Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

บันทึกนี้ เขียนขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2557 เนื่องในโอกาสใกล้ถึงวันขึ้นปีใหม่ ตลอดปีที่ผ่านมา ได้แสวงหาและศึกษาธรรมะมาหลายแห่ง คิดว่าได้เกร็ดความรู้มาบ้าง จึงอยากจะนำประสบการณ์มาเผยแพร่เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ถือว่าเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ 2558 นี้นะคะ สำหรับทุกท่านที่สนใจในธรรม

ไปฟังธรรม-ปฏิบัติธรรมที่ไหนดี

ฟังที่ไหนก็ได้ แต่ต้องถูกจริต และไปมาสะดวก ที่เคยไปมาแล้ว มีดังนี้ค่ะ

  1. วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร เดินทางด้วย BTS สายสุขุมวิท ลงสถานีปุณณวิถึ สุขุมวิท 101 แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์ 13 บาท หรือรถสี่ล้อเล็ก (รถกระป้อ) 10 บาท ไปยังวัดธรรมมงคลและสถาบันพลังจิตตานุภาพของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร สุดซอยปุณณวิถี 20 เย็นวันอาทิตย์เวลา 15:30-17:30 น. มีกิจกรรมสวดมนต์และนั่งสมาธิ 9 นาที สวดอวยพรให้กันและกัน และรับน้ำพระพุทธมนต์ ถ้าวันไหนพระครูปลัดมงคลวัฒน์ ลงมานำสวดเอง จะมีเทศน์แบบฮาๆ ด้วย ที่นี่นิยมสวดมนต์เสียงดังลั่น ให้เทวดาได้ยิน สวดยาวเป็นชั่วโมง บทสวดพระปริตรที่นิยมสวดกัน ได้แก่ มหาสมัยสูตร ของที่นิยมนำมาร่วมถวายสังฆทาน ได้แก่ ข้าวสาร กระดาษทิชชู ถุงดำ สบู่ น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เนื่องจากที่นี่มีการฝึกอบรมครูสมาธิและมีคนมาวัดจำนวนมาก ที่อุโบสถชั้นล่างติดแอร์เย็นสบาย จุได้ 400-500 ที่นั่ง
  2. วัดปทุมวพระเสริมนารามราชวรวิหาร  เดินทางด้วย BTS ลงสถานีสยาม และเดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึง  ตอนเย็นวันอาทิตย์ ที่ศาลาพระราชศรัทธา (บรรยากาศแบบ open air) เวลา 18:30-20:00 น. มีกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเย็น สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ไหว้พระบรมสารีกธาตุและฟังธรรมเทศนา  ถ้าอยากบวชเนกขัมมภาวนา ก็ได้ ชุดขาวก็มีขายที่สหกรณ์ของวัด ข้าวของที่นำมาถวายพระจะกระจายไปช่วยเหลือพระเณรที่วัดสาขาทั่วประเทศ ไม่มีเสียของ ถ้าเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง จะมีกิจกรรมคืนเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดวัด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระญาณวสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังคปรินายก ที่เราเคยทำความสะอาดมาแล้ว เช่น พระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสายน์ ศาลาบูรพาจารย์ ศาลารัชกาลที่ 4 และกวาดลานรอบพระอุโบสถ เป็นต้น ที่นี่มีพระพุทธรูปจากเมืองล้านช้าง ที่สวยงามมากๆ ได้กราบแล้วนั่งมองก็จะสบายใจ คือ หลวงพ่อพระเสริมและหลวงพ่อพระแสน อยู่ในพระวิหาร และหลวงพ่อพระสายน์อยู่ในพระอุโบสถ
  3. วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร อยู่ตรงเสาชิงช้า เขตพระนคร สวดทำวัตรเย็น สวดกลางคืนทุกวัน ค่อนข้างดึกหน่อย 19:00-21:00 น. เหมาะสำหรับชีวิตคนทำงาน จบแล้วจะมีพระมาแสดงธรรมเทศนา  ในโบสถ์อากาศค่อนข้างร้อน เราเคยไปครั้งเดียว ไม่ใช่ขาประจำ
