ตั้งเป้าหมายในชีวิต พิชิต Visceral Fat และฝึกวิปัสสนาสติปัฏฐาน

วันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ เป็นวันแม่แห่งชาติ เป็นวันเวลาที่ดีและมีมงคล เหมาะสมต่อการตั้งเป้าหมายในการทำสิ่งดี ๆ  ในชีวิต เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นแม่ที่มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ อายุยืนยาวเพือจะอยู่กับลูกไปได้อีกนาน

เป้าหมายที่ตั้งไว้เพื่อพัฒนากาย คือ การกำจัด Visceral Fat หรือไขมันในช่องท้อง ที่ไม่ใช่ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat) แม้ร่างกายจะดูไม่อ้วน แต่ก็อาจลงพุงได้ และเป็นอันตราย เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เป็นต้น เมื่อวานนี้ ได้ไป Fitness และมีโอกาสวัดร่างกายด้วยเครื่อง Body Composition Analyzer จึงทราบว่า มี Visceral Fat Rating = 5 ซึ่งเริ่มสูงแล้ว เมื่อเทียบกับน้ำหนักและส่วนสูง (เกณฑ์ปกติอยู่ที่ 1-9) Visceral Fat กำจัดได้ยากมาก ต้องมีวินัยในการควบคุมอาหารทุกชนิดที่รับประทานเข้าไปกันอย่างเข้มข้นและจริงจัง เรียกได้ว่า ต้องอ่าน Nutrition Facts บนฉลากอาหาร ทุกผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ ต้องคิดทุกครั้งว่าจะนำอาหารเข้าปากหรือไม่ กันเลยทีเดียว นอกเหนือจากเพิ่มการออกกำลังกายที่ตรงจุดมากขึ้น

ส่วนการพัฒนาใจ เป็นชาวพุทธก็ต้องทราบว่า มีเพียงหนทางเดียว คือ การฝึกสมถะวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน สมถะเพื่อให้จิตสงบตั้งมั่น เป็นสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่านซัดส่ายและมีกำลัง นิ่งจนสามารถมองเห็นสภาวะธรรม จากนั้นจึงวิปัสสนา เพื่อให้จิตมีปัญญาใคร่ครวญ ยอมรับตามความเป็นจริง รู้ชัดรู้แจ้งว่าไม่ใช่ตัวตน และทำลายกิเลสได้ ทั้งเรื่องกายและใจ ต้องตั้งเป้าหมายและพยายามอย่างจริงจัง เพราะทำสำเร็จได้ยากยิ่ง แต่มีความสำคัญต่อชีวิตเป็นที่สุด

mahasatipattan_dungtrin

สติปัฏฐาน 4 ได้แก่

กายานุปัสสนา พิจารณาเห็นกาย อาจใช้สมาธิและสติกำหนดลมหายใจเข้าออก (อานาปานสติ) มีสัมปชัญญะขณะรู้อิริยาบถ 4 (เดิน ยืน นั่ง นอน) และอิริยาบถปลีกย่อยต่าง ๆ ขณะร่างกายเคลื่อนไหว พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกาย  พิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง อวัยวะต่าง ๆ อาการ 32 ร่างกายที่เต็มไปด้วยปฏิกูลหรือของโสโครก ไม่สะอาด ต้องเน่าเปื่อยผุพังเป็นธรรมดา พิจารณากายเป็นธาตุ 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ธาตุ 6 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ช่องว่างในกาย และวิญญาณธาตุหรือธาตุรู้) และพิจารณาศพเพื่อเห็นว่าร่างกายเป็นของดับสูญ

เวทนานุปัสสนา พิจารณาสุข-ทกุข์ ฝึกสังเกตเวทนาที่เกิดจากผัสสะที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และความรู้สึกที่วนเวียนอยู่ในกรอบของโสมนัส (รู้สึกสุข) โทมนัส (รู้สึกทุกข์) และอุเบกขา equanimity (รู้สึกเฉยๆ)

จิตตานุปัสสนา พิจารณาจิตที่มีราคะ (โลภ) โทสะ (โกรธ) โมหะ (หลง) ที่สำคัญคือ ผู้ที่จะพิจารณาสภาวะจิตได้อย่างเที่ยงธรรมตามความเป็นจริง จะต้องเป็นคนมีศีล ไม่โกหกตัวเอง และมีความรู้ตัวทั่วพร้อม รู้สภาพจิตที่กำลังหดหู่และฟุ้งซ่าน จิตเป็นสมาธิตั้งมั่น กำหนดรู้สภาวจิต ถึงฌานระดับต่าง ๆ จนกระทั่งจิตแยกออกมาเป็นผู้รู้ ผู้ดูสภาวธรรม และหลุดพ้น

ธัมมานุปัสสนา มีสติสัมปชัญญะในการเจริญสติพิจารณาธรรมต่าง ๆ ได้แก่ นิวรณ์ 5 ที่เป็นเครื่องขวางกั้น (กามฉันทะ พยาบาท ความง่วงเหงาซึมเซา ความฟุ้งซ่าน-วิตกกังวล-หงุดหงิดรำคาญใจ และความลังเลสงสัย) และพยายามปฏิบัติเพื่อหาทางกำจัดสิ่งที่ทำให้ขาดสติ ละอุปาทานหรืออาการที่คิดเอาเอง โดยให้มองกายและใจตามความเป็นจริง ว่าเป็นขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ที่มีความเกิดดับเสมอ พิจารณาอายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) และอายตะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส) พิจารณาสังโยชน์ 10 หรือกิเลสที่มัดใจ (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีสัพพตปรามาส กามราคะ ปฏิฆะ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา) เจริญสติสัมโพชณงค์ 7 (สติ-ระลึกได้ ธัมมวิจิยะ-พิจารณาในธรรม วิริยะ-ความเพียร ปิติ-ความอิ่มใจ ปัสสัทธิ-สงบระงับ สมาธิ-ตั้งมั่น อุเบกขา-วางเฉย) ลดความยึดมั่นถือมั่นลง สามารถเห็นธรรมในตน เห็นว่าตัวตนนั้นไม่มี ทุกอย่างมีการเกิดดับ เป็นทุกข์ และไม่เที่ยง มองเห็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

สติปัฏฐาน 4 เป็นฐานที่กำหนดของสติ เพื่อมุ่งสู่ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ (อริยสัจ 4 มรรคมีองค์ 8) ซึ่งเป็นหนทางมุ่งไปสู่ความเป็นอริยบุคคล เพื่อที่สุดแห่งความดับทุกข์

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s