Google MOOC – Advanced Power Searching

Advanced Power Searching เป็น Google MOOC ตอนที่ 2 เมื่อผ่านหลักสูตรแรก คือ Power Searching มาแล้ว ตอนที่ 2 นี้ โจทย์จะยากและซับซ้อนมากขึ้น เทคนิคการสืบค้นมีรายละเอียดมากขึ้น สามารถดูสรุปเทคนิคต่างๆ ได้ตามตารางนี้เลยค่ะ

Screen Shot 2559-03-12 at 5.57.37 PM.png

Operators

  • Wildcard operator   ตัวอย่างเช่น ต้องการทราบว่าประเทศต่างๆ มีการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ อย่างไร  ให้ค้นว่า [“how * is celebrated in *”] เช่น how Christmas is celebrated in China, how halloween is celebrated in Poland เป็นต้น
  • Number range operator  ระบุให้ค้นเฉพาะช่วงเวลา [1900..2000] หรือตัวเลข เช่น  [1075..1700 paser printer]
  • AROUND operator ให้ค้นหาคำทั้งสองที่อยู่ห่างกันโดยมีคำอื่นคั่นไม่เกิน 3 คำ [Daniel Russell AROUND(3) Google]
  • Finding related pages ค้นหาเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน  [related:census.gov]
  • Operator combinations การค้นโดยใช้ตัวเชื่อมหลายๆ ชนิด รวมกัน เช่น  filetype, minus operator, wildcard, OR เป็นต้น
    • [filetype:pdf -site:nasa.gov apollo 1990..1991]
    • [filetype:doc OR filetype:pdf]
  • Using site structure (การระบุให้ค้นเฉพาะภายในเว็บไซต์ ด้วยคำสั่ง inurl:  ค้นหาคำนั้นในชื่อ URL intext: ค้นหาคำนั้นในเว็บเพจ และ intitle: ค้นหาคำนั้นในชื่อเรื่อง)
    • [site:google.com/insidesearch/searcheducation inurl:map]
    • [google intext:“search literacy”]
    • [site:nasa.gov filetype:pdf intitle:ultralight]

Additional Google Properties

  • Google มีบริการต่างๆ สำหรับค้นสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ข้อกฎหมาย สิทธิบัตร หนังสือ ข่าว ได้แก่ Google Scholar, Legal Scholar (Case Law), Google Patents, Google News, Google Books

Advanced Search Tools

  • Gaining an international perspectives 
    • คำที่ค้นอาจต้องใช้ภาษาของประเทศนั้นๆ เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
    • ใช้บริการ Google domain ของประเทศต่างๆ ซึ่งบางประเทศอาจมีบริการหลายภาษา เช่น  [goole India] [google Hong Kong]
    • คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกภาษาที่ใช้ในเมนูต่างๆ ของ google ด้วยคำสั่งเปลี่ยนภาษา language
    • เลือกคำสั่ง  advanced search และจำกัดผลการค้นด้วย
      • language  (ภาษาที่เขียนภายในเพจ)
      • region (ประเทศหรือภูมิภาคที่ตีพิมพ์)
    • ใช้บริการแปลภาษา ด้วย [Google Translate]
  • Filtering content by creative commons licenses
    • การค้นหาข้อมูลหรือภาพที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ให้คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง  advanced search และจำกัดผลการค้นด้วย usage rights
  • Search Settings
    • การปรับหรือกำหนดค่าพิเศษต่างๆ ให้คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง Search settings เพื่อกำหนดค่าต่างๆ เช่น เปิด SafeSearch เพื่อกรองภาพที่ไม่เหมาะสม เปิดให้มีเสียงพูดโต้ตอบขณะใช้คำสั่ง Search by voiceเปิดให้แสดงประวัติการค้นหรือ search history กำหนดจำนวนผลการค้นที่แสดงต่อหนึ่งหน้า  เป็นต้น
  • Verbatim and double quote
    • การค้นหาวลีที่เฉพาะเจาะจง ให้ใส่เครื่องหมาย “…” คร่อมคำ หรือเลือกใช้คำสั่ง Search tools และเปลี่ยนจาก all results มาเป็น Verbatim mode ซึ่งหมายถึง สั่งค้นคำต่อคำ ตามตัวอักษร
  • Searching your own web history
    • คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง History ซึ่งจะเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ประวัติการใช้งาน google ของเรา เป็นข้อมูลส่วนตัว
  • Filtering images (advanced)
    • ค้นหาภาพด้วยคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง จาก Google Images
    • คลิกคำสั่ง Search tools และจำกัดผลการค้นภาพที่ได้ ด้วยคำสั่ง Size (ขนาด), Color (สี), Type (ชนิดของภาพ), Time (ช่วงเวลา), Usage rights (ลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาต)
  • Custom search engine
    • การจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลเฉพาะภายในเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นด้วย Custom search engine (CSE)  เราสามารถสร้างกล่องสืบค้นสำหรับเว็บไซต์ของเราได้เอง โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ https://cse.google.com/cse/
  • Google Alerts
    • การสร้างระบบการแจ้งเตือนข่าวใหม่จากเว็บไซต์ที่เราสนใจติดตาม ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [Google alerts]