  4. มูลนิธิบ้านอารีย์ http://www.baanaree.net เดินทางด้วย BTS ลงสถานีอารีย์ แล้วเดินเข้าซอยอารีย์ 1 จะมีพระอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ เดินทางมาแสดงธรรมเป็นประจำที่ห้องสมุดธรรมะชั้น 3 เริ่มประมาณ 18:30 น. พระอาจารย์ที่เคยฟัง ได้แก่ หลวงปู่อุดม ญาณรโต จากวัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม จังหวัดบึงกาฬ พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม จากวัดหนองป่าไผ่ จังหวัดสกลนคร เป็นต้น วันเสาร์มีฝึกปฏิบัติเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวหลวงพ่อเทียน  ทุกวันศุกร์ที่สามของเดือน มีหลักสูตรเรียนบาลีจากพระไตรปิฎก สอนโดยอาจารย์สุภีร์ ทุมทอง ซึ่งสอนดีมาก หนังสือของอาจารย์ก็ดีมากๆ ด้วย แจกฟรีอีกต่างหาก แถวนี้ของกินเพียบ ค่อนข้างสุขสบาย เลยมาบ่อยมาก หลังเลิกงานและวันเสาร์บางวัน
  5. อาคารปฏิบัติธรรมสุรัตนธรรม  ของคุณหมอสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ เศรษฐีร้อยล้าน เจ้าของคลินิก 1 บาทรักษาทุกโรค อยู่หน้าตั้งฮั่วเส็งบางลำภู มีพระอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ เดินทางมาแสดงธรรมทุกวันอาทิตย์ เวลา 14:00 น. เป็นประจำ พระอาจารย์ที่เราเคยฟังได้แก่ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล จากวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ หลวงพ่อวิชัย เขมิโย จากวัดถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย คุณหมอคนนี้มีสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ ว่า “ไม่รู้จะเอาเงินไปใช้อะไร มีแค่นี้ก็รู้สึกว่า เราพอแล้ว ต่อให้เรารวยกว่านี้มันก็ใม่มีประโยชน์ ผมจึงเอาเงินเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนอื่น
  6. ถ้าไปบางลำภู มีเวลาจะแวะวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน กราบและนั่งสมาธิหน้าพระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถ แวะไหว้พระศรีศาสดา และพระไพรีพินาศด้วย
  7. บ้านจิตสบาย  http://www.jitsabuy.com  อยู่ในซอยระหว่างถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกกับพุทธมณฑลสายสอง ปากทางเข้าเป็นสมาคมชาวปักษ์ใต้  บ้านนี้สวยมาก มีกิจกรรมหลายอย่าง มีห้องสมุดธรรมะ มีห้องทำสมาธิ มีหนังสือ CD แจกฟรี มีลานเดินจงกรม และโรงทานแจกอาหารฟรี พระอาจารย์ที่เราเคยฟังได้แก่ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ไม่ค่อยได้ไป เพราะไปยากหน่อยถ้าไม่มีรถส่วนตัว
  8. หอประชุมพุทธคยา อยู่ที่ชั้น 22 ตึกอัมรินทร์พลาซ่า เดินทางด้วย BTS ลงสถานีชิดลม เป็นบริษัท DMG Book ของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับการฟังธรรมรอบดึก เมื่อก่อนไปบ่อย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ไปแล้ว ครั้งล่าสุดที่ไป คือ ได้ฟังธรรมจากพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ก่อนที่ท่านจะสึก เราสามารถติดตามกิจกรรมของที่นี่ ได้จาก facebook ชมรมคนรู้ใจ/เรือนธรรม https://www.facebook.com/konrujai/events
  9. หอพระธาตุ โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ ชั้น 20 อาคารวิชัยยุทธเหนือ (ตึกเก่า) ในซอยตรงข้ามที่่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นลิฟต์ไปอยู่หน้าห้องประชุมวิชาการและห้องสมุดพุทธสาสน์ มีพระอรหันต์ธาตุครูบาอาจารย์ อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ขาว อนาลโย และ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม มีพระธาตุเสด็จในงานทำบุญของโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2548 ด้วย ซึ่งมีพยานรู้เห็นในเหตุการณ์จำนวนมาก หอพระธาตุเปิดให้สักการะตั้งแต่เวลา 7:00-19:00 น.
