สรุปความรู้ที่ได้จากการไปอบรมคู่มือมนุษย์ รุ่น 7 (Day 1)

ได้มีโอกาสไปอบรมหลักสูตร คู่มือมนุษย์ รุ่นที่ 7 ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์ กรุงเทพฯ ซึ่งอบรมช่วงเช้าวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ รวมทั้งหมด 4 ครั้ง (โดยมีวิทยากร 2 ท่านคือ คุณขจรและคุณสุรชัย มีพี่เลี้ยงกลุ่มของเราคือ คุณภิง) จะขอสรุปความรู้ที่ได้จากการอบรม ตามความเข้าใจของตัวเอง ดังนี้

dhamma_Nov56

DAY 1 : วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2556

  • ความรู้สึกว่า มีตัวเรา มีของของเรา เรามีสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นที่มาของความทุกข์
  • พื้นเดิมของจิตโดยธรรมชาตินั้น ไม่มีความรู้สึกเป็น “ตัวเรา”
  • ความรู้สึกว่าเป็นตัวเรานั้น จะเกิดเมื่อมีอะไรมากระทบ (ผัสสะ) ทำให้เกิดเป็นความชอบ หรือไม่ชอบ (เวทนา) ถ้าเรารู้สึกชอบ จะทำให้เกิดความอยาก (ตัณหา) จะดึงเข้าหาตัว หรือหากไม่ชอบ ก็อยากจะผลักไสออกจากตัว
  • ซึ่งนั่นเป็นที่มาของความรู้สึกเป็นตัวเป็นตน เป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ตัวตนของเรามีอยู่ในโลกนี้
  • ทุกครั้งที่มีความรู้สึก “ตัวกู ของกู” ปรากฎขึ้นมาในใจ จะเกิดความรู้สึกต่างๆ เช่น ดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น เศร้าใจ อิจฉา ริษยา ฯลฯเป็นอาการที่จิตถูกรบกวน ไม่ให้ตั้งอยู่ในความปกติสุข อันเป็นความสุขสงบตามธรรมชาติเดิมของจิต ที่เป็นประภัสสร
  • ถ้าไม่มีตัวเรา ของเราอยู่ในโลกนี้แล้ว เราจะทำงานได้อย่างไร ?
  • ให้เราทำงานไปด้วยอาการที่ว่าง จากความเห็นแก่ตัว อยากได้นั่นได้นี่ (ทำงานด้วยจิตว่าง) ให้ทำงานโดยมุ่งหวังจะทำประโยชน์สุขให้แก่ผู้อื่น
  • การฝึกจิต ควรทำให้มาก เจริญให้มาก ในความสุข 3 ประการ คือ 1. ไม่เบียดเบียนทั้งผู้อื่นและตนเอง (สุขจากการมีศีล) 2. ไม่ย้อมจิตติดใจในรสชาติ (ทำสมาธิ กระทบปุ๊บจะวางปั๊บ เอาชนะใจตนเอง ไม่ไหลตามสิ่งนั้น ไม่หลงคอยตะครุบเหยื่อ ไม่ตกเป็นทาสความฟุ้งซ่าน จิตไม่เหวี่ยง (สุขจากการมีสมาธิ) 3. ไม่ยึดถือตัวตน หมั่นพิจารณาให้เห็นอนิจจัง จนจิตแลเห็นความไม่น่าเป็น ไม่น่าเอาของสิ่งทั้งปวง (สุขจากการเกิดปัญญา)
  • ปิติปราโมทย์ (ความชุ่มชื่นใจ ความอิ่มใจ) -> ปัสสัทธิ (ความสงบรำงับลง) -> กัมมนีโย (จิตเกิดเป็นสมาธิ พร้อมถูกใช้งาน) -> ยถาภูตญาณทัสสนะ (รู้เห็นตามที่เป็นจริง = รู้อริยสัจ)
  • สภาวะ “นิพพาน” คือ การดับเย็นของสิ่งที่ร้อน การดับลงของสิ่งที่เสียดแทงให้ทุรนทุราย นิพพานมีอยู่ในทุกแห่งหน ความรุ่มร้อนทางจิตดับลง ณ ที่ใด นิพพานก็ปรากฎ ณ ที่นั้น  — นิพพานไม่ใช่การไป การมา ไม่มีกว้าง ยาว ลึก ไม่ใช่โลกนี้ ไม่ใช่โลกหน้า ไม่ใช่การเกิด ไม่ใช่การตาย ฯลฯ
  • ความสุขชนิดที่ต้องเสพเหยื่อนั้น เป็นความสุขชนิดสุกร้อน เป็นความทุกข์ เพราะเป็นการกระเพื่อมของจิต ทำให้เกิดความกระวนกระวาย ยิ่งเสพ -> ยิ่งติด -> ยิ่งหิว -> ยิ่งตกเป็นทาส
  • ควรมีความเพียรในการปฏิบัติ เพื่อเพิ่มความเร็วสติในการสกัดกั้นกิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ มีปัญญาสามารถแยกแยะได้ว่า สภาวะใดเป็นสภาวะทุกข์ สภาวะใดเป็นสภาวะของความสุขที่แท้ เป็นอิสระ (เพราะสภาวะทุกข์นั้นได้ดับลงไป)
  • การถือศีล ทำบุญ ใส่บาตร นั่งสมาธิ ทำไปเพื่อฝึกฝนให้เกิดการละ ลด เลิกความอยาก ความเห็นแก่ตัว ไม่ใช่เพื่ออยากได้โน่นได้นี่ อยากได้บุญ ได้สวรรค์วิมาน
  • โสดาบัน ไม่เกี่ยวกับการเข้าฌานได้ แต่อยู่ที่การเห็นแจ้งในอริยสัจ รู้ว่าอะไรเป็นทางพ้นทุกข์ อะไรไม่ใช่ — ความรู้นี้ชัดเจนมาก จนทำให้เบนเข็มชีวิตมุ่งไปยังเส้นทางการประพฤติปฏิบัติ เพื่อการดับทุกข์เท่านั้น

อ่านสรุปของวันอื่นๆ ได้ที่นี่ค่ะ

DAY 2 : วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2556

DAY 3 : วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2556

DAY 4 : วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2556

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s