สรุปความคิดเห็นจากการสัมมนา Social Network

สรุปความคิดเห็นที่ได้จากการประชุมเครือข่ายผู้ดูแลเว็บไซต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ประจำปี 2553 และการสัมมนาเรื่อง “The Current Status of Social Network for Mahidol-Phayathai Society” วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2553 ณ ห้องประชุม K102 คณะวิทยาศาสตร์ พญาไท

เนื่องจากเป็นการคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จึงไม่มีเอกสารแจก และไม่มีอะไรผิด อะไรถูก .. เพียงแต่เป็นการช่วยกันคิด ช่วยกันระดมสมอง .. ขอสรุปคำพูดของวิทยากรหลายๆ ท่าน ปะปนกันไป เป็นข้อๆ ดังนี้

  1. ตอนแรกก็คัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับบรรดา Social Network และ Wiki เพราะเห็นว่าเราไม่สามารถคัดกรองความถูกต้องได้ แต่ต่อมาก็พบว่า แทนที่เราจะต่อต้านหรือคัดค้าน ก็ควรเข้าไปศึกษา เพื่อดูว่าลึกๆ ข้างในนั้น มีประโยชน์อะไรบ้าง
  2. ที่จริง เรื่อง social network มีมานานแล้ว เป็น e-mail group, usenet, webboard พันธุ์ทิพย์, เขียน blog, เล่น twitter, Facebook ฯลฯ ซึ่งใช้นามแฝง แต่ต่อมาก็อาจไม่ต้องแอบๆซ่อนๆ ใช้ชื่อจริงไปเลย อยากให้แสดงตัวตนที่แท้จริง มิฉะนั้นจะเป็นสังคมที่หลอกลวงกัน เห็นด้วยว่า social network เป็นที่นิยมและเริ่มต้นในหมู่เด็กนักศึกษา และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากในอนาคต
  3. กองกิจการนักศึกษา ได้จัดทำ “Wisdom Society” อยู่ที่เว็บไซต์ http://wemahidol.mahidol.ac.th เพื่อสร้างสังคมอุดมปัญญา แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อสารกันในกลุ่มคนทำงานและนักศึกษา เป็น CoI (Community of Interest) ก่อนที่จะกลายมาเป็น CoP (Community of Practice)
  4. ในมุมมองของผู้บริหาร อาจใช้ Facebook, Twitter เป็นเครื่องมือในการบริหารงานได้ เป็นการสื่อสารไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาว่าเรากำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่บ้าง คำสั่งหรือนโยบายอะไร ถ้าบอกต่อๆกัน ข้อมูลอาจจะบิดเบือนได้ การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ก็จะเป็น committment นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างความไว้วางใจ (trust) เปิดเผยตัวตนแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม การใช้ Facebook ในการบริหาร อาจทำให้อีกด้านหนึ่งของชีวิตส่วนตัวเราหายไป
  5. ซึ่งเรื่องนี้ บางคนก็อาจเห็นต่าง ถ้าเล่น Social network แล้ว คงต้องยอมรับชีวิตที่เป็น public แต่ทุกคนเห็นด้วยว่า คงต้องระมัดระวัง อย่ารับ add friends โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ อาจดู mutual friend และ info ของคนที่มาขอ add ก่อน และไม่รับคนที่ไม่รู้จัก เพราะเขาจะรู้ความเป็นส่วนตัวของเรา แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็น Fan Page ของคณะ มักจะรับหมด เพราะต้องการ collect คนเข้ามาเยอะๆ โดยเฉพาะนักเรียนที่เพิ่งสอบเข้าได้ นักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า (การมี facebook จะช่วยได้มากเวลาติดตามเด็กนักศึกษาต่างจังหวัด) และอาจให้ความรู้สู่ประชาชนผ่าน facebook
  6. สำหรับทางคณะแพทย์รามาฯ มีการเขียน Blog ให้ความรู้ทางด้านสุขภาพ หมอและพยาบาลไม่ค่อยนิยมใช้ twitter มีการสร้าง Youtube ที่มีชื่อว่า Rama Tube เป็นการสร้าง branding และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้แก่องค์กรที่ประหยัดกว่าการเสียค่าโฆษณาผ่านสื่ออื่นๆ มีการสร้าง Facebook ในกลุ่มแพทย์ค่อนข้างเยอะมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ประชาชน และศิษย์เก่า เกิดภาพบวกต่อทั้งรามาฯ และมหาวิทยาลัย