  10. วัดสนามใน http://watsanamnai.info เป็นวัดสายปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ซึ่งท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ปัจจุบันมีหลวงพ่อทอง อาภากโร เป็นเจ้าอาวาส ท่านไปเปิดสาขามีลูกศิษย์ลูกหาเป็นชาวไต้หวันเยอะ เพราะแนวปฏิบัติเป็นที่นิยมในหมู่คนจีน การเดินทางจากตั้งฮั่วเส็งธนบุรี ข้ามสะพานลอยมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ 10 บาท ขี่ลัดเลาะไปตามซอกซอยในหมู่บ้านแถวนั้น ไม่นานก็ถึง หน้าวัดกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า คาดว่าพอสร้างเสร็จแล้ว จะไปวัดนี้ได้สะดวกขึ้น จะมาค้างที่วัดก็ได้ หรือมาฝึกแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ วัดนี้ไม่มีเน้นหรูหรา ใช้โบสถ์แบบธรรมชาติ เรียบง่าย  วิธีปฏิบัติใช้การฝึกเคลื่อนไหวมือ 15 จังหวะ สลับกับเดินจงกรม เคยไปฝึกปฏิบัติและกินข้าวที่วัดนี้ รู้สึกแปลกดีที่ฆราวาสพิจารณาอาหารแล้ว กินพร้อมกับพระฉันเลย ไม่ต้องรอให้พระฉันเสร็จก่อน
  11. วัดมเหยงคณ์ http://www.watmaheyong.org เป็นวัดสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดังแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ที่สนใจจะบวชเนกขัมมภาวนา สามารถไปบวชได้ทุกวัน ให้ไปถึงวัดก่อนเวลา 9:00 น. การเดินทางสามารถขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ฝั่งภัตตาคารพงหลี ค่ารถ 60 บาท ไปลงที่วงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม แล้วต่อมอเตอร์ไซค์ 20 บาท มีผู้สนใจมาปฏิบัติธรรมกันไม่ขาดสาย แม่ชีค่อนข้างดุและเข้มงวด ให้ฟังเสียงคำสอนของหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี เป็นระยะ ระหว่างเดินจงกรม นั่งสมาธิ ซึ่งท่านมีน้ำเสียงที่นิ่มนวล เยือกเย็นมาก แต่ไม่ง่วง สอนดีมาก ว่างั้นเถอะ ที่นี่เป็นแนวมหาสติปัฏฐาน แต่ไม่ได้สั่งว่าต้องใช้คำบริกรรมว่าอย่างไรเป็นพิเศษ แล้วแต่ความถนัดของเรา ตื่นตี 3 ครึ่ง ปฏิบัติจนถึง 3 ทุ่มทุกวัน วัดนี้เป็นวัดร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ปี 2310 แต่ในยุตนี้กำลังจะมีพระอุโบสถหลังใหม่ ใครสนใจวิปัสสนากรรมฐาน แนะนำให้มาวัดนี้เลยค่ะ
  12. ศูนย์ธรรมสีมันตะ ลำพูน เป็นศูนย์ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตร 10 วัน ตามแนวท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ศูนย์นี้เป็นศูนย์ที่ 6 ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นแนวดูเวทนา ไม่มีคำบริกรรม ไม่เดินจงกรม ให้ดูลมหายใจเป็นหลัก ต้องสมัครล่วงหน้านานหลายเดือน และต้องอยู่ปฏิบัติให้ครบ กลับก่อนไม่ได้ เพื่อให้เรียนรู้แนวปฏิบัติจริงๆ กลับบ้านไปจะได้ฝึกเองตลอดชีวิต .. ที่นี่บรรยากาศดี สถานที่สะดวก ชาวต่างชาตินิยมมาปฏิบัติกันมาก ส่วนการเดินทางถ้าไม่มีรถ อาจใช้บริการเหมารถสองแถวเข้าไป ติดต่อทางศูนย์ได้ค่ะ http://www.thaidhamma.net
  13. หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ)  http://www.bia.or.th  เดินทางด้วย BTS  ลงสถานีหมอชิต แล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์ไป หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีพหลโยธินก็ได้ ข้ามสะพานลอย เดินเลียบไปทางสำนักงานบริษัท ปตท. ไม่ไกลมาก หรือจะเดินลัดเลาะสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ก็ได้ เดินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง เราเคยมาฝึกอบรมคู่มือมนุษย์ รุ่นที่ 7 เคยมาสวดมนต์ข้ามปี 2557 ที่นี่ และได้รับการฝึกและอบรมธรรมะจากพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง แบบข้ามคืนข้ามปี ไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว

ถ้าจะถามว่า ฝึกอะไร และฝึกไปทำไม คำตอบคือ ฝึกให้สละได้ ปล่อยได้ วางได้ ถ้าปล่อยแล้วจะไม่ทุกข์ แต่มันชอบเผลอกำเอาไว้ เลยต้องฝึกกันเยอะหน่อย ฝึกกันนานหน่อย — เรื่องมันเป็นแบบนี้แหละ แต่ถ้ากำแล้ว บาดมือก็แล้ว ยังไม่รู้สึกว่านี่คือทุกข์ อาจนึกไม่ออกว่าต้องฝึก  แต่ถ้านึกออกแล้ว อยากให้ลองไปดูค่ะ โชคดีที่เกิดเป็นชาวพุทธในประเทศไทย อย่างน้อยก็มีผู้รู้ทาง ค่อยๆ เดินกระเตาะกระแตะตามเขาไปล่ะกัน จะได้ไม่หลงค่ะ :)

อ่านหนังสือ ต้นทุนที่เรียกว่า “ธรรม” ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช แล้วเอามาสรุปเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของตัวเราเอง — ดังนี้

ขั้นตอนการพัฒนา “ต้นทุนทางธรรม” 

1. รักษาศีล เพื่อให้ใจสงบ ถ้าศีลขาดก็ไม่เป็นไร ตั้งใจรักษาใหม่ไปเรื่อยๆ ถ้าใจเราซื่อตรงต่อศีลต่อธรรม ธรรมจะเข้ามาสู่ใจเรา

2. ทำในรูปแบบ เพื่อให้จิตมีกำลัง มีแรงสำหรับใช้เจริญสติในชีวิตประจำวัน อย่างน้อยวันละ 15 นาที  โดยการ

1.1 ไหว้พระสวดมนต์ 

1.2 ทำสมถะ ถ้าฟุ้งน้อย ให้ทำกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น พุทโธ ดูลมหายใจ) คอยรู้ทันจิตที่เคลื่อนไป ถ้าฟุ้งมาก เอาใจไปจดจ่อเรื่องดีๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เพียงเรื่องเดียว ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คิดถึงทานที่เราทำแล้ว คิดถึงศีลที่เรารักษาแล้ว คิดถึงความสงบ คิดถึงความตาย คิดถึงลมหายใจ คิดถึงความเมตตา (เมตตาตัวเอง อย่าหาเหตุให้ตัวเองเป็นทุกข์ อย่าทำชั่ว  เมตตาคนอื่น เมตตาสัตว์อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา เรากลัวเจ็บ เรากลัวตาย เราไม่อยากให้คนอื่นรังแก เขาก็กลัวเจ็บ กลัวตาย ไม่อยากให้เรารังแกเหมือนกัน เจริญเมตตาให้มากๆ)

1.3 ฝึกจิตให้ตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ดู

1.4 ฝึกแยกรูป แยกนาม แยกธาตุ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) แยกขันธ์ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)

1.5 ฝึกดูธาตุขันธ์แสดงไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  เห็นร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา เห็นจิตใจไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับไม่ได้

3. เจริญสติในชีวิตประจำวัน ทำตลอดเวลา แต่ไม่ต้องบังคับร่างกายจิตใจ ให้ร่างกายและจิตใจทำงานไปตามธรรมชาติ เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย สุข-ทุกข์ก็ช่าง ให้มีสติคอยระลึกรู้ก็พอ

วันที่ 7 สิงหาคม 2557 ได้มีโอกาสฟังบรรยายและฝึกอบรมเรื่อง How to help students learn &  using social media in medical education  จัดโดย งานแพทยศาสตร์และบัณฑิตศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรโดย นพ. Rajin Arora รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (สบพช) หรือ CPIRD  http://mededtweet.blogspot.com ได้รับความรู้มากมาย จะขอนำประเด็นสำคัญมาสรุปไว้ดังนี้ค่ะ