Refining Searches

  • Context terms
    • การใช้ context term เสริมในชุดคำค้น จะช่วยขยายบริบทหรืออธิบายชนิดของแหล่งข้อมูลที่เรากำลังมองหา อาจเป็นคำที่ปรากฎอยู่ในบริเวณ title, caption, tags หรือเป็นข้อความในเว็บเพจ
    • ตัวอย่างเช่น ค้นภาพใน google images  [solar panels figure OR graph OR chart]
    • ค้นภาพที่เป็นแผนภูมิ [ship sail diagram]
    • ระบุ filetype: หรือ site: ในคำค้น
    • ค้นในฐานข้อมูล หรือจดหมายเหตุ (archives) [accidents in the home database OR “data base”]
  • Reverse dictionary
    • ในกรณีที่ไม่แน่ใจในคำศัพท์ที่จะค้น ให้ใช้พจนานุกรมประเภท [reverse dictionary] พิมพ์อธิบาย concept เพื่อค้นหาคำ เป็นการค้นย้อนจากความหมายของข้อความไปหาคำศัพท์ จากนั้น ใช้คำสั่ง [define … ] เพื่อตรวจสอบ definition ของคำศัพท์นั้นจาก google ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
  • Using contextually appropriate language
    • การเลือกคำศัพท์ที่จะค้น ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในแต่ละบริบทด้วย เนื่องจากการใช้ภาษาและวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อาจต้องใช้ encyclopedia ดูคำศัพท์เก่าๆ ที่เป็น historical name หรือใช้ reverse dictionary เข้าช่วย รวมทั้งคำนึงถึงมุมมองด้านวัฒนธรรมการใช้ภาษาของแต่ละประเทศ
    • ตรวจสอบคำค้นด้วย Google Books Ngram Viewer https://books.google.com/ngrams ซึ่งจะแสดงกราฟแนวโน้มของความนิยมใช้คำหรือวลีนั้นและปรากฎในหนังสือในแต่ละช่วงปีที่ผ่านมา
  • Identifying common language
    • การตั้งคำถามในการค้น ควรคำนึงถึงสไตล์การเขียนที่มักปรากฏบ่อยๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร ที่เรียกว่าเป็น common language  แล้วนำมาประยุกต์เป็นคำค้น ตัวอย่างเช่น
      • <business> was founded in <year>
      • <number> percent of children are <condition>
      • <term 1> called <term 2> เช่น ถามว่า [white radish japanese cuisine called] คำตอบคือ daikon
  • Google trends
    • ดูแนวโน้มของการค้น google ในแต่ละปี ว่า คนทั่วโลกหรือในแต่ละประเทศนิยมค้นคำว่าอะไรกันบ้าง รวมทั้งการสะกดคำ โดยใช้ [google trends] ตัวอย่างเช่น ค้นแนวเพลง hiphop, rap จาก [google trends] จะพบว่า นิยมเขียนคำว่า hip hop มากกว่า hiphop

