ปฏิบัติบูชา สวดมนต์ข้ามปี ที่สวนโมกข์กรุงเทพ

31 ธันวาคม 2556 และ 1 มกราคม 2557
ขอบันทึกเหตุการณ์สำคัญในชีวิตอีกวันหนึ่ง เมื่อตัดสินใจจะไปสวดมนต์ข้ามปีที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพ
ทั้งๆที่เตรียมความพร้อมของร่างกายเป็นอย่างดีมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่พอถึงวันที่ 31 ก็เกิดอาการป่วยเหมือนจะเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว และเริ่มเจ็บคอ แต่เมื่อตั้งใจแล้วยังไงก็จะไป เพราะโอกาสดีๆแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และอยากรู้เหมือนกันว่า ธรรมโอสถ มีจริงหรือไม่ .. กัดฟันออกเดินทางจากบ้าน พร้อมกระเป๋าเป้ เสื้อแจ็กเก็ตแบบมีฮู้ด ถุงเท้า และผ้าพันคอ อย่างเต็มพิกัด
suanmok

  • ไปถึงสวนโมกข์ เวลา 17:30 น. เขากำลังสวดมนต์ทำวัตรเย็น มีโรงทานมาแจกอาหารมากมาย ราดหน้าเจเห็ดหอมร้อนๆ อร่อยและทำให้อาการดีขึ้น
  • อยู่ที่นี่ตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 8 โมงเช้า รวมทั้งสิ้น 14 ชั่งโมง ฟังธรรมบรรยาย ฟังดนตรีธรรมะ ฟังเสวนา นั่งสมาธิ สวดมนต์ ฯลฯ เอาผ้าพลาสติกไปปูนั่งที่ลานสวนธรรม เลือกนั่งใกล้หน้าจอทีวีซึ่งถ่ายทอดสดชัดมากๆ คนเยอะมาก และทะยอยกันมาเยอะขึ้นอีกตอนใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืน เห็นว่าประมาณ 4,000 คน แต่ห้องน้ำห้องท่าก็ไม่ได้ลำบาก ร้านหนังสือมีคนซื้อเยอะมาก มีคนมาตั้งโรงทานแจกอาหารกันตลอดทั้งคืน มีสถานีอนามัยมาแจกยาด้วย เลยไปขอ paracetamol ขององค์การเภสัชกรรมมากิน 1 แผง
  • พระอาจารย์ที่มาสาธยายธรรม เป็นระยะตลอดทั้งคืนจนถึงก่อนรุ่งสาง คือ พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย พระอุปัฏฐากซึ่งคอยรับใช้ปรนนิบัติท่านพุทธทาสเป็นเวลากว่า 20 ปีจนท่านมรณภาพ และพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระวิปัสสนาจารย์จากธุดงค์สถานที่พักสงฆ์วิวัฏฏ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
  • nauljan

  • กิจกรรมที่มีเป็นระยะล้วนน่าสนใจมาก พระอาจารย์นวลจันทร์บอกว่าธรรมะไม่ได้มีด้านเดียว ดังนั้นเราจึงได้ฟังดนตรีและการขับร้องเพลงเพราะๆที่มีความหมายธรรมะ ตลอดทั้งคืน โดยนักแต่งเพลงชื่อดังคือคุณธเนศ วรากุลนุเคราะห์ กิจกรรมเสวนาโดยคุณอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดาจากรายการพื้นที่ชีวิต คุณพัทธ์อิทธิ์ จินต์วุฒิ ผู้เขียนหนังสือ “จากนักโทษ สู่ นักธรรม” อดีตนักโทษประหารลูกศิษย์พระอาจารย์นวลจันทร์ และคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช เลขานุการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ โต้โผใหญ่ของงานนี้
  • สไตล์คำสอนธรรมะของที่สวนโมกข์ จะแตกต่างจากวัดอื่นๆ ที่เรามักจะไปทำบุญกัน ไม่สามารถอธิบายให้ฟังตรงนี้ได้ แต่อยากจะบอกว่า นี่เป็นเส้นทางที่เราเลือกแล้ว เลือกที่จะเดินไป ยกตัวอย่างได้นิดหน่อย ท่านพุทธทาสบอกว่า “พรปีใหม่” ใครให้ไม่ได้หรอก ต้องทำเอง พระอาจารย์นวลจันทร์บอกว่า เราต้องดูแลร่างกายให้ดี ให้ผ่อนคลาย ปฏิบัติธรรมอย่าทำด้วยความเครียด ไม่ได้ไปสู้รบกับใคร เวลาไฟไหม้ไม่ต้องไปพยายามดิ้นรนเพื่อจะดับ เพียงแต่อย่าเติมฟืนเข้าไป เมื่อมันไม่มีเชื้อเพลิงเติมเข้าไปเดี๋ยวมันก็มอดดับเอง เพราะเป็นอนิจจัง ส่วนพระอาจารย์สิงห์ทองบอกว่า ต้องมีขัดติคือความอดทน พระที่เคร่งครัดนอน 4 ทุ่ม ตื่นตี 1 ลุกขึ้นมาปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องธรรมดา ให้ทำความดีตลอดเวลา จนกระทั่งความเลวเข้ามาแทรกไม่ได้ เมื่อทำความดีแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว ท่านพุทธทาสตอนมรณภาพ ท่านยังเรียกว่า ตื่นๆ เราจะไปแล้ว หน้าตาเฉยไม่ได้กลัวตายแม้แต่น้อยเลย
  • ได้ฟังเทปเสียงของท่านพุทธทาสบรรยายเป็นภาษาปักษ์ใต้ด้วย หาฟังได้ยาก ท่านบอกว่าศีล 5 มีรายละเอียดลึกซึ้งกว่าที่เราคิด ตัวอย่างเช่น ศีลข้อ 3 กาเมสุมิจฉาจาร คือประพฤติผิดในกามทั้งหลาย ไม่ได้หมายถึงการประพฤติผิดในฐานะชู้สาวอย่างเดียว มันแคบเกินไป แม้แต่เด็กๆก็ต้องถือศีลข้อที่ 3 นี้เช่นกัน คือไม่ประพฤติผิดในของรักของใคร่ของบุคคลอื่น เช่น ตุ๊กตาหรือเป็นของเล่นที่เป็นของรัก เป็นต้น
  • พอใกล้เที่ยงคืน พากันนั่งสมาธิจนกว่าจะได้ยินเสียงระฆังเปลี่ยนวันใหม่ สมาธินิ่งและเกิดปิติ เป็นการข้ามปีใหม่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
  • หลังตีหนึ่ง คนทะยอยกลับบ้่าน มีคนอีกหลายร้อย ที่ไม่กลับ แต่ปฏิบัติเนสัชชิก คือ การปฏิบัติบูชาอยู่ในอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง (แต่ห้ามนอน) ตั้งแต่ตี 1 จนถึงตี 4 แต่ถ้าใครทนง่วงไม่ไหว ก็เข้าไปนอนในอาคาร ที่นิยมมาก และนอนกันเป็นแถวๆ เลย คือที่ห้องปฏิบัติธรรมชั้น 2 ซึ่งเราคุ้นเคยมาก เพราะเป็นห้องที่มาเรียนคู่มือมนุษย์รุ่นที่ 7 เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
  • เราตัดสินใจไม่นอน ย้ายที่นั่งมาใกล้ๆ จะได้เห็นพระอาจารย์ทั้งสองท่าน ซึ่งสาธยายธรรม และบอกให้อดทน ฝ่าความง่วง ความหนาว และความเจ็บไปให้ได้ ประมาณตี 2 ถึงตี 4 อากาศหนาวจัดทะลุเสื้อแจ๊กเก็ตเข้ามา เย็นถึงกระดูก ปวดขาไปหมด ขยับเปลี่ยนท่านั่งไปมาระหว่างพับเพียบกับขัดสมาธิอยู่นั่นแหละ ส่วนเรื่องง่วงไม่ต้องพูดถึง แต่ในที่สุด ก็ผ่านมาได้ จบเนสัชชิกเวลาตี 4 ได้สำเร็จ
  • พักเตรียมสวดมนต์ทำวัตรเช้าตอนตี 4 ครึ่ง แต่เราไม่ไหวแล้ว มุดเข้าไปหาที่นอนในห้องโถงปฏิบัติธรรมชั้น 2 มีคนจับจองมุมต่างๆ นอนกันเป็นแถวบนพื้นกระดาน ทั้งหญิงและชาย ไม่มีใครสนใจใคร ที่เดียวที่เหลืออยู่พอเอาเป้หนุนหัวนอนได้ คือหน้าพระพุทธรูปในห้องนั่นเอง
  • ตื่นมาอีกทีตีห้าครึ่ง เตรียมการใส่บาตรแบบสาธิต พระป่าจะนั่งเป็นแถว ให้เราใส่เฉพาะข้าวสวย และของแห้ง ส่วนอาหารคาวหวานจะจัดวางบนโต๊ะยาว เวลาจะฉัน พระจะมาพิจารณาอาหารคือเลือกตักใส่บาตรเอง แล้วกลับไปนั่งฉันที่เดิม เช้านี้คนใส่บาตรเยอะมาก เข้าแถว 2 ชั่วโมงยังไม่หมด
  • ในกระเป๋าเป้มีทุกอย่าง ยกเว้นสายชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ ทำให้เราไม่ได้ถ่ายภาพ เล่น FB หรือดูนาฬิกา ข้อดีคือ มีสมาธิมากขึ้น ไม่รู้เวลา ทำให้ 14 ชั่วโมงที่สวนโมกข์กรุงเทพ ในวันข้ามไปยังปีพุทธศักราช 2557 เป็นไปอย่างน่าประทับใจเป็นที่สุด และสรุปว่าอาการป่วยทำอะไรเราไม่ได้จริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s