  • ควรทำความเข้าใจ Peter Sheahan’s Generation Gap ของคนรุ่น Baby Boomers, Gen X, Gen Y ซึ่งมีประเด็นความสนใจที่แตกต่างกัน
  • ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Kolb’s Experiential learning cycle ซึ่งเป็นวงจรที่เริ่มต้นจาก concrete experience (ไปฟังบรรยาย ก็แค่ได้ฟัง / hear ไม่ใช่ learn) -> reflective observation  -> abstract conceptualization (สรุปเป็นของตัวเอง) -> active experimentation
  • คำพูดเก่าแก่ แต่ยังใช้ได้อยู่จนทุกวันนี้คือ Learning by Doing ของ John Dewey, 1859-1952 (การเรียน จะให้รู้ ต้องมี hand-on)
  • 6 Grasha-Ruechmann Learning Styles สไตล์การเรียนของนักศึกษา ประเภทต่างๆ ได้แก่ 1. Competitive 2. Collaborative 3. Avoidant 5. Dependent 6. Indepedent
  • 5 Grasha Teaching Styles สไตล์การสอนของอาจารย์ประเภทต่างๆ ได้แก่ 1. Expert 2. Formal Authority 3. Personal Model (อาจารย์ที่เป็น role model จะเป็น internal motivation ของนักศึกษา) 4. Facilitator (สนับสนุนส่งเสริม) 5. Delegator (มอบหมายงาน)  ซึ่งเราสามารถเข้าไปทำแบบสอบถามออนไลน์ Teaching Style Survey เพื่อดูว่า เราเป็นอาจารย์แบบไหน ได้ที่เว็บไซต์ http://www.longleaf.net/teachingstyle.html
  • ต้องเข้าใจความหมายของการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning) ว่ามี 4 ประเภท คือ 1. Dependent Directed-self learning (DDSL) 2. Dependent self-directed learning (DSDL) 3. Independent Directed-self learning (IDSL) 4. Independent self-directed learning (ISDL) เป็น continuous professional development ตามลำดับขั้น เช่น DDSL เป็นการสอนระดับปริญญาตรี (อาจารย์แนะนำหัวข้อหรือสิ่งที่ต้องเรียน และเมื่อเรียนแล้วต้องกลับมาปรึกษาอาจารย์) DSDL เป็นการสอนระดับปริญญาโทและเอก หรือ PBL ของนักศึกษาแพทย์ (นักศึกษาหาหัวข้อหรือสิ่งที่ต้องเรียนเอง และเมื่อเรียนแล้วต้องกลับมาปรึกษาอาจารย์) IDSL เป็นการใช้ learning package เช่น e-learning (อาจารย์แนะนำหัวข้อหรือสิ่งที่ต้องเรียน ให้นักศึกษาไปเรียนด้วยตัวเอง) และ ISDL เช่น การทำวิจัย, CPD และการใช้ MOOCs เป็นต้น (นักศึกษาหาหัวข้อหรือสิ่งที่ต้องเรียนเอง และศึกษาด้วยตัวเอง)
  • ความสำเร็จของ self-learning อยู่ที่ “instructional design” 
  • การสอนแบบ lecture เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งต้องมีการผลิตทุกอย่างเป็น mass แต่ที่จริงสมัยก่อนเราเรียนรู้แบบกลุ่มทั้งนั้น เราควรเลือกว่าบางอย่างต้อง lecture แต่บางอย่างอาจต้องใช้ self-learning
  • จากงานวิจัยในปัจจุบัน พบว่าการเรียนแบบ Problem-based learing หรือ PBL นั้นอาจมีข้อเสีย มากกว่าข้อดี และใช้ไม่ได้ผล
  • การใช้เทคโนโลยีช่วยในการสอน เช่น การใช้ M-learning หรือใช้ mobile devices หรือ gadgets ต่างๆ การใช้ e-learning หรือการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท
  • การบริหารจัดการ e-learning มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ network, hardware, software และ content
  • เราใช้ e-learning ไปเพื่ออะไร : Replacement (ทดแทน), Complement (แถมให้), Supplement (สอนเสริม), หรือ Requirement (ส่วนหนึ่ง) — แบบ complement ไม่ค่ยแนะนำ เพราะเสียเวลาทำ
  • การใช้ social media ในการเรียนการสอน จะช่วย improve knowledge, attitudes และ skills
  • ตัวอย่างของ social media เช่น wiki, blog, twiiter, facebook, google app for education (google drive, google form, google calendar, google classroom)
  • ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การเรียนต้องเกิดจาก motivation ของนักศึกษา ทั้ง internal และ external นักศึกษาอยากเรียนเอง / การเลือกกระบวนการเรียนที่จะใช้ ควรคำนึงถึงหลักการของ self-learning 4 ประเภท  ต้องมี reflection, collaboration, feedback ประเมินว่านักศึกษาได้เรียนรู้แล้วจริง เป็น assessment for learning (ประเมินเพื่อการเรียนรู้) ไม่ใช่ assessment of learning (ประเมินแค่เก็บคะแนน) / ให้นักศึกษามี engagement  และสุดท้ายคือ อาจารย์ต้องมี ICT literacy

พระโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ แนวปฏิบัติที่บริบูรณ์เพื่อความดับทุกข์
(ฺBodhipakkhiya-dhamma: Qualities contributing to enlightment)

castle
สติปัฏฐาน 4 (Satipatthana 4)

ที่ตั้งของสติ การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง (Foundation of mindfulness)

  1. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน  (contemplation of the body: mindfulness as regards the body) คือ การตั้งสติกำหนด พิจารณากายให้รู้เห็นตามจริงว่าเป็นเพียงแต่กาย ไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขา
  2. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน (contemplation of feelings: mindfulness as regards feelings) คือ การตั้งสติกำหนด พิจารณาเวทนา ให้รู้เห็นตามจริงว่า เป็นเพียงแต่เวทนา ไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขา
  3. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน (contemplation of mind: mindfulness as regards mental conditions) คือ การตั้งสติกำหนด พิจารณาจิต ให้รู้เห็นตามจริงว่า เป็นเพียงแต่จิด ไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขา
  4. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน (contemplation of mind-objects: mindfulness as regards ideas) คือ การตั้งสติกำหนด พิจารณาธรรม ให้รู้เห็นตามจริงว่า เป็นเพียงแต่ธรรม ไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขา


สัมมัปปธาน 4 (Sammappadhana 4)

ความเพียรชอบเพื่อละอกุศลเก่า ทำกุศลใหม่ (Right exertions: great or perfect efforts to overcome and develop)

  1. สังวรปธาน (the effort to prevent; effort to avoid) คือ เพียรระวังยับยั้งบาปกุศลที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
  2. ปหานปธาน (the effort to abandon; effort to overcome) คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
  3. ภาวนาปธาน (the effort to develop) คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น
  4. อนุรักขณาปธาน (the effort to maintain) คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ตั้งมั่น และให้ยิ่งเจริญขึ้นไป