 Search Strategies

  • Matching resources to searches
    • การค้นโดยระบุแหล่งข้อมูลหรือ colletions สำคัญและเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ต้องการค้นวิธีการปะชุนถุงเท้า ควรหาในวิดีโอ [How to darn sock site:youtube.com] หรือระบุแหล่งข้อมูลให้ค้นจาก map collections, image collections, databases, library special collections เป็นต้น
  • Using your social networks
    • ถามคำถามเข้าไปในเครือข่ายของเรา เช่น ใน google+ หรือใน gmail group หรือ post คำถามเข้าไปใน forum ต่างๆ ให้คนอื่นช่วยแนะนำคำตอบ
  • Specialization and Generalization
    • การค้นเพื่อตอบโจทย์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องคิดนอกกรอบ โดยคำนึงถึงคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความหมายกว้างกว่า (broader term) หรือแคบกว่า  (narrower term) ด้วย นอกเหนือจากการนึกถึงคำพ้อง (synonyms) ซึ่ง google จะหาให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว รวมทั้งการค้นหาคำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน (related terms) ซึ่งผู้เขียนเว็บเพจอาจจะใช้
  • Comparing multiple sources
    • ใช้หลักการค้นแบบสามเส้า Triangulating เพื่อหาหลักฐานจากแหล่งข้อมูลอย่างน้อย 3 แห่ง มาช่วยยืนยัน ว่าข้อค้นพบเป็น “common knowledge”
    • หาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเหมือนกัน สำหรับการค้นหัวข้อเดียวกัน  (the same information on the same topic)
    •  และอย่าลืมค้นหาความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง ที่มีต่อหัวข้อเรื่องนั้นๆ ด้วย

PowerSearchingWithGoogle MOOC

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่จดเอาไว้กันลืม หลังจากผ่านการเรียนหลักสูตร PowerSearchingWithGoogle MOOC และได้ใบประกาศนียบัตรมาแล้ว

