ว่าด้วยเรื่อง สอบภาษาอังกฤษ TOEIC

เนื่องจากมีข่าวว่าคณะฯจะจัดสอบภาษาอังกฤษ TOEIC เพื่อวัดความสามารถทางด้านการใช้ภาษา ของหัวหน้างาน หัวหน้าหน่วย และเลขานุการภาควิชาต่างๆของคณะวิทยาศาสตร์ (ค่าสอบประมาณ 1,500 บาท พนักงานสอบฟรี คณะจ่ายเงิน) ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกพอสมควร เพราะไม่เคยสอบกัน อาจมีคนเคยสอบ TOEFL แต่ไม่เคยสอบ TOEIC ก็เลยต้องมีการเตรียมพร้อมกันสักหน่อย .. ที่ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข มีหนังสือเตรียมสอบ TOEFL และ TOEIC ให้ยืม เกือบ 100 เล่มล่ะมั๊ง อยู่ในหมวด PE1128 นักศึกษายืมกันเยอะมาก ไม่ขาดสาย เราก็ยืมมา 1 เล่ม พร้อม Audio CDs .. ทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า

TOEIC ย่อมาจาก The Test of English for International Communication องค์กรหลายแห่งใช้คะแนน TOEIC ประกอบการสมัครงาน โดยเฉพาะหน่วยงาน บริษัท หรือองค์กรทางธุรกิจ สถาบันการศึกษา ที่ต้องติดต่อกับคนต่างชาติมากๆ (คะแนนสอบ เก็บไว้ได้ 2 ปี)

การสอบใช้เวลา 2 ชั่วโมง คะแนนเริ่มตั้งแต่ 10-990 (ได้สัก 600 ก็ถือว่าเป็นเซียนแล้ว) .. ข้อสอบแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ทดสอบการฟัง (Listening Test) 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 45 นาที คะแนน 5-495 และทดสอบการอ่าน (Reading Test) 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 75 นาที่ คะแนน 5-495

Listening Test (100 ข้อ)

  • Part 1 : Photographs (10 ข้อ : ข้อ 1-10 ให้ดูภาพในกระดาษ แล้วฟังเสียงการอ่านข้อความเพื่อให้เลือก A,B,C,D จากนั้นเลือกคำตอบที่ถูกต้อง)
  • Part 2 : Question-Response (30 ข้อ : ข้อ 11-40 ถาม-ตอบ – ฟังเสียงคนที่แรกถาม คนที่สองจะพูดตอบ และมีให้เลือก A, B, C จากนั้นเลือกคำตอบที่ถูกต้อง)
  • Part 3 : Conversations (30 ข้อ : ข้อ 41-70 ฟังบทสนทนาระหว่างคนสองคน ฟังคำถาม จากนั้นแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก A,B,C,D ในกระดาษ จะต้องฟังบทสนทนาทั้งหมด 10 บท แต่ละบทมี 3 คำถาม)
  • Part 4 : Short Talks (30 ข้อ : ข้อ 71-100 ฟังเสียงพูดของคนหนึ่งคน เหมือนฟังบรรยาย ฟังข่าว จากนั้นฟังคำถาม แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก A,B,C,D ในกระดาษ จะต้องฟังบทพูดทั้งหมด 10 บท แต่ละบทมี 3 คำถาม)

Listening Test (100 ข้อ)

  • Part 5 : Incomplete Sentences (40 ข้อ : เลือกคำตอบที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบของประโยค ไวยากรณ์ Grammar)
  • Part 6 : Text Completion (12 ข้อ)
  • Part 7 : Reading Comprehension (อ่านบทความเพื่อจับใจความ 48 ข้อ)

เนื้อหาของข้อสอบจะไม่เน้นวิชาการมากเหมือน TOEFL แต่ค่อนไปทางภาษาอังกฤษที่ใช้ในที่ทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน ดูเหมือนไม่ยาก แต่กลลวง “Distractors” ในข้อสอบเพียบ ซึ่งจะทำให้คะแนนร่วงได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าอ่อนซ้อม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s