อิทธิบาท 4 (Iddhipada 4)

คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย (part of accomplishment; basis for success)

  1. ฉันทะ (will; zeal; aspiration) คือ ความพอใจ ความใผ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป
  2. วิริยะ (energy; effort; exertion; perseverance) คือ ความเพียร หมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม แข้มแข็ง อดทน ไม่ท้อถอย
  3. จิตตะ (thoughtfulness; active thought; dedication) คือ ความคิดมุ่งไป ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ อุทิศตัวอุทิศใจให้กับสิ่งที่ทำ
  4. วิมังสา (investigation; examination; reasoning; testing) คือ ความไตร่ตรอง หรือทดลอง หมั่นใช้ปัญหาพิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผลและตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง


อินทรีย์ 5 (Indriya 5)

ธรรมที่เป็นใหญ่ในกิจของตน (controlling faculty)

  1. สัทธา (confidence) ความเชื่อ
  2. วิริยะ (energy) ความเพียร
  3. สติ (mindfulness) ความระลึกได้
  4. สมาธิ (concentration) ความตั้งมั่นในจิต
  5. ปัญญา (wisdom) ความรู้ทั่วชัด


พละ 5 (ฺBala 5)

ธรรมอันเป็นพลัง เป็นหลักปฏิบัติทางจิตให้ถึงความหลุดพ้นโดยตรง (power; strenght; force)

  1. สัทธาพละ (power of confidence) คือ กำลังของศรัทธา เป็นกำลังต่อต้านอกุศลธรรม คือ ความไม่เชื่อ
  2. วิริยะพละ (power of energy) คือ กำลังของความเพียร เป็นกำลังต่อต้านอกุศลธรรม คือ ความเกียจคร้าน
  3. สติพละ (power of mindfulness) คือ กำลังของสติ เป็นกำลังต่อต้านอกุศลธรรม คือ ความประมาทเลินเล่อ
  4. สมาธิพละ (power of concentration) กำลังของสมาธิ เป็นกำลังต่อต้านอกุศลธรรม คือ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต
  5. ปัญญาพละ (power of wisdom) คือ กำลังของปัญญา เป็นกำลังต่อต้านอกุศลธรรม คือ โมหะ หรืออวิชชา


โพชฌงค์ 7 (Bojjhanga 7)

ธรรมอันเป็นองค์ประกอบเพื่อความรู้แจ้ง (enlightment factors)

  1. สติ (mindfulness) คือ ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ
  2. ธัมมวิจยะ (truth investigation) คือ ความเฟ้นธรรม ความสอดส่องสืบค้นธรรม
  3. วิริยะ (energy) คือ ความเพียร
  4. ปิติ (rapture) คือ ความอิ่มใจ
  5. ปัสสัทธิ (calmness) คือ ความผ่อนคลาย สงบเย็นกายใจ
  6. สมาธิ (concentration) คือ ความมีจิตตั้งมั่น จิตแน่วแน่ในอารมณ์
  7. อุเบกขา (equanimity) คือ ความมีใจเป็นกลางเพราะความเห็นตามจริง

มรรค 8 (Magga 8)

ทางมีองค์ 8 ประการอันประเสริฐ (the noble eightfold path)

  1. สัมมาทิฏฐิ (right understanding) คือ เห็นชอบ
  2. สัมมาสังกัปปะ (right thought) คือ ดำริชอบ
  3. สัมมาวาจา (right speech) คือ เจรจาชอบ
  4. สัมมากัมมันตะ (right action) คือ กระทำชอบ
  5. สัมมาอาชีวะ (right livelihood) คือ เลี้ยงชีพชอบ
  6. สัมมาวายามะ (right effort) คือ พยายามชอบ
  7. สัมมาสติ (right mindfulness) คือ ระลึกชอบ
  8. สัมมาสมาธิ (right concentration) คือ ตั้งจิตมั่นชอบ

castle2

หมายเหตุ : บันทึกความรู้ที่ได้จากผนังกำแพง ขณะเดินขึ้นบันไดเวียน 67 ขั้น รอบต้นซุงต้นใหญ่เป็นแกนกลางของปราสาท 3 ชั้น ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนยอดโลหะปราสาท วัดราชนัดดาวรวิหาร เกาะรัตนโกสินทร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2557

