เทคนิคและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ

18 ส.ค. 58 — Day 3 ของการเข้าร่วมฟังการบรรยาย Twilight Program (18:00-20:00 น.) ในชุด “การวิจัยเชิงคุณภาพ” จัดโดย วช. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ Central World

สำหรับวันนี้เป็นการบรรยายในหัวข้อ “เทคนิคและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ” โดย ผศ.ดร. อารีย์วรรณ อ่วมตานี จากคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขั้นตอนของการทำวิจัยเชิงคุณภาพ มีดังนี้คือ  ศึกษาข้อมูลในบริบทจริง –> จากนั้น ตั้งคำถามวิจัย (อาจมีสมมุติฐานชั่วคราว) –> จัดกลุ่มข้อมูลจากที่พบจริง –> วิเคราะห์ ค้นหาแบบแผนของความสัมพันธ์ (pattern) ระหว่างกลุ่มของข้อมูล โดยวิธีการอุปมาน (Induction method) –> สังเคราะห์เป็นข้อสรุป หรือทฤษฎี

ประเภทของการวิจัยเชิงคุณภาพ

  • ปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology)
  • ทฤษฎีฐานราก (Grounded Theory)
  • ชาติพันธุ์วรรณา (Ethnography)
  • ประวัติศาสตร์ (History)
  • กรณีศึกษา (Case Study)
  • ทฤษฎีระบบ  (System Theory)
  • จิตวิทยาสิ่งแวดล้อม (Ecological Psychology)  ฯ ล ฯ

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. การสัมภาษณ์
  2. การสังเกต
  3. การสนทนากลุ่ม
  4. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารอื่นๆ

1) การสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) เป็นการสนทนาโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่แล้ว แต่ต้องค่อยๆ ตะล่อมถามไปเรื่อยๆ ให้นึกถึงคำถาม  6 Question Words (ใคร / ทำอะไร / ที่ไหน / เมื่อไหร่ / ทำไม / อย่างไร) ให้ถามความคิดเห็น เหตุผล และมุมมอง ไม่ใช่ถามแบบบังคับให้ตอบว่า “ใช่-ไม่ใช่” “ถูกต้อง-ไม่ถูกต้อง” ต้องเป็นมุมมองของผู้ให้ข้อมูล ไม่ใช่มุมมองของผู้วิจัย ไม่จำเป็นต้องเน้นให้ตอบเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ อย่าใช้คำถามชี้นำเพื่อให้ตอบในแนวที่วางไว้ อย่าใช้คำถามที่ทำให้ผู้ตอบไม่อยากตอบ รู้สึกอับอายหรือไม่สบายใจ และไม่ควรใช้คำถามที่เป็นความรู้ทางวิชาการเกินไป (ต้องรู้ background การศึกษาของผู้ตอบด้วย) และนอกจากนั้น ถ้ามีโอกาสสัมภาษณ์หลายๆ รอบ วิเคราะห์หลายๆ รอบ จะทำให้ได้รายละเอียดมากขึ้น เวลาเขียนบรรยายจะทำให้ได้อรรถรสมากขึ้น

  • Unstructured interview เริ่มต้นจากคำถามทั่วๆ ไป
  • Semi-structured interview สร้างข้อคำถามไว้ล่วงหน้าเป็นข้อๆ และค่อยๆ ตะล่อมถาม อย่างไรก็ตาม การถามแต่ละครั้งของแต่ละคน จะแตกต่างกันไปตามบริบทของคำตอบของผู้ให้ข้อมูล

ลักษณะของคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์

  1. Experience/behavior questions ถามประสบการณ์หรือเหตุการณ์ (ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ? ….)
  2. Opinion/value questions ถามความคิดเห็น (คิดอย่างไรกับ ..)
  3. Feeling questions ถามความรู้สึก (รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น …)
  4. Sensory questions ถามถึงสัมผัสทั้ง 5 (การเห็น การสัมผัส การรับรส การดมกลิ่น การได้ยิน) เห็นอะไร รสชาติเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ได้ยินว่าอย่างไร
  5. Knowledge questions ถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้ (ในเรื่องที่เป็นจริง ไม่ใช่ความรู้สึก)
  6. Background/demographic questions ถามภูมิหลังของผู้ให้ข้อมูล เช่น ทำงานมากี่ปีแล้วคะ ?

ข้อควรระวังของการสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์มีข้อดีคือ ได้ข้อมูลมาก ใช้เวลาน้อย แต่ข้อจำกัดคือ ข้อมูลที่ได้อาจไม่ใช่ข้อมูลจริง ผู้สัมภาษณ์ต้องมีทักษะในการเจาะลึกเพื่อให้ได้ข้อมูล ต้องใช้เวลาในการผูกมิตรกับผู้ให้ข้อมูล

2) การสังเกต (Observation)

  • การสังเกตแบบมีส่วนร่วม  (Participation) ต้องเอาใจใส่ต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น ใช้ประสบการณ์ทั้งในฐานะคนในและคนนอกในเวลาเดียวกัน
  • การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม นักวิจัยทำตัวเป็นคนนอก คอยจดบันทึกเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ ที่สังเกตเห็น ขณะอยู่ใน setting ที่เลือกศึกษา

การบันทึกภาคสนาม (field note) บันทึกอะไร ?

บันทึกฉากและบุคคล (setting) การกระทำ (acts) แบบแผนกิจกรรม (pattern of activities) ความสัมพันธ์ (relationship) ความหมาย (meaning) เพื่อให้ได้คำตอบว่า ทำไมจึงเกิดพฤติกรรมและการกระทำนั้นๆ

3) การอภิปรายกลุ่ม (Focus group discussion)

หลักสำคัญคือ ผู้ร่วมสนทนาทุกคน (ซึ่งควรมีประมาณ 6-12 คน) ควรมีภูมิหลังคล้ายกัน จะต้องไม่มีความขัดแย้งกันเป็นส่วนตัว และไม่มีใครมีอำนาจเหนือคนอื่นในกลุ่ม เป็นการเก็บข้อมูลในกลุ่มที่มีปัญหาเดียวกัน มีประสบการณ์เดียวกัน มาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน ประเด็นสนทนาต้องไม่ลึกซึ้ง หรือเป็นเรื่องส่วนตัว หรือ sensitive เกินไป

4) การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารอื่นๆ

  • เอกสารส่วนบุคคล เช่น intimate diaries, personal letters (จดหมายส่วนตัว), autobiographies (ชีวิตและผลงาน หนังสือมุทิตาจิต)
  • เอกสารทางการ เช่น internal documents (บันทึกข้อความ รายงานการประชุม), external communications (สิ่งพิมพ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน), personal records/files (แฟ้มประวัติบุคคล เวชระเบียน)
  • ภาพถ่าย อาจเป็นภาพถ่ายที่ถูกค้นพบ หรือภาพถ่ายที่ผู้วิจัยได้ถ่ายขึ้นเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
  • สถิติหรือข้อมูลที่เป็นตัวเลขเชิงปริมาณ (ใช้อ้างอิง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลเชิงคุณภาพ)
  • สัญลักษณ์หรือสิ่งของที่มีความหมาย เช่น พระพุทธรูป ไม้กางเขน
  • ฟิล์มภาพยนตร์ วิดีทัศน์  และข้อมูลจาก social media

ข้อควรระวังของการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร

ข้อมูลเอกสารส่วนตัว อาจไม่ใช่ตัวแทนของประชากร  ข้อมูลส่วนมากใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนเป็นหลัก ทำให้ bias ได้ เอกสารบางอย่างผู้เขียนไม่ได้ศึกษาถ่องแท้ หรือเขียนบิดเบือนเพื่อลบล้างความผิดของตนในอดีต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s