จริยธรรม เพื่อความสำเร็จในการทำงาน

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค. 52) เป็นวันแรกของโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน สำหรับบุคลากรคณะวิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 1 ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 40 คน ระยะเวลาเรียน 44 ชั่วโมง (เรียนวันละ 2 ชั่วโมง หลังเลิกงาน 16.30-18.30)

วันแรกเรียนเรื่อง “จริยธรรม เพื่อความสำเร็จในการทำงาน” … เมื่อ 2 ปีก่อน เคยเข้ารับการอบรม “โครงการพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 4” ก็เลยมีข้อเปรียบเทียบกันหลายอย่าง … เอาเป็นว่า เลือกแต่ส่วนดีๆ มาก็แล้วกันนะคะ เพื่อเป็นการพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง

การเรียนวันแรก ขลุกขลักนิดหน่อย เลยเริ่มช้า-เลิกช้า กว่าเวลา ที่จริงตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยรักษาเวลาเวลาเข้าประชุม แต่ก็ทราบดีว่า “การตรงต่อเวลา” เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้บริหาร เลยคิดว่าเรื่องนี้ตัวเองจะต้องพยายามปรับปรุงเหมือกัน จำได้ว่าท่านอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านหนึ่ง เคยสอนไว้ว่า การตรงต่อเวลา จะต้องตรงเวลาจริงๆ ไม่ก่อนหรือหลังเกินไป ถ้าเริ่มงานก่อน คนมาทีหลังจะกลายเป็นคนมาสาย แม้จะยังไม่ถึงเวลาในกำหนดการ แต่ถ้าเริ่มช้า คนอื่นจะต้องรอ …

นั่งเรียนอยู่หลังห้อง ฟังวิทยากรบรรยายไป ก็พยายามจะนึกย้อนดูตัว … เวลาไปเป็นวิทยากรบ้าง ความจริงการที่มีโอกาสฟังบรรยายจากวิทยากรหลายๆ ท่าน ก็ดีเหมือนกัน จะได้หาข้อคิดว่า ทำอย่างไรจะไม่ทำให้คนฟังเบื่อและหลับไปเสียก่อน หรือทำอย่างไรจะให้คนฟังได้ประเด็นสำคัญไปอย่างครบถ้วน … ที่จริงเรื่องนี้ก็คงต้องฝึกหนักเหมือนกัน

ฟังบรรยายหัวข้อนี้จบแล้ว และได้ไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองจากอินเตอร์เน็ต จะได้บันทึกเก็บไว้ ถูกผิดอย่างไรไม่รู้นะคะ เอาตามความเข้าใจของตัวเองก็แล้วกัน เพราะปกติแล้วมักจะสับสนและไม่แตกฉานกับคำศัพท์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น สัจธรรม (Truth) จริยธรรม (Ethics/Moral Philosophy) ศีลธรรม (Moral) คุณธรรม (Moral/Virtue) จรรยาบรรณ (Code of Conduct / Professional Ethics) มโนธรรม (Conscience) วัฒนธรรม (Culture) ฯลฯ

จริยธรรม = จริยะ (ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ)
+ ธรรม (หลักปฏิบัติ กฎเกณฑ์ คุณความดี ความเป็นจริงของธรรมชาติ)

คุณธรรม (Moral/Virtue) เป็นลักษณะความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจ
จริยธรรม (Ethics/Moral Philosophy) เป็นลักษณะการแสดงออกของร่างกาย

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เรื่องของ เหตุผลเชิงจริยธรรม (Moral Reasoning) คือ การที่บุคคลจะใช้เหตุผลในการเลือกที่จะกระทำ หรือไม่กระทำพฤติกรรมใด … ขึ้นอยู่กับระดับจริยธรรมและแรงจูงใจหรือเหตุที่อยู่เบื้องหลังการกระะทำนั้น ซึ่งมีอยู่ 6 ระดับ ตามตำราของ Kohlberg, 1976

  • ระดับ 1 : ทำไปเพื่อหลบหลีกการถูกลงโทษ หรือหลีกเลี่ยงผลกระทบ
  • ระดับ 2 : ทำไปเพื่อแสวงหารางวัล ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการกระทำ
  • ระดับ 3 : ทำตามคนอื่น (ใครๆ เขาก็ทำกัน)
  • ระดับ 4 : ทำตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐานของสังคม
  • ระดับ 5: ทำตามข้อตกลง (Social Contract) ทฤษฎีสัญญาประชาคม
  • ระดับ 6 : ทำโดยยึดหลักคุณธรรม ความยุติธรรม อุดมคติสากล

เรื่องในแนวปรัชญาแบบนี้ มีการถกเถียงกันมาโดยตลอด เวลาจะตัดสินพฤติกรรมหรือการกระทำของใครว่าถูกหรือผิด ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าผู้ตัดสินให้คุณค่ากับเรื่องอะไร สำคัญกว่าเรื่องอะไร ควรจะทำอะไรในสถานการณ์นั้นๆ ควรกระทำหรือไม่ควรกระทำ เพราะเหตุผลอันใด ฯลฯ

ดังนั้น หากผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการปกครอง คิดได้ใน level เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับบุญหรือกรรมของบรรดารากหญ้าไปก่อนก็แล้วกันนะ …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s