KPI งานวิจัย

31 ม.ค. 57 ไปประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนด KPI ด้านวิจัย เพื่อผลักดันสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ที่ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศูนย์วิจัยการแพทย์ศิริราช (SiMR) .. ได้ความรู้จากการบรรยายของท่านผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย เลยขอเก็บบันทึกเอาไว้ค่ะ

siriraj

  • ต้องหาให้เจอว่าใครคือ customer งานวิจัย? งานวิจัยต้องตอบโจทย์ความต้องการของ customer ทำให้ customer เข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากผลงานวิจัยนั้น งานวิจัยต้องเป็น customer-oriented research และตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย
  • customer อาจแบ่งตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยด้านต่างๆ ได้แก่ งานวิจัยเชิงวิชาการ งานวิจัยเชิงพาณิชย์ งานวิจัยเชิงนโยบาย งานวิจัยเพื่อสังคม customer อาจเป็น partner งานวิจัยของเราทั้งในและต่างประเทศ customer อาจเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทุนวิจัยให้แก่เรา ทั้งในและต่างประเทศ
  • customer อาจไม่ใช่คนเดียวกันกับ users / consumers
  • ส่วนคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ buyers / payers / distributors / manufacturers / sponsors / advocators / regulators / stakeholders
  • พึงระลึกเสมอว่า งานวิจัย (research) กว่าจะกลายเป็นนวัตกรรมได้ ต้องอาศัยขบวนการหลายขั้นตอน ทั้ง development, design, engineering และ manufacturing
  • ดัชนีวัด PI (Performance Indicators) แบ่งออกเป็น 1. Leading indicators (วัดกระบวนการ) 2. Lagging indicators (วัดผลผลิต output / ผลลัพธ์ outcome)
  • ผลผลิต (outputs) ซึ่ง customers นำไปใช้ได้โดยตรง ได้แก่ บทความวิจัยตีพิมพ์ สิทธิบัตร ต้นแบบ ฐานข้อมูล sample banks ต่างๆ รวมทั้ง ทรัพยากรมนุษย์ เช่น นักศึกษาบัณฑิตศึกษา นักวิจัย ผู้รับการฝึกอบรม การวัด outputs ต้องมีทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ
  • ผลลัพธ์ (outcomes) เป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และทางวิชาการในวงกว้าง ทั้งในระดับ short-term outcomes (วัดโดย defined customers) intermediate outcomes (วัดโดย customer’s customers) และ long term  outcomes (วัดโดย society หรือประเทศชาติ) การวัดทำได้ค่อนข้างยาก
  • วิธีการวัดต้อง identify ให้ออก ตาม logic model ของการวิจัย ไม่ว่าจะเป็น basic research หรือ research for industry แต่ละรายการคืออะไรบ้าง นับตั้งแต่ 1. research inputs -> 2. activity -> 3. outputs -> 4. for customers -> 5. short term outcomes -> 6. intermediate outcomes -> 7. long term outcomes

30 มกราคม 2557 ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน บังเอิญอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะต้องเดินทางไป study visit ที่ไต้หวัน เลยต้องหัดอ่านและทำความเข้าใจภาษาจีนเป็นการเบื้องต้นสักหน่อย … เริ่มต้นเรียนรู้จากคำมงคลในวันตรุษจีนนี้เลยค่ะ

New_Year_2014

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียงฟาไฉ   新正如意  新年发财

ปีใหม่นี้ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปี

ซิน เหนียน ไคว้ เล่อ   新年快乐    สุขสันต์วันปีใหม่

กง สี่ ฟา ไฉ    恭喜发财    ขอให้ร่ำรวยมั่งคั่งยิ่งๆขึ้นไป

เหนียน เหนียน ฟา ไฉ    年年发财   ร่ำรวยตลอดไป

ซิน เหนียน จิ้น ปู้      新年进步     ขอให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