Screen Shot 2559-03-12 at 10.15.58 AM.png

สิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้แก่

  1. เราสามารถค้น URL เว็บไซต์ Google ของแต่ละประเทศได้โดยการพิมพ์  [Google Thailand],  [Google Singapore],  [Google Australia]
  2. Filtering เราสามารถคลิกที่  Search tools เพื่อ filter ผลการค้น โดยเลือก ขนาด (size) สี (color) ชนิดของภาพ (type) ระบุช่วงเวลา (time) และสิทธิในการใช้ (usage rights)
  3. Filtering by Color : การค้นหาภาพด้วย Google Image จากนั้น คลิกที่  Search tools เพื่อ filter ผลการค้น โดยเลือกสี (color)
  4. การค้นภาพจาก [Google Images] นอกจากพิมพ์คำค้นแล้ว เรายังสามารถค้นด้วยภาพ (search by image) โดยการ Drag and drop ภาพลงใน search box โดยตรง หรือคลิกที่  Camera icon แล้ว Upload an image หรือ Paste image URL ก็ได้
  5. การค้นแผนภาพ สามารถทำได้โดยใช้คำว่า diagram เช่น [SPOC diagram]
  6. การค้นหาสถานที่ต่างๆ ด้วยแผนที่ Google maps  หรือเปลี่ยนจากแผนที่มาดูในลักษณะภาพถ่ายดาวเทียม Satellite View ด้วย Google Earth  นอกจากนั้น ยังสามารถลากตัว Peg Man เข้าไปในแผนที่ เพื่อเดินดูพื้นที่ในบริเวณนั้นโดยละเอียดด้วยเทคโนโลยีกูเกิลสตรีตวิว Google Street View ก็ได้
  7. Google ใช้โปรแกรม Spider ในการสืบค้น Google ไม่ได้สืบค้นเว็บ แต่สืบค้น index ของเว็บที่มีคำนั้น และดูว่ามีคำนั้นปรากฎในชื่อเพจหรือ URL หรือไม่ มีคำนั้นปรากฎในเนื้อหาเพจบ่อยครั้งแค่ไหน และใช้หลัก Google’s PageRank ซึ่งให้ความสำคัญต่อปริมาณและคุณภาพของ links ต่าง ๆ ที่ชี้มายังเพจนั้นด้วย ผลการค้นที่ปรากฏขึ้นมาจะแยกเพจโฆษณาไว้ด้านบนและด้านขวาของจอภาพเสมอ โดยไม่นำมาปะปนกับเพจอื่นๆ
  8. ศิลปะของการเลือกคำค้น (The Art of keyword Choices) คือ ต้องใช้คำที่สำคัญมากที่สุด หาคำพ้องที่เหมาะสม จำไว้ว่าคำค้นที่เราพิมพ์เข้าไปนั้นจำเป็นต้องปรากฏอยู่ในเว็บเพจเสมอ และควรคิดสมมุติว่าถ้าเราเป็นผู้เขียนเพจนั้น เราจะใช้คำว่าอะไร อย่าลืมว่าผู้เขียนแต่ละคนอยู่ในสภาพแวดล้อม วงการอาชีพ ไม่เหมือนกัน อาจใช้คำหรือสำนวนการเขียนที่แตกต่างกันได้ และการใช้คำที่ต่างกัน จะทำให้ผลการค้นออกมาไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจไม่ใช่เพจที่เราต้องการ ตัวอย่างเช่น โจทย์ถามว่า “I heard there was some old city in San Francisco Bay. What was it called?” เราอาจค้นว่า [What was the old city in San Francisco Bay called?] หรือค้นว่า [Old city San Francisco Bay] แต่ที่ถูกต้อง ควรค้นว่า [ghost town San Francisco Bay] และคำตอบคือ Drawbridge, California
  9. ผลการค้นบางคำ เช่น บุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ ภาพยนตร์ดัง ฯลฯ ที่มุมบนด้านขวาบนหน้าจอจะแสดงข้อมูลรายละเอียดของสิ่งนั้น ในลักษณะที่เรียกว่า “Information Panel
  10. Find text on a page เราสามารถสั่งค้นหาคำที่ต้องการในหน้าเว็บเพจนั้น โดยกด CTRL-F หรือ command-F
  11. การระบุ web address ด้วยคำสั่ง site:  ตัวอย่างเช่น  [site:mahidol.ac.th] หรือ [business workplace site:gov]
  12. การเลือกชนิดของไฟล์ด้วยคำสั่ง filetype: ตัวอย่างเช่น[site:stanford.edu filetype:pdf] หรือ  [filetype:csv tax rate site:nj.gov]
  13. การกำจัดบางเพจออกไปโดยใช้ minus sign หรือเครื่องหมายลบ (-) ตัวอย่างเช่น [michelangelo -artist]
  14. เครื่องหมาย plus (+) ไม่ใช่ operator และไม่ได้มีความหมายว่า  AND แต่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของคำค้นได้ เช่น [C++] [Google+]
  15. ลำดับของคำมีความหมาย เช่น [blue sky] และ [sky blue] ไม่เหมือนกัน a the ก็สำคัญ ทำให้ผลการค้นแตกต่างได้ เช่น ค้นคำว่า [who] [a who] [the who] แต่จะพิมพ์ตัวอักษรใหญ่หรือเล็กไม่สำคั
  16. เครื่องหมายวรรคตอน บางตัวก็สำคัญ เช่น $, #, and + [C++] [Google+] แต่บางตัวก็ไม่สำคัญ เนื่องจาก google ไม่ใช้ในการค้น เช่น ¶, £, €, ©, ®, ÷, §, %, (), @, ?, !
  17. ใช้คำสั่ง define สำหรับค้นพจนานุกรมหาความหมายของคำนั้น เช่น  [define yarnbombing]
  18. การใช้ double quotes คร่อมคำให้กลายเป็นวลี ในกรณีที่ต้องการค้นวลีเฉพาะ ตัวอย่างเช่น [“when venus the goddess of beauty and love”] หรือ  [“Daniel M. Russell”]
  19. การใช้ OR operator สำหรับคำพ้อง ตัวอย่างเช่น [“fish pedicure” OR “fish spa” OR “doctor fish”]
  20. การใช้คำสั่ง intext: เพื่อให้แน่ใจว่า จะต้องมีคำนั้นอยู่ภายในเพจ (in the text of the page) ตัวอย่างเช่น [coral bleaching site:stanford.edu intext:geophysics]
  21. การค้นโดยใช้เมนู Advanced Search จะสามารถสั่งจำกัดผลการค้นให้แคบเข้า โดยระบุ site or domain (site:) terms appearing แบบ in the text of the page (intext:) in the title of the page (allintitle:) หรือชนิดของไฟล์ (filetype:) ได้
  22. ชุดคำค้นอาจซับซ้อน ผสมผสานคำสั่งและ operator ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น [filetype:kmz shipwrecks OR “ship wrecks” florida -site:floridamarine.org -site:the-jacobs.org]
  23. .KMZ เป็นไฟล์ของ Google Earth
  24. Google มีเครื่องอำนวยความสะดวก เพื่อให้เราค้นหาได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้ Shortcuts หรือ Search features ต่างๆ เช่น สภาพอากาศ (weather), เวลา (time), เที่ยวบิน (flight numbers), แผ่นดินไหว (earthquakes), เมืองหลวงประเทศต่างๆ (world capitals), เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก (sunrise/sunset times), ภาพยนตร์ (movies), ราคาหุ้น (stock quotes), ผลคะแนนกีฬา (sports scores), ยารักษาโรค (medications) เป็นต้น ตัวอย่างการค้น เช่น [weather Bangkok]  [time in Singapore] [Thai AirAsia 354] หรือ [FD 354]  
  25. ค้นด้วยเสียงพูด (Google search by voice) หรือ OK Google
  26. การเปลี่ยนหน่วยวัด (Conversion) ตัวอย่างเช่น [212f in c] [400 km in miles] [1 Euro in USD]
  27. การคำนวณ (Calculation) พิมพ์สูตรทางคณิตศาสตร์ หรือเรียกใช้เครื่องคิดเลข ตัวอย่างเช่น [1+2] [12% of 124] หรือถามค่า เช่น จำนวนประชากร [population of Thailand]
  28. แปลภาษาด้วย [google translate