  7. ส่วนคณะเภสัช ใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษา การติดต่อดูแลนักศึกษา นักศึกษาต่างชาติ การประชาสัมพันธ์เชิงรุกไปยังบุคคลภายนอก
  8. กิจกรรมที่ทุกคนเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่เห็นชัดเจนมาก คือการใช้ Facebook ในการระดมคน มาร่วมกันทำความสะอาด ในวัน Big Cleaning Day (เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2553) หลังจากเกิดเหตุการณ์จราจลที่กรุงเทพมหานคร
  9. ส่วนข้อควรระวังนั้น ทางรามาฯ เห็นเป็น 7 ประการ คือ 1. Fake 2. Crime 3. Loss of real social interaction (แต่เรื่องนี้ก็ไม่แน่ เพราะในทางกลับกัน อาจเป็นช่องทางทำให้รู้จักคนมากขึ้น) 4. Confidentially data (ข้อมูลส่วนตัว) 5. Spend a lot of time 6. Conflicts (religions, politics, etc.) 7. Computer related diseases/syndromes
  10. ทางวิศวะ กลับไม่ค่อยเป็นห่วงสักเท่าไหร่ เห็นว่าเวที social network เป็นโอกาสที่ทำให้เราสามารถสื่อสารในสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร เป็นสิทธิส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราอยู่ในองค์กร คงต้องใช้วิจารณญานมากหน่อย มี paper หนึ่งในนิตยสาร Fast Company เรื่อง Generation Web 2.0 Workers May Prefer Facebook Perks Over More Pay กล่าวว่า ในอนาคตเด็กรุ่นใหม่อาจอยากให้อนุญาตให้เล่น facebook ในที่ทำงาน โดยยินยอมรับเงินเดือนน้อยลง แต่ถ้าเรา balance ระหว่างงานกับเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจเบี่ยงเบนไปในทางบวก หรือลบก็ได้ และนอกจากนั้น ในอนาคตอาจต้องการผู้บริหารที่มี creativity สูงกว่า integrity ก็ได้ เราไม่รู้อนาคต
  11. ในฐานะ webmaster ก็จะต้องพยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่ 3 เห็นด้วยว่ามีข้อเสีย แต่ค่อยกลัวอะไรมากนัก เพราะผู้ที่อยู่รอดได้ จะต้องมีพัฒนาการ วิวัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ แถมยังมีงานวิจัยในต่างประเทศ พบว่า 15% ของพนักงานออฟฟิศจะเล่น facebook ซึ่งการเล่นจะทำให้เกิด creativity และลดความตึงเครียดได้
  12. การใช้ social network ต้องมี own ethical sensor ต้องควบคุมตัวเอง มี parental concern มีการ supervise บุตรหลานเวลาเล่น ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านั้นอย่างถูกต้อง ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานและติดต่อสื่อสาร ไม่ได้เพื่อเล่นเกมในที่ทำงาน ต้องดูว่ามันทำให้ทำให้สังคมของเราเสียหรือไม่ งานหลักๆของเราเสียหรือไม่ ตราบใดที่งานเราไม่เสีย สุขภาพเราไม่ทรุดโทรม ไม่ค่อยเป็นห่วง แต่อะไรคือความพอดี อาจยังตอบไม่ได้
  13. ที่อยากจะฝากไว้คือ ควรหาทางร่วมมือกับ network ภายนอกด้วย ต้องมีกรรมการกลางคอยติดตาม ออกนโยบายสำคัญๆ เพื่อกำกับดูแลและสนับสนุนผู้ใช้ภายในองค์กร เห็นว่า social network เป็นแค่ management tool อย่างหนึ่งเท่านั้น เป็นเครื่องมือสร้างกิจกรรมและหลายๆ อย่างในองค์กร ที่ใช้ง่ายและน่าสนใจ แต่ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งสำคัญหรือจำเป็นมากนัก อยากให้มีการพบหน้าเจอะเจอกันมากกว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขององค์กรสำคัญกว่า และมันสำคัญว่าเรารักองค์กรแค่ไหน
  14. อาจตั้งกรรมการร่วมกัน เราจะไม่ตั้ง social network เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย หรือหวังเพียงให้อันดับของ webometrics ranking ดีขึ้น แต่จะเพื่อประโยชน์ของสังคมจริงๆ ปัญญาของแผ่นดินไม่ใช่เป็นเพียงสโลแกน เราต้องให้ประโยชน์กลับไปสู่สังคม เราไม่ควรเป็นกลาง แต่เราจะอยู่ข้างความดี ความถูกต้อง และปัญญา
  15. จากประสบการณ์ของนักศึกษา

