วารสาร Open Access ในฐานข้อมูล Scopus

ผลกระทบของ Open Access (OA) ต่อ Visibility ของวารสารทางวิชาการ สรุปมาจากบทความเรื่อง Open Access and Scopus: A new approach to scientific visibility from the standpoint of access ของทีมวิจัย SCImago ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American Society for Information Science and Technology 62(6):1130-1145, 2011. สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

  • รูปแบบของธุรกิจวารสาร มี 3 แบบ คือ 1. Traditional Journals รูปแบบดั้งเดิม มีอายุยาวนานกว่า 300 ปี ผู้อ่านหรือห้องสมุดเป็นผู้จ่ายค่าบอกรับเพื่อสิทธิ์ในการอ่าน 2. OA Journals วารสารมีลักษณะเป็น Gold OA คือเป็น OA อย่างแท้จริง ผู้เขียนจ่ายค่าตีพิมพ์ ส่วนผู้อ่านอ่านฟรี ใช้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต (ตามข้อตกลง Budapest Open Access Initiative, 2001) 3. Hybrid Journals คือ วารสารแบบดั้งเดิม ห้องสมุดยังต้องจ่ายค่าบอกรับเพื่ออ่าน แต่บทความมีลักษณะเป็น OA คือผู้เขียนสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มให้แก่วารสาร หากต้องการสิทธิ์ในการนำบทความเฉพาะของตน (ทั้งก่อนและหลังการตีพิมพ์) ไปจัดเก็บสะสมหรือเผยแพร่ในเว็บส่วนตัว หรือเว็บ IR ของสถาบัน เป็น self-archiving หรือ Green OA ซึ่งคาดว่ารูปแบบนี้ น่าจะเป็นแนวทางที่สำนักพิมพ์ที่ผลิต traditional journals หันมาสนใจ และจะได้รับความนิยมมากในอนาคต
  • รายละเอียดของข้อมูลเกี่ยวกับ journal editor policy และ copyright ข้อตกลงในการทำ self-archiving ของสำนักพิมพ์ต่างๆ จำนวนกว่า 700 แห่ง หาอ่านได้จากเว็บ SHERPA/RoMEO
  • แหล่งรวมรายชื่อวารสาร Gold OA ที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน คือ DOAJ (Directory of Open Access Journals) มีจำนวนวารสาร มากกว่า 5,138 ชื่อ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวารสาร gold OA จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คิดเป็นเพียง 20% ของจำนวนวารสารวิชาการทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก (ข้อมูลจาก Ulrich’s Internatioanl Periodicals Directory 2010) ในฐานข้อมูล DOAJ มีวารสาร Gold OA สาขา social sciences มากถึง 39% รองลงมาคือ สาขา health sciences 24% สาขา physical sciences 20% และสาขา life sciences 14%
  • สำหรับนโยบายในการคัดเลือกวารสาร เข้าฐานข้อมูล Web of Science ของบริษัท Thomson และ Scopus ของบริษัท Elsevier ซึ่งทั้งสองเป็นฐานข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยนั้น พบว่า นโยบายของทั้ง Web of Science และ Scopus เน้นคุณภาพของวารสารโดยไม่คำนึงว่าเป็น traditional หรือ electronic journals
  • ปัจจุบันฐานข้อมูล Web of Science และ Journal Citation Reports ของ Thomson เริ่มมีวารสารที่เป็น gold OA อยู่ในนั้นประมาณ 5% (มีข้อสังเกตว่า วารสาร Gold OA ของสำนักพิมพ์ MDPI ที่ชื่อว่า Molecules สามารถเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูล WOS และมีค่า impact factor ในปี 2009)
  • ส่วนฐานข้อมูล Scopus ซึ่งมีวารสารจำนวนกว่า 17,284 ชื่อ เมื่อได้ศึกษาในรายละเอียด พบว่า
    • ในฐานข้อมูล Scopus มีจำนวนวารสารในสาขาวิชาต่างๆ สูงสุดคือสาขา social science, arts & humanities 31.3% รองลงมาคือ medicine 30.8% engineering 16.2%, earth and environmental sciences 16.2% ส่วน biochemistry, genetics & molecular biology มีเพียง 8.6%
    • และในฐานข้อมูล Scopus จะมีแนวโน้มของ OA สูงมากทุกสาขา โดยเฉพาะสาขา biochemistry, genetics & molecular biology สูงถึง 52.5% (gold OA=12.0%, green OA=40.5%, non-OA=47.5%) และโดยส่วนใหญ่ทุกสาขาวิชาจะมี green OA มากกว่า gold OA ประมาณ 30%
    • เมื่อพิจารณาจำนวนการอ้างอิงต่อบทความ เพื่อวัด visibility หรือ popularity ของบทความทุกสาขาวิชา พบว่า วารสารที่มีบทความแบบ green OA ได้รับการอ้างอิงสูงสุด รองลงมาคือ non-OA และ gold OA จะเห็นว่า Gold OA ไม่ได้ช่วยเรื่อง visibility มากนัก (ยกเว้นสาขา medicine ที่การอ้างอิงของ gold OA สูงกว่า non-OA)
    • หากนำวารสาร Gold OA ไปตรวจสอบคุณภาพโดยใช้ดัชนี SJR พบว่า วารสาร Gold OA ส่วนใหญ่ จะจัดอยู่ในกลุ่ม Quartile Q4 (ต่ำสุด) ไม่ว่าจะเป็นวารสารที่มาจากประเทศกำลังพัฒนาหรือไม่ก็ตาม ผลการวิจัยนี้ ชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ของ OA ในแง่การสร้าง visibility ส่วนใหญ่จะมาจาก green OA ไม่ใช่ gold OA และส่วนใหญ่มาจากวารสารที่มีชื่อเสียงและคุณภาพดีอยู่แล้ว และการเพิ่ม green OA articles จะยิ่งเป็นการเพิ่ม visibility ให้แก่บทความ
    • ยกเว้นกรณีของประเทศกลุ่มลาตินอเมริกา ที่รัฐบาลมีการรณรงค์ส่งเสริม free electronic journals ของประเทศกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในสาขา health sciences โดยไม่สนใจ gold OA, green OA หรือ self-archiving ไม่อยู่ในฐานข้อมูล DOAJ และไม่ได้ทำตามนโยบายของ SHERPA/RoMEO แต่อย่างใด นั่นคือ โครงการ SciELO ของบราซิล และ Redalyc ของกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา

สรุปว่า จำนวนการอ้างอิงผลงานวิจัย จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อหา คุณภาพและชื่อเสียงของวารสาร นักวิจัย และสถาบัน มากกว่าจะขึ้นกับรูปแบบของวารสาร แม้ว่า green road หรือ self-archiving policy จะมีส่วนช่วยเพิ่ม visiblity ได้บ้าง แต่จะเพิ่ม visibility ได้มากในกรณีที่บทความหรือวารสารนั้นมีคุณภาพดีอยู่แล้วเท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s