ต้องระวังความน่าเชื่อถือ (Credibility) ของผลการค้นที่ได้รับ ควรค้นหลายๆ ครั้ง  “Just do one more search” หรือใช้การค้นหลายๆวิธี คานกันแบบสามเส้า ให้สังเกตชื่อ URL ของแหล่งที่มา อาจลองระบุช่วงเวลาใน search tools เพื่อตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นจริงหรือไม่ หรือบางครั้ง คำพูดที่ Quote มา และอ้างว่าพูดโดยบุคคลสำคัญ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ลองค้นหาในหนังสือด้วย [Google Books]

รวมทั้งใช้ฐานข้อมูล Whois (https://www.internic.net/whois.html) ในการตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือ domain (owner of the site)

เศรษฐกิจเพื่อสังคม ​(Social Economy)

แผนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อความยั่งยืน จะต้องคำนึงถึงสมดุลของทั้งสามภาคส่วน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่หวังพึ่งแต่ภาครัฐเพียงอย่างเดียว หรือแม้แต่เพียงภาครัฐกับภาคเอกชน ในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ต้องหันมาสร้างการกระจายรายได้และความเท่าเทียมกันทางสังคม การสร้างคุณค่าร่วม (shared value) การจัดการทรัพยากรที่ดี รักษาสิ่งแวดล้อม และลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มร่ำรวย ที่มีจำนวนคนไม่ถึง 20% เท่านั้น หรือไม่ใช่หวังพึ่งแต่เงินสนับสนุนจากรัฐบาลหรือเงินบริจาค เพราะการที่ประเทศดูเหมือนจะเติบโตขึ้นโดยวัดจากค่า GDP ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมได้อย่างแท้จริง

นั่นเป็นที่มาของคำว่า ระบบเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาสังคม ​(Social Economy) ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต โดยใช้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ

ผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจขึ้นมา เราเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า อองเทรอเพรอเนอ  (Entrepreneur) ดังนั้น  ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม เราจึงเรียกว่า Social Entrepreneur กลไกการประกอบการทางสังคม คือ Social Entrepreneurship ธุรกิจเพื่อสังคม คือ Social Business กิจการเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เน้นการพึ่งตัวเอง ไม่เน้นกำไรสูงสุด คือ Social Enterprise โดยมีระบบส่งเสริมกิจการเงินร่วมลงทุนทางสังคม ที่เรียกว่า Social Venture Capital ให้การสนับสนุน

ตัวอย่างของสุดยอด social business ระดับโลก ได้แก่  เรื่องราวของ ศาสตราจารย์ ดร. มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศ ผู้ก่อตั้ง กรามีนแบงค์ หรือ ธนาคารคนจน ส่วน social business/social enterprise ที่มีชื่อเสียงของไทย ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง (ดอยตุง) มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)