ซิน เสี่ยง ซื่อ เฉิง     心想事成     ขอให้คิดในสิ่งใด สำเร็จในสิ่งนั้น

ว่าน ซื่อ หยู อี้    万事如意       ขอให้สำเร็จสมดั่งใจหมาย

จี๋ เสียง หยู อี้     吉祥如意       สมปรารถนา

ซื่อ ซื่อ หยู อี้        事事如意     ขอให้ทุก ๆ เรื่อง สมหวังดั่งใจหมาย

ฟู่ กุ้ย จี๋ เสียง      富贵吉祥    ขอให้มีแต่สวัสดิมงคลโชคดีร่ำรวย

เห่าย วิ่น เหนียน เหนียน    好运年年   โชคดีตลอดไป

อี้ ฝาน เฟิง ซุ่น     一帆风顺      ทุกอย่างราบรื่น

ซื่อ ซื่อ ซุ่น ลี่     事事顺利       ทุกเรื่องราบรื่น

กง จั้ว ซุ่น ลี่     工作顺利       ขอให้ทำงานโดยราบรื่น

คาย จาง จวิ้น ฟา      开张骏发    ขอให้เริ่มงานใหม่มีแต่รุ่งเรือง

ไฉ เอวี๋ยน กว่าง จิ้น    财源广进     ขอให้มีทุนทรัพย์กว้างใหญ่ไพศาล

ซิน ชุน ต้า จี๋      新春大吉       ขอให้ประสบมหามงคล

คาย เหมิน ต้า จี๋     开门大吉      ขอให้เปิดประตูรับแต่สิ่งมหามงคล

เจา ไฉ่ จิ้น เป่า     招财进宝      กวักเงินกวักทอง

ยื่อ ยื่อ โหย่ว เจี้ยน ไฉ     日有见财     ทุกๆ วันมีแต่ร่ำรวย

ยื่อ จิ้น โต้ว จิน  日进斗金     ทุกวันมีโชคมีชัย ชัยชนะเงินทองเข้ามาทุกวัน

เหนียน เหนียน โหย่ว อวี๋   年年有余      ขอให้ทุกๆ ปีเหลือกินเหลือใช้

อิ้ เปิ่น ว่าน ลี่   一本万利     ลงทุนสิ่งใด กำไรมหาศาล

อี้ เซิง ผิง อัน       一生平安    ชีวิตนี้สงบสุขสันติ

ต้า จี๋ ต้า ลี่     大吉大利      กำไรมีแต่เพิ่มพูน

ฮวา คาย ฟู่ กุ้ย     花开富贵   ขอให้มั่งคั่งร่ำรวยวาสนาดังดอกไม้ผลิบาน

ฮั่ว หยู หลุน จ้วน       货如轮转    ขอให้ค้าขายคล่องดั่งล้อหมุนไปข้างหน้า

เซิง หัว เหมย หม่าน     生活美满   ขอให้ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งสวยหรู

เซิง อี้ ซิง หลง     生意兴隆     ขอให้การค้ามีแต่เจริญรุ่งเรือง

ปู้ ปู้ เกา หลง       步步高隆     ขอให้ทุกก้าวย่างมีแต่รุ่งเรือง

หวง จิน ว่าน เหลี่ยง    黄金万两    มั่งมีทองคำมากล้นทวีคูณ

หลง หม่า จิน เสิน       龙马精神    สุขภาพแข็งแรง

เซิน ถี่ เจี้ยน คัง       身体健康    ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงร่างกายสมบูรณ์

ซวง โซ่ว    双寿     อายุวัฒนะทวีคูณ

อู่  ฝู หลิน เหมิน    五福临门     ขอให้ความสุขทั้งมวลมาเยือนถึงที่

ซื่อ จี้ ผิง อัน      四季平安       ขอให้แคล้วคลาดตลอดปี

ซุ่ย ซุ่ย ผิง อัน     岁岁平安       ขอให้ตลอดชีวิตมีแต่สุขสันต์ร่มเย็น

ซ่าง ลั่ว ผิง อัน       上落平安      ขอให้ขึ้นเหนือล่องใต้มีแต่สวัสดิภาพ

ชู ยู่ ผิง อัน         出入平安       ขอให้เดินทางไปกลับโดยปลอดภัย

เหอ เจียะ ผิง อัน     合家平安      ขอให้ทุก ๆ คนมีแต่ความสงบร่มเย็น

จิน อวี้ หม่าน ถัง     金玉满堂    ขอให้มีทรัพย์สมบัติเต็มบ้านเต็มเรือน

สี่ ชี่ หม่าน ถัง       喜气满堂   บรรยากาศมงคลเต็มหอห้อง

กง เฮ้อ ซิน สี่       恭贺新禧    ขอให้มีแต่เรื่องมงคลน่ายินดี

อิ๋ง ชุน เจีย ฝู       迎春接福    ขอให้รับปีใหม่รับความสุขสม

ยะถา วาริวะหา ปูรา | ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาคร

ปะริปูเรนติ สาคะรัง | ให้บริบูรณ์ได้ฉันใด

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง | ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วในโลกนี้ ย่อมสำเร็จ

เปตานัง อุปะกัปปะติ | ประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ได้ฉันนั้น

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง | ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้ว ตั้งใจแล้ว

ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ | จงสำเร็จโดยฉับพลัน

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา | ขอความดำริทั้งปวง (ของท่าน)

จันโท ปัณณะระโส ยะถา | จงเต็มที่เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ

มะณิ โชติระโส ยะถา | เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสว ควรยินดี

สัพพีติโย วิวัชชันตุ | ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป

สัพพะโรโค วินัสสะตุ | โรคทั้งปวงของท่านจงหาย

มา เต ภะวัตวันตะราโย | อันตรายทั้งหลายอย่ามีแก่ท่าน

สุขี ทีฆายุโก ภะวะ | ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืน

อภิวาทะนะสีลิสสะ | นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน | จัตตาโร ธัมมา วัฒฒันติ | อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง |

พรสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่บุคคล ผู้มีปกติไหว้กราบ มีปกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ด้วยประการฉะนี้แล

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 42 other followers