อานาปานสติ

อานาปานสติ 16 ขั้นนี้ ถอดความและสรุปจากการฟัง MP3 เสียงคำสอนของท่านพุทธทาส .. เป็นการสาธยายธรรมที่เข้าใจง่ายและดีที่สุดเท่าที่เคยฟังมา ทำให้เข้าใจอานาปานสติได้ดีมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยนิดเพราะยังไม่ได้ฝึกปฏิบัติ กรุณาอย่านำไปอ้างอิงใดๆ เป็นอันขาดนะคะ เพราะบันทึกเอาไว้อ่านเอง และตั้งใจจะเริ่มฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปีใหม่ 2557 นี้

  • หมวดที่ 1  กายานุปัสสนา ลมหายใจนั้นเป็นกายลม ส่วนร่างกายเป็นกายเนื้อ ให้ตามศึกษากายลม จนรู้จักกายลม และควบคุมกายลมได้
    • ขั้นตอนที่ 1 กำหนดลมหายใจยาว ว่าเป็นอย่างไร จนกระทั่งรู้จักมันเป็นอย่างดี
    • ขั้นตอนที่ 2 กำหนดลมหายใจสั้น ว่าเป็นอย่างไร จนกระทั่งรู้จักมันเป็นอย่างดี
    • ขั้นตอนที่ 3 รู้จักธรรมชาติของลมหายใจ รู้จักลักษณะลมยาว-ลมสั้น ลมหยาบ-ลมละเอียด ลมหายใจมีประโยชน์ในการหล่อเลี้ยงชีวิต และมีอิทธิพลต่อความรู้สึกสุขทุกข์ การควบคุมลมหายใจได้จะทำให้สงบเย็น ลมหายใจที่ฝึกฝนดีแล้ว จะทำให้ร่างกายมีสมรรถนะมาก (บางคนอาจถึงขั้นฌาน แต่อย่างเรายังไม่จำเป็น)
    • ขั้นตอนที่ 4 ทำลมหายใจให้สงบระงับ สร้างนิมิตขึ้นมา กำหนดไปที่นิมิตนั้น ทำนิมิตให้ละเอียดลงไป เมื่อลมหายใจละเอียดลงไปเรื่อยๆ ร่างกายก็จะสงบระงับ ความลับของธรรมชาติคือ ถ้าเราต้องการจะรู้แจ้งแตกฉานในสิ่งใด ให้เอาสิ่งนั้นมากำหนดทุกครั้งที่ลมหายใจเข้า-ออก เราจะรู้จักและเข้าใจมันได้ดี
  • หมวดที่ 2 เวทนานุปัสสนา ตามศึกษาเวทนา จนรู้จักเวทนา และควบคุมเวทนาได้
    เวทนาคือความรู้สึก เมื่อมีอายตนะมาสัมผัส สุขเวทนาและทุกขเวทนา มีอิทธิพลอยู่เหนือจิตใจของคน ทุกคนขวนขวายเพื่อให้ได้เวทนาที่ดีกว่าเก่า เป็นทาสของเวทนา ได้ก็ทุกข์ ไม่ได้ก็ทุกข์ เราเอาชนะเวทนาที่เป็นทุกข์ได้ง่ายกว่าเวทนาที่เป็นสุข ปิติเวทนาและสุขเวทนาเป็นจิตสังขาร ทำให้จิตปรุงแต่งไปได้ทุกอย่าง
    • ขั้นตอนที่ 5 ปิติเวทนา เป็นความพอใจ ดีใจจนเนื้อเต้น ความอิ่มใจเมื่อประสบความสำเร็จ ให้กำหนดปิติขึ้นมา เรื่องอะไรก็ได้ กำหนดไปเรื่องๆ ชิมรสปิติ ซึมซับจนรู้จักว่าปิติเป็นอย่างไร จนกระทั่งมันหยุดฟุ้งซ่าน สงบระงับลงมาจนเหลือแต่สุข
    • ขั้นตอนที่ 6 สุขเวทนา กำหนดรู้สุข หรือปิติที่ระงับเย็นแล้ว ลดความกำเริบลงมาให้เหลือแต่สุข
    • ขั้นตอนที่ 7 กำหนดดูเวทนาที่ปรุงแต่งความคิดไปสารพัด เข้าใจปิติและสุขว่าปรุงแต่งจิต
    • ขั้นตอนที่ 8 ควบคุมจิต บังคับเวทนา ให้ปรุงแต่งน้อยลงหรือหยุดปรุงแต่ง ควบคุมจิตสังขารหรือเวทนา
  • หมวดที่ 3 จิตตานุปัสสนา ตามศึกษาจิต จนรู้จักจิต และควบคุมจิตได้ ใช้จิตให้เป็นประโยชน์ (เดิม จิตเป็นนาย ต้องเอาจิตมาใช้งานให้ได้)
