้คำว่า ทุนมนุษย์ (Human Capital) แทนคำว่า ทรัพยากรบุคคล (Human Resource) เพราะเห็นว่า ความรู้ความสามารถและสติปัญญาของบุคลากรเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (intangible assets) และเป็นทุนองค์กร ที่สามารถทำกำไร (หรือขาดทุน) ให้แก่องค์กรได้

Read Full Post »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 40 other followers