ความรู้ที่ได้จากการไปประชุม APAIE 2012 (ตอนที่ 6)

ช่วงบ่ายของงานประชุม APAIE 2012 ในวันที่ 5 เม.ย. 55 เข้าฟังหัวข้อ A great Asset: Alumni Social Network involves in International Student Recruitment ประสบการณ์ด้านการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย Feng Chia University ประเทศไต้หวัน … ในบรรดานักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย จำนวน 45,000 คน เป็นนักศึกษาชาวมาเลเซียมากถึง 30,000 คน มีสมาคมศิษย์เก่าชาวมาเลเซียขนาดใหญ่มาก มีการจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การก่อตั้ง The Federation of Alumni Associations of Taiwan Universities, Malaysia (FAATUM) การจัดงาน Malaysia Taiwan Higher Education Fair และตั้งสำนักงานถาวรเป็น Malaysian Office ขึ้นภายในมหาวิทยาลัย ส่วนที่ประเทศมาเลเซีย มีการก่อตั้งสมาคมศิษยฺเก่า Persatuan Alumni Universiti Feng Chia การจัดงาน Feng Chia Night in Malaysia เป็นต้น ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่มีสมาคมศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้มีนักศึกษาชาวมาเลเซียที่สนใจเข้ามาเรียนที่ไต้หวันเพิ่มมากขึ้นถึง 40% (ประมาณ 5,000 คนต่อปี)

เรื่องต่อไปที่ฟังคือ University Social Responsibility: More than just Giving. โดยอาจารย์ Ramesh จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งพูดให้เห็นมุมมองของ USR ภายในมหาวิทยาลัย ที่หลากหลาย USR ทำได้ทั้งในระดับองค์กร และระดับปัจเจกรายบุคคล ทำครั้งเดียวเลิก ทำระยะสั้นๆ หรือระยะยาวแบบยั่งยืน ทำเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยคาดหวังผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป มหาวิทยาลัยควรคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างการแข่งขันและการช่วยเหลือสังคม อะไรเป็นเรื่องที่ต้องมาก่อน การดูแลคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากร การดูแลใส่ใจนักศึกษาก็เป็นเรื่องสำคัญ และตบท้ายด้วยสุนทรพจน์ I have a dream ของ Martin Luther King, Jr. ที่ว่า .. “Our lives begin to end the day we become silent about things that matter”.

เรื่องสุดท้ายที่ฟังในวันนี้ คือ Academic Consortium 21 (AC21) Academia-Industry Ties: Examples from Four Global Leaders ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม AC21 จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัย Chemnitz University of Technology (CUT) จากประเทศเยอรมัน มหาวิทยาลัย University of Adelaide ประเทศออสเตรเลีย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย

Academic Consortium 21 The Global University – Architect of the new century มีสมาชิกเป็นมหาวิทยาลัยจำนวนกว่า 20 แห่งทั่วโลก ก่อตั้งเมื่อปี 2002 ที่มหาวิทยาลัย Nagoya มีมหาวิทยาลัยไทยร่วมเป็นสมาชิกด้วย 2 แห่งคือ จุฬา และ ม.เกษตรศาสตร์ สมาชิกต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีด้วย เดือนมิถุนายนนี้จะมีการจัดประชุม International Forum ครั้งที่ 6 ขึ้นที่มหาวิทยาลัย Adelaide ที่ออสเตรเลีย รายละเอียดดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.ac21.org

จากการเสวนาในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า มหาวิทยาลัย CUT เขามีความร่วมมืออย่างเข็มแข็งกับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะด้านยานยนตร์ บริษัทดังๆที่เรารู้จัก เช่น วอลโว่ Parker (ซึ่งไม่ได้ขายแต่ปากกา!) KraussMaffei ซึ่งผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมพลาสติก ฯลฯ มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วโลก (รวมทั้ง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือด้วย) .. เป็น Academic-Industry Ties in Action ที่เห็นชัดเจน และเป็นแหล่งเงินทุนของมหาวิทยาลัยที่สำคัญมาก ขืนไปรอแต่รัฐบาลคงไม่ไหว เพราะที่นั่นมีสถาบันวิจัยประเภท Extramural Research Institute ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมากอยู่แล้ว เช่น Max-Planck-Institute

สำหรับประเทศไทย ผู้มาร่วมเสวนาคือ รศ.ดร.อุษณีย์ ยศยิ่งยวด ที่ปรึกษาสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์เล่าถึงประวัติการก่อตั้งสถาบัน Chulalongkorn University Intellectual Property Institute (CUIPI) ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 1995 ในรูปแบบของมูลนิธิ CUIPI Foundation แยกตัวออกจากมหาวิทยาลัย เพราะสมัยก่อนมหาวิทยาลัยไม่สามารถทำธุรกิจได้ และความร่วมมือกับภาคเอกชนมักเป็นไปในระดับบุคคล และไม่เป็นระบบ นโยบายของ CUIPI คือ สิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดที่ทำโดยอาจารย์บุคลากร นักศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นสิทธิ์ของทางมหาวิทยาลัย โดยแบ่งค่า royalty ให้ผู้ประดิษฐ์ 50% และอีก 50% แบ่งกันระหว่างมหาวิทยาลัยและคณะ/ภาควิชาต้นสังกัด

ส่วนมหาวิทยาลัย Adelaide ได้นำเสนอ WINE2030 ซึ่งเป็น research network เครือข่ายวิจัยเรื่องของไวน์แบบครบวงจรทั้งมหาวิทยาลัย มีเว็บไซต์อยู่ที่ http://www.adelaide.edu.au/wine2030 เครือข่ายเป็น thin-layer แบบหลวมๆ ที่ดำเนินการโดย management committee มากกว่าจะเป็น corporate structure .. ผสมผสานกันทั้งด้านบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การเกษตร ฟิสิกส์ แม้กระทั่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน แถมยังใช้เว็บไซต์และสื่อ social media เช่น blog, twitter ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และพูดคุยกันแบบ two-way ระหว่างผู้ที่สนใจเรื่องไวน์ด้วย สุดท้ายผู้บรรยายได้แนะนำ blog ชื่อดัง ที่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Wine (แต่ไม่ได้เกี่ยวกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโดยตรงสักเท่าไหร่) ชื่อว่า Tigchandler blog .. มิน่าเล่า ใครเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยนี้ กลับมาเมืองไทย ชอบดื่มไวน์กันทุกคน!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s