    • ขั้นตอนที่ 9 เริ่มด้วยการรู้จักจิตทุกชนิด ทั้งที่รู้จักโดยประจักษ์ (เคยเจอแล้ว) และรู้จักโดยอนุมาน (ยังไม่เคยเจอ) มี 8 คู่คือ 1. รู้จักจิตที่กำลังมีราคะว่าเป็นอย่างไร และถ้าจิตไม่มีราคะจะเป็นอย่างไร 2. รู้จักจิตที่กำลังมีโทสะว่าเป็นอย่างไร และถ้าจิตไม่มีโทสะจะเป็นอย่างไร 3. รู้จักจิตที่กำลังมีโมหะว่าเป็นอย่างไร และถ้าจิตไม่มีโมหะจะเป็นอย่างไร 4. รู้จักจิตที่หดหู่ฟุ้งซ่านว่าเป็นอย่างไร และถ้าจิตไม่หดหู่ฟุ่งซ่านจะเป็นอย่างไร 5. รู้จักจิตนี้ที่ไม่มีคุณธรรมอันใหญ่หลวง และถ้าจิตที่มีคุณธรรมอันใหญ่หลวง ทำสมาธิขั้นสูงได้จะเป็นอย่างไร 6. รู้จักจิตนี้ที่ยังต่ำต้อย และรู้จักจิตอื่นที่ดีกว่าเหนือกว่าหรือไม่ (เช่น พระอริยเจ้า) 7. รู้จักจิตนี้ที่ไม่ตั้งมั่นมีกิเลสรบกวน และถ้าจิตที่ตั้งมั่นไม่มีกิเลสรบกวนจะเป็นอย่างไร 8. รู้จักจิตนี้ที่ยังไม่หลุดพ้น และถ้าจิตที่หลุดพ้นจะเป็นอย่างไร
    • ขั้นตอนที่ 10 บังคับจิตที่เศร้าสร้อย ให้บันเทิง เกิดปิติตามต้องการ
    • ขั้นตอนที่ 11 บังคับจิตให้ตั้งมั่น ตามต้องการ จิตที่ตั้งมั่น กิเลสมารบกวนไม่ได้ จิตไม่มีนิวรณ์ จิตบริสุทธิ์ เป็นการรวบรวมจิตที่ฟุ้งกระจาย ให้รวมกำลังเป็นจุดเดียว เป็นจิตที่แข็งกล้า (เหมือนเลนส์รวมแสง ที่ทำให้เกิดไฟลุกได้) จิตที่อบรมมาดีแล้ว จะเกิดจิตว่องไวในหน้าที่ (active) เหมือนดินเหนียวที่สามารถปั้นเป็นอะไรก้ได้
    • ขั้นตอนที่ 12 บังคับให้ปล่อย ให้จิตหลุดออกจากอุปาทาน ตามต้องการ
  • หมวดที่ 4 ธัมมานุปัสสนา คือการศึกษาธรรมะ สิ่งที่เป็นปัญหาทำให้เราเกิดทุกข์ เรากำลังยึดมั่นอะไรอยู่ ทนทุกข์ทรมานเพราะอะไร อะไรเป็นที่ตั้งแห่งการยึดมั่น เอาสิ่งนั้นแหละมาเป็นอารมณ์ เพราะยึดมั่นจึงเกิดทุกข์ ถ้าละความยึดมั่นได้จะไม่ทุกข์ ขันธ์ 5 เป็นของหนัก หนักเหมือนแบกของ ต้องวาง เวลามีดบาดนิ้วก็บาดแค่นิ้ว ไม่ใช่มีดบาดกู ที่จริงตัวตนนั้นไม่มี แต่เมื่อเกิดความรู้สึก เกิดการกระทำ จึงจะเกิดตัวตนขึ้นมา เกิดตัวกูผู้กระทำขึ้นมาทีหลัง
    • ขั้นตอนที่ 13 เห็นอนิจจัง เห็นความไม่เที่ยง เห็นว่าสังขารไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งอยู่เป็นนิจ ทำจิตให้เป็นอิสระก็จะเห็น (เอาอะไรมาพิจารณาก็ได้) เช่น ลมหายใจก็ไม่เที่ยง ความสงบของกายก็ไม่เที่ยง จิตทุกชนิดก็ไม่เที่ยง ชีวิตก็ไม่เที่ยง เห็นความทุกข์ที่เกิดจากความไม่เที่ยง เราไปผูกพันกับสิ่งที่ไม่เที่ยงจึงเป็นทุกข์ ถ้าเราไม่ผุกพันก็ไม่ทุกข์ มันมีกฎธรรมชาติบังคับอยู่ คือ อิทัปปัจจยตา ปฏิจสมุบปบาท ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย เมื่อเห็นสุญญตา (ว่างจากตัวตน) เห็นตถตา (มันเป็นเช่นนั้นเอง) ก็จะเห็นอตัมมยตา (ไม่ชั่วไม่ดี ไม่บวกไม่ลบ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น) เห็นความจริงอย่างนี้
    • ขั้นตอนที่ 14 วิราคะ คลายออกจากสิ่งที่ยึดมั่น เบื่อหน่าย จางออก
    • ขั้นตอนที่ 15 เห็นนิโรธ คือความดับทุกข์ ค่อยๆดับทุกข์ลง
    • ขั้นตอนที่ 16 สลัดทุกสิ่งคืนธรรมชาติ ไม่มีอะไรยึดมั่นแล้ว โยนกลับไปให้เจ้าของ จบเรื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s