กลุ่มองค์กรทางสังคม ที่เรารู้จักกันดี ได้แก่ สหกรณ์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล วิสาหกิจชุมชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NPO) องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) องค์กรสาธารณประโยชน์ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจเอกชน หรือที่เรียกว่า CSR

ขณะนี้ประเทศไทยโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กำลังมีการปฏิรูปและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสังคม มีคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy) ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กำลังผลักดันกลไกต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน ระบบเศรษฐกิจเพื่อสังคม (Social Economy) อันได้แก่ กฎหมาย “พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม” การจัดตั้ง สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส) คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ (ควส) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ (สวส) กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และสภาวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามลำดับ

Screen Shot 2559-03-06 at 8.20.47 AM.png

อ้างอิง : คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy)

บทบาทของห้องสมุดใน AUN-QA

ห้องสมุด เกี่ยวข้องกับระบบการประกันคุณภาพการศึกษาในอาเซียน (AUN Quality Assurance – AUN-QA) อย่างไร

Screen Shot 2559-03-06 at 9.34.00 AM.png

เนื่องจากวันที่  9-11 มีนาคม 2559 หลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิชาชีวเคมี (หลักสูตรนานาชาติ) ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะได้รับการตรวจเยี่ยม ตามเกณฑ์ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาในอาเซียน (ASEAN University Network – Quality Assurance : AUN-QA) 

ในเกณฑ์ของ AUN-QA ได้กล่าวถึง เกณฑ์ที่ 7 : Support Staff Quality, เกณฑ์ที่ 9 : Facility and Infrastructure และ เกณฑ์ที่ 10 : Quality Enhancement ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริการของบุคลากรสายสนับสนุน ทั้งงานด้านห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และบริการการศึกษา ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ที่จะตอบคำถามแก่ผู้เยี่ยมสำรวจ จึงขอสรุปใจความสำคัญจากเล่ม คู่มือการประเมิน AUN-QA version 3.0 เฉพาะข้อคำถามที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสารสนเทศและห้องสมุด เผื่อท่านที่ทำงานห้องสมุดอื่นๆ จะสนใจนำไปใช้บ้าง ดูจากข้อคำถามแล้วพบว่า เขาให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคล การพัฒนาสมรรถนะและวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุน ค่อนข้างมากทีเดียวค่ะ

Programme quality depends mostly on interaction between staff and students. However, academic staff cannot perform their roles well without the quality of services provided by the support staff. These are the support staff members who manage the libraries, laboratories, computer facilities and student services.

 

AUN-QA Criterion 7 : Support Staff Quality

Support Staff:

  1. Are the support staff members competent and qualified for their jobs?
  2. Are the competencies and expertise of the support staff adequate?
  3. What difficulties are there in attracting qualified support staff?
  4. What policy is pursued with regard to the employment of support staff?
  5. Are support staff members satisfied with their roles?

Staff Management:

  1. How manpower planning of support staff is carried out?
  2. Are recruitment and promotion criteria of support staff established?
  3. Is there a performance management system?
  4. What is the career development plan for support staff?

Training and Development:

  1. Who is responsible for support staff training and development activities?
  2. What are the training and development process and plan? How are training needs identified?
  3. Is there a system to develop technical competencies of support staff?
  4. What are the training hours and number of training places for support staff per year?
  5. What percentage of payroll or budget is allocated for training of support staff?

Sources of Evidence

    1. Manpower plan 
    2. Career plans
    3. Recruitment criteria
    4. Staff qualifications
    5. Training needs analysis
    6. Training and development plan and budget
    7. Performance appraisal system
    8. Student feedback
    9. Award and recognition schemes
    10. Organisation chart
    11. HR policies
    12. Staff handbook
    13. Job description
    14. Employment contract

AUN-QA Criterion 9 : Facilities and Infrastructure

Learning resources such as computers, e-learning portals, library resources, etc. should be adequately provided to meet the needs of students and staff.

  1. Are there enough reading rooms, and computer rooms available? Do they meet the needs of students and staff?
  2. Is the library sufficiently equipped for education and research?
  3. Is the library accessible and within easy reach (location, opening hours)?
  4. What hardware and software are made available to meet the needs of education and research?
  5. Is the total budget for teaching aids and tools sufficient?
  6. How are the facilities and infrastructure being maintained? 

