Web 2.0 กับงานห้องสมุด

3 ก.ค. 52

เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 52 ทางสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญให้ไปบรรยาย ในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “web 2.0 กับงานห้องสมุด” … ดีใจมาก เพราะจะได้แวะกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่เชียงใหม่ด้วย เป็นช่วงวันหยุดยาว 4-8 ก.ค. 52 ของเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

เขาให้ไปพูดเรื่อง “ประสบการณ์การนำ web 2.0 มาใช้กับงานห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข” … ซึ่งไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่หรอก แต่ได้กลับมาเพียบเลย เพราะมีโอกาส update ความรู้จาก 2 เซียนที่เป็นวิทยากรร่วมกัน คืออาจารย์บุญเลิศ แห่งศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Knowledge Services : STKS) และอาจารย์เลอชาติ แห่งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC) (web 2.0 เจ้าเก่า ทั้งคู่)

เล่าแบบสรุปๆ ว่าได้แนวคิดอะไรมาบ้างก็แล้วกันนะคะ

  • มองไปทางไหน (ในอินเทอร์เน็ต) ก็จะเห็นได้ชัดว่า การใช้ web 2.0 เป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Blog (WordPress, LiveJournal), Micro-blogging (Twitter), Chat (IM), Wiki, RSS Feed, Webboard, Photo Sharing (Flickr ฟลิก-เกอร์), Video Sharing (YouTube), SlideShare, Podcast, Social Network (Hi5, Facebook, Multiply, Ning, MySpace), Social Bookmarking รวมทั้งระบบ Folksonomy และ Tag Cloud (Del.icio.us หรือ Delicious), การสร้างเว็บไซต์ (แบบทุกคนมีส่วนร่วม) ด้วย CMS ฯลฯ และอื่นๆ อีกมากมายมหาศาล แสดงว่า การสร้างสังคมออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องการจัดการความรู้ KM ได้เป็นอย่างดี … ทำให้คิดเล่นๆ ว่า เมื่อก่อนคิดว่าการอยู่กับคอมพิวเตอร์มากๆ จะทำให้คนเราพูดจาสื่อสารกันน้อยลง แต่สงสัยว่าจะไม่จริงเสียแล้ว
  • การใช้ web 2.0 มี 2 แบบ คือ สร้างเอง (Develop) กับเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วฟรีๆ บนอินเทอร์เน็ตมาผสมๆ กันและประยุกต์ใช้ (Mashup) … แฮ่ะ ๆ ซึ่งตัวเองทำเป็นแต่แบบที่ 2
  • ก่อนเล่น web 2.0 ควรทำการติดตั้งเครื่องมือเครื่องใช้ ให้พร้อมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน เลือกเอารายการที่ใช้บ่อยๆ … ทำการปรับหน้าจอ Web Browser ให้เป็น Homepage ส่วนตัวตามใจชอบ ด้วย iGoogle และสำหรับหน้าจอ Desktop ควรทำการติดตั้ง Desktop Sidebar เป็นตัวช่วย
  • ห้องสมุดสามารถเอา web 2.0 มาใช้กับงานได้ตั้งหลายอย่าง ที่ห้องสมุดสตางค์เราเอามาใช้เฉพาะกับงานบริการและงานประชาสัมพันธ์ แต่ได้ความรู้ใหม่ว่า เอามาใช้กับงานเทคนิค งาน catalog หนังสือได้ด้วย เช่น LibraryThings ซึ่งเป็น Catalog 2.0 บรรณารักษ์สามารถสร้างห้องสมุดได้ฟรีๆ บนนี้เลย อีกตัวหนึ่งคือ Vufind (อ่านว่า วิว-ฟาย) เป็นโปรแกรม Open Source ที่ใช้ครอบระบบสืบค้นทรัพยากรห้องสมุดที่มีอยู่แล้ว (เช่น ระบบ Innopac) ทำให้เป็น OPAC 2.0 เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถค้นได้แบบ one stop service และแสดงความคิดเห็นในขณะที่ค้นหาหนังสือได้มากขึ้น และ OpenSearch ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสร้างกล่องรับคำค้น แปะไว้บน menu bar ของเครื่องผู้ใช้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดเข้าไปในเว็บ หากต้องการสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์นั้น
  • Zotero เป็นอะไรบางอย่าง (ที่ฟรี) และจะมาไล่ถล่มโปรแกรมจัดการบรรณานุกรมชื่อดัง (และแพง) อย่าง EndNote เห็นว่าเคยโดนบริษัท Thomson เจ้าของ EndNote ฟ้อง แต่ไม่ชนะ อันที่จริงเมื่อไม่นานมานี้ เคยเห็นการทำงานของโปรแกรม Papers ในเครื่อง Mac มาก่อน สงสัยจะคล้ายๆกัน … แหม ตอนนี้น่าจะกำลังเป็นยุคทองของ Reference 2.0 เลยทีเดียว

ได้เทคนิคการใช้ web 2.0 กับงานห้องสมุด ภาคพิสดาร อีกหลายเรื่อง … พรุ่งนี้จะกลับมาเล่าต่อนะคะ

3 thoughts on “Web 2.0 กับงานห้องสมุด

  1. เขียนขยายความต่อในเรื่องนี้อีกซิครับ น่าสนใจมากครับ ผมจะแวะกลับมาอ่านครับ

  2. ขอบพระคุณครับที่ขยายความเรื่องราวให้ทราบ ได้ประโยชน์มากครับ ไม่ได้แกล้งชมนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s