  16. ใช้ social network มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม เล่น chat room ของ Sanook, MSN, เว็บบอร์ดพันธุ์ทิพย์, Hi5 ต่อมาจึงเล่น Facebook, twitter ใช้เป็นส่วนตัวและเห็นว่าค่อนข้างมีประโยชน์ แต่เห็นว่า หากไม่มีวัฒนธรรม จริยธรรมในการใช้ social network อาจทำให้คำพูดรุนแรง สร้างความขัดแย้งได้ โดยเฉพาะการ post ข้อความใน webboard ที่ไม่ต้องลงชื่อ
  17. มันง่ายต่อการ post หรือ tweet แต่เราคงเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงที่เกิดขึ้น กรุงเทพฯไฟไหม้ เราก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด เราต้องคิดก่อน post หรือ tweet เนื่องจากข้อความของเราจะกระจายไปทั่ว ดังนั้นถ้าเรามีความโกรธ ควรหยุด post อยู่นิ่งๆ หรือทำอะไรขำๆ แทน
  18. เวลาที่เอาข้อความคนอื่นหรือนักข่าวมา retweet ต้องระวัง อาจเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด จะต้องเลือกเสนอข่าว และไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวหรือขยายความ เพราะข้อมูลจะบิดเบือน เมื่อไรก็ตามที่เรากระจายข่าว เราจะต้องมีความรับผิดชอบต่อข่าวที่เรา share ไปยังผู้อื่น ต้องคิดให้รอบคอบก่อน นอกจากนั้น ยังต้องรับผิดชอบเรื่องเวลาของตัวเองที่สูญเสียไปจากการใช้ social media ด้วย
  19. จากข้อมูลของ http://checkfacebook.com พบว่า ปัจจุบันคนไทยมีผู้ใช้ facebook มากถึง 3.7 ล้านราย และในบทความของ Jon Russell เคยเขียนไว้ว่าประเทศไทยมีการ create กลุ่ม คนไทยมั่นใจ (โน่นนี่) กันเป็นจำนวนมากถึง 500 กลุ่ม เรื่องการรวมพลังแบบนี้เพื่อการสร้างสรรค์ก็มี เช่นวิดีโอ We are the world 25 for Haiti ศิลปินจากทั่วโลกร่วมร้องเพลงกันแบบข้ามประเทศ บน YouTube เพื่อหาเงินช่วยเฮติ เป็นต้น

นอกจากวิทยากรรับเชิญแล้ว ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างก็ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เช่น การใช้ facebook สามารถใช้ตามหาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานได้ การเปิดเว็บบอร์ดของคณะฯ ให้แสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่จะแรงมาก ต้องสอบถามผู้บริหารก่อนว่าจะรับได้หรือไม่ ส่วนที่รามาฯ แม้ว่ากระทู้จะแรง แต่มีบางส่วนที่ผู้บริหารเอาข้อมูลมาปรับปรุงและเป็นนโยบาย ออกเป็นประกาศของคณะฯไปหลายเรื่อง มีกี่กระทู้แล้วที่เรานำมาทำ ถ้าผู้บริหารลงมาตอบ เรื่องก็จะจบ เป็นความไวของการสื่อสาร ถ้ามองในแง่ดีก็มีประโยชน์ สุดท้าย เห็นว่าในยามที่บ้านเมืองมีปัญหา และในยุคที่มีการใช้ social network กันอย่างแพร่หลาย ด้วยเราเป็นชาวมหิดล หากเราสามารถสอดแทรกอะไรดีๆ เข้าไปได้บ้าง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศ

การสัมมนาวันนี้ มีนักข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ The Nation ผู้จัดการ และ Radio Thailand มาสังเกตการณ์และขอสัมภาษณ์อาจารย์และนักศึกษาที่เป็นวิทยากรด้วย รวมทั้งสัมภาษณ์คนจัดงาน … อ่านได้ที่นี่ค่ะ “Facebook ฉบับชาวมหิดล รวดเร็ว-ทันใจ-ไม่ไร้สาระ”

ส่วนภาพบรรยากาศในงานดูได้จาก photo album บน facebook

3 thoughts on “สรุปความคิดเห็นจากการสัมมนา Social Network

  1. BullVPN- Internet Freedom & Security
    ทะลุบล็อกอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ ที่ถูกแบนจากในประเทศและต่างประเทศ ดูหนังต่างประเทศ เล่นเกม โหลดโปรแกรม โหลดเกม โหลดสติกเกอร์ ปรับอินเตอร์เน็ตให้ดีขึ้น เล่นเกมเล่นเน็ตในมือถือได้ดีขึ้น
    สมัครทดสอบฟรี : http://www.bullvpn.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s