Sources of Evidence

  1. List of facilities, equipment, computer hardware and software, etc.
  2. Facilities booking, utilisation rates, downtime/uptime, operating hours
  3. Maintenance plan
  4. New facilities and upgrading plans
  5. Student and staff feedback
  6. Budgets for facilities and infrastructure

AUN-QA Criterion 10 : Quality Enhancement

Quality of support services and facilities (at the library, laboratory, IT facility and student services) is subject to evaluation and enhancement. 

Feedback mechanisms to gather inputs and feedback from staff, students, alumni and employers are systematic and subjected to evaluation and enhancement.

Feedback Mechanisms:

Mechanisms such as surveys, questionnaires, tracer study, focus group discussions, dialogues, etc. are often used to gather inputs and feedback from stakeholders.

  1. What feedback mechanisms are used to gather inputs and feedback from staff, students, alumni and employers?
  2. Is the way to gather feedback from stakeholders structured and formal?
  3. How is the quality of support services and facilities evaluated?
  4. How is feedback analysed and used for improvement?

เทคโนเพรอเนอร์ (The Technopreneur)

บ่ายวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม  OKMD Fast Forward Talk คิดให้ไกล ไปให้เร็ว ครั้งที่ 9: ตอน The Technopreneur เปลี่ยน “อากาศ” ให้เป็น “โอกาส” ที่หอประชุม ดร.ถาวร พรประภา ชั้น 5 อาคารสยามกลการ ฟัง special talk เรื่อง “Fast Forward Digital Content Trends: The Ookbee Vision” โดย คุณหมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้ง Ookbee เจ้าของฉายา CEO พันล้าน ผู้นำด้านแอพพลิเคชั่น E-Books ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากนั้น ฟังเสวนาพิเศษเรื่อง “Success Stories : สร้างเม็ดเงินจากความเป็นตัวตน…Social Media : Me, Myself and I” โดย คุณจอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ แห่ง Spokedark TV หนึ่งใน Time’s Next Generation Leaders 2015 และคุณแชมป์ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล  นักวาดภาพประกอบ นักเขียนคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุ และพิธีกร เจ้าของบล็อกชื่อดังของไทย exteen.com ได้เกร็ดความรู้ที่ได้รับจากวิทยากร มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ค่ะ

Screen Shot 2559-03-05 at 9.11.19 PM.png

เทคโนเพอร์เนอร์ (Technopreneur) ภาษาไทยแปลว่า ผู้ประกอบการทางธุรกิจเทคโนโลยี หรือเรียกเล่นๆว่า เถ้าแก่น้อยไอที นั่นแหละค่ะ มีอีกคำหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกันเป็นประจำ เป็นการเริ่มธุรกิจใหม่ แบบก้าวกระโดดเรียกว่า startup 

Startup มีความแตกต่างจาก SME คือ  1) Repeatable ทำซ้ำได้ เป็นโมเดลทางธุรกิจที่สามารถทำเงินสดให้กับเราซ้ำ ๆ ได้ ไม่ใช่สินค้าที่ขายได้ครั้งเดียว 2) Scalable ขยายเติบโตออกไปอย่างก้าวกระโดด สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (exponential growth) ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มาก นับว่าเป็น digital economy อย่างแท้จริง เพราะเป็นการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตโดยใช้ smartphone  เช่น การขายของใน line หรือ facebook และแม้ทำธุรกิจประเภทอื่นที่ไม่ใช่ไอที แต่ run บนไอที เช่น GrabTaxi, Uber, AirBNB, Ensogo เป็นต้น

การทำ startup จะต้องมี idea ดีๆ อาจเกิดจากปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันที่คนส่วนใหญ่มักบ่นถึง ถ้าคิดหาทางแก้ไขได้ ลุกออกมา ลงมือทำเลย แม้ในตอนแรกจะเป็น scale เล็กๆ มีทีมไม่กี่คนก็ตาม ต้องมี passion อยากจะทำ แม้จะยาก ต้องคิดหาทางให้ธุรกิจโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใน 3-5 ปี ทำธุรกิจอะไรก็ได