ความรู้ที่ได้จากการไปประชุม APAIE 2012 (ตอนที่ 7)

วันที่ 6 เมษายน 2555 เป็นวันจักรี .. ช่วงเช้าของงานประชุม APAIE 2012 ที่อาคารศรีสวรินทิรา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีการบรรยาย Plenary Speech และ Closing Ceremony ต่อด้วย Farewell Lunch ที่หอประชุมราชแพทยาลัย (Royal Medical College Auditorium) และงานจบลงในเวลาบ่ายสอง .. วันนี้ เป็นวันที่แสนจะโชคดีของเรา เนื่องจากได้ข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กำลังจะเสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ และเสด็จผ่านมาทางนี้ ในที่สุดเมื่อเวลาเกือบสี่โมงเย็น จึงได้มีโอกาสเฝ้าชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด .. แสนจะดีใจเป็นที่สุด วันนี้ช่างเป็นวันมงคลจริงๆ

ช่วงเช้าได้ฟัง Interactive Sessions ในหัวข้อ “Internationalization in Higher Education for the Benefit of Mankind” โดยมี ศ.ดร.ปิยะวัฒน์ บุญหลง ผอ. สถาบันคลังสมองแห่งชาติ (Knowledge Network Institute of Thailand – KNIT) เป็น modulator ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 3 ท่าน มาจาก Ohio State University, National University of Singapore และ University of Sydney .. (ข้อน่าสังเกตจากชื่อตำแหน่งของผู้บริหาร และ office ต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เดี๋ยวนี้ เขาเริ่มนิยมใช้คำว่า Global relations แทนคำว่า international relations กันแล้ว) .. ท่านแรก Prof. Brustein จาก Ohio State ได้อธิบายว่า Global University คืออะไร? โดยที่มหาวิทยาลัย Ohio State จะใช้นโยบายบริหารงาน ตามหลัก Pillar of the Global University 12 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. Internationalizing strategic planning
  2. Internationalizing the curriculum
  3. Eliminating barrier to study abroad
  4. Requiring foreign language proficiency
  5. Creating international internships
  6. Internationalizing faculty searches
  7. Incorporating international contributions into faculty reward system
  8. Upgrading senior international officers’ reporting relationships
  9. Placing senior international officers on key councils and committees
  10. Eliminating barriers to international student recruitment and retention
  11. Drawing upon the expertise and experiences of immigrant communities
  12. Making global partnerships an institutional priority

Prof. Brustein เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชื่อว่า “It Takes an Entire Institution: A Blueprint for the Global University” สนใจไป download มาอ่านเองได้ค่ะ ที่ http://oia.osu.edu/pdf/GlobalUniversityBlueprint.pdf

วิทยากรท่านที่สองเป็นรองอธิการบดีฝ่าย University and Global Relations ของ National University of Singapore .. แสดงวิสัยทัศน์ของ NUS ในการสร้าง international partnership ว่ามีวัตถุประสงค์ 5 ประการคือ 1. สร้างนักศึกษาให้มี global-minded และสร้างความเป็น global citizens 2. เพื่อ attract talent (ทั้งอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา) 3. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4. ขยายขอบเขตการเข้าถึง higher education และ 5. benchmark ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง model ใหม่ทางด้าน higher education

ทั้งนี้ โดยใช้ dimensions of internationalization 8 ประการ คือ

  1. Inter Education
  2. Inter Research
  3. Inter Enterprise
  4. Inter Student
  5. Inter Faculty
  6. Inter Alumni
  7. Inter Alliance
  8. Inter Benchmarks

เรื่องของ Inter Education เขามีนโยบาย “Bring the World to NUS” .. มีความร่วมมือด้านการสอนการวิจัยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง และหลายรูปแบบ เช่น NUS-UBC, Duke-NUS, Yale-NUS มีการจัดกิจกรรม China-India Day, Middle-East Day เป็นต้น ส่วนนโยบาย “Take NUS Students to the World” จะส่งนักศึกษามากกว่า 50-70% ออกไปต่างประเทศ และมากกว่า 28-30% อยู่ให้นานกว่า 6 เดือน มีโครงการที่เรียกว่า NUS Overseas Colleges ในต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย อิสราเอล อเมริกา และสวีเดน (เพราะ NUS ไม่ได้สร้างวิทยาเขตในต่างประเทศ)

ส่วนทางด้าน Inter Research มหาวิทยาลัย NUS เป็นสถานที่ตั้งของโครงการ Campus for Research Excellence And Technological Enterprise (CREATE) โดยการสร้าง NUS University Town ตามโครงการสนับสนุนการวิจัยของรัฐบาล .. ทางด้าน Inter Enterprise มหาวิทยาลัยใช้สโสแกนว่า 1+1=3 Partnerships for Innovation สนับสนุนให้นักศึกษามีศักยภาพทางด้านการเป็นผู้ประกอบการ .. การปรับปรุงวิธีการสอน ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ นวัตกรรมด้านการสอน (innovation in pedagogy) ที่ใช้กับนักศึกษาแพทย์ Duke-NUS Graduate Medical School ที่เรียกว่า TeamLEAD Curriculum เป็นการเพิ่มทักษะการคิดสร้างสรรค์ (creative thinking skills) และการทำงานร่วมกันเป็นทีมให้แก่นักศึกษาแพทย์ (คำว่า LEAD ย่อมาจาก Learn, Engage, Apply and Develop) พร้อมโชว์ให้ดูวิดีโอเรื่อง TeamLEAD at Duke-NUS ด้วย เพื่อเพิ่มความเข้าใจใน concept นี้ http://www.youtube.com/watch?v=BlVPLYGdBLg

นอกจากนั้น NUS ยังมีโครงการใหม่ (ตอนนี้ยังไม่เปิด) คือ YALE-NUS College ซึ่งจะเป็น “Liberal Arts Designed for Asia” เหตุผลคือ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของคำว่า liberal arts (ซึ่งคนเอเซียมักเอามาสอนแบบผิดๆ เป็นแค่การสอนวิชาศิลปศาสตร์) ต้องการสอนเพื่อให้นักศึกษามีความรู้กว้าง เข้าใจโลก เข้าใจการเปลี่ยนแปลง เและเข้าใจคนได้อย่างลึกซื้ง ตามหลักการของ liberal arts อย่างแท้จริง

วิทยากรท่านสุดท้าย มาจาก University of Sydney พูดถึง The World University Network (WUN) ซึ่งมีมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เป็นสมาชิก จำนวน 19 แห่ง จากประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย จีน อาฟริกาใต้ นอร์เวย์ (ไม่มีประเทศไทย) โดยร่วมมือกันทางด้านการวิจัย การศึกษา และ mobility ของนักวิจัย ปัจจุบันมีกลุ่มวิจัยแบบสหวิทยาการอยู่ประมาณ 77 กลุ่ม WUN ให้ความสนใจในประเด็นที่เป็น global challenges 4 ประการคือ

  1. Adapting to Climate
  2. Understanding Cultures
  3. Global Higher Education and Research
  4. Global Public Health and Non-Communicable Disease

สุดท้าย วิทยากรตอบคำถามของผู้ฟังว่า มีเทคนิคอย่างไรในการ implement .. เขาบอกว่า วิธีการเรียนรู้สมัยใหม่ ให้นักศึกษามี critical thinking, creative thinkin skills แบบนี้ ต้องปลูกฝังกันมาตั้งแต่อนุบาล ไม่ใช่จะมาเริ่มตอนเข้ามหาวิทยาลัย เพราะจะไม่ทัน ต้องมีการพัฒนาอาจารย์อย่างเข้มข้น ต้องมีการให้ความรู้แก่อาจารย์ เพื่อให้เข้าใจว่า internationalization คืออะไร สำคัญต่ออนาคตอย่างไร (อาจทำเป็นแบบออนไลน์ก็ได้) ต้องมองไปข้างหน้า มองไปในอนาคต แต่ต้องไม่ลืมที่จะรักษารากฐานดั้งเดิมที่มีความแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัยเอาไว้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s