ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ (1)

ไปฟังสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ ที่ หลักสูตร Information Science ของ มสธ. จัดขึ้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เลยเก็บตกเกร็ดความรู้มาฝาก วิทยากรที่มาบรรยาย มี 6 ท่าน คือ ศ.ดร.ชุติมา สัจจานันท์ รศ.ดร.สมพร พุทธาพิทักษ์ผล ผศ.ดร.พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธ์ ผศ.ดร.อัษฎาพร ทรัพย์สมบูรณ์ ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล และ รศ.ดร. ปัทมาพร เย็นบำรุง

แนวคิดที่ได้จาก ศ.ดร.ชุติมา คือ การวิจัยเป็นมิติที่สามของวิชาชีพ การวิจัยเป็นเครื่องมือสนับสนุนและพัฒนาการศึกษา รวมทั้งเป็นเครื่องมือสร้างความรู้ใหม่หรือนวัตกรรมให้แก่วงการด้วย บทบาทของครูนอกจากจะสอนดีแล้ว ต้องรอบรู้ในเรื่องที่สอนด้วย การวิจัยจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน การบริการทางวิชาการแก่สังคม และเป็นเครื่องมือพัฒนาคนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ นักวิชาการ นักวิชาชีพ หรือนักศึกษา … สรุปว่า หนีไม่พ้น การวิจัยเป็นวิถีชีวิต ยิ่งทำมาก ยิ่งพบว่าตัวเองรู้น้อย ต้องลุ่มลึก ต้องทำข้ามศาสตร์ได้และพยายามมองหา area ของเรา ไม่ต้องกลัวว่ามีที่ผิด ต้องคิดเชิงวิพากย์ (critical thinking) ลดอัตตา ยอมรับคำวิจารณ์ (ใครติ แสดงว่าเขาอ่าน ถ้าไม่ติ แสดงว่าไม่ได้อ่าน) ไม่ใช้ความรู้สึกของตัวเอง เช่น งานยุ่ง ทำยาก ฯลฯ แต่ต้องลงมือทำ เราไม่ได้มีแต่เพียง “วาระการอ่านแห่งชาติ” เท่านั้น เรายังมี “วาระการวิจัยแห่งชาติ” ด้วย

แนวคิดที่ได้จาก รศ.ดร.สมพร คือ การย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ Information Science อาจารย์พูดถึง Vannevar Bush วิศวกรชาวอเมริกันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945 กับแนวความคิดเรื่อง Memex กับบทความเรื่อง As We May Think


( ภาพจากเว็บไซต์ http://www.motherboard.tv/2010/8/17/the-essay-that-inspired-the-internet-65-years-ago )

พื้นฐานของปัญหา information science มาจาก information explosion แล้วเราพยายามจะควบคุมโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ (โดยมองไปที่คนและสังคมมากกว่าเทคโนโลยี) ต่อมาปัจจุบันเริ่มกลายเป็น communication explosion อาจารย์พูดถึง Chaim Zins (2007) ซึ่งสร้าง Knowledge map of information science จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในวงการ Information Science จำนวน 57 คน แบบ Dephi Study สรุปว่า ความหมายของ Information Science นั้นหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับจุดยืนของความเชื่อ ยิ่งอ่านมากจะยิ่งพบว่า มุมมองที่เราเชื่ออาจเป็นส่วนหนึ่งของอีกมุมมองหนึ่ง การพิจารณา data information knowledge ในลักษณะของ UD (universal domain) หรือ objective จับต้องได้ กับ SD (subjective domain) พบว่า data และ information มักมีลักษณะเป็น UD แต่ knowledge มีลักษณะเป็นได้ทั้ง UD และ SD

Tefko Saracivic เห็นว่า องค์ประกอบสำคัญของ information science เปรียบเสมือนฟันเฟือง 3 ตัวที่เกาะกันและหมุนตลอดเวลาคือ คน สารสนเทศ และเทคโนโลยี โดยเขียนบทความอธิบายความหมายของ information science ไว้เมื่อปี 1999 และล่าสุดเมื่อปี 2009 นอกจากนั้น อาจารย์ยังพูดถึงบทความปี 2010 เรื่อง Australian PhDs by LIS educators, researchers and preactitioners: Depicting diversity and demise ซึ่งใช้ Australian and New Zealand Standard Research Classification (ANZSRC) และพูดถึงแนวคิดของ Buckland (1991) ที่จำแนกสารสนเทศเป็น 3 แบบคือ information-as-process, information-as-knowledge และ information-as-thing

ผศ.ดร.พิมพ์รำไพ ให้แนวคิดเรื่อง information science โดยอ้่างอิง แผนที่ความรู้ของ Zins เช่นเดียวกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ คือ 1. พื้นฐานความรู้ 2. ทรัพยากร/ระบบ 3. ผู้ปฏิบัติงานด้านความรู้ 4. เนื้อหา 5.การประยุกต์ (ใช้) 6. การดำเนินงานและกระบวนการ 7. เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการความรู้ 8. สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม 9. องค์กร 10. ผู้ใช้สารสนเทศ อาจารย์เห็นว่า ด้านที่ 8 คือสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม ประเทศไทยทำวิจัยน้อย เช่นนโยบายสารสนเทศ มักจะเป็นเรื่องของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศมากกว่า รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เช่น จริยธรรม ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิของเจ้าของผลงาน เป็นต้น

3 thoughts on “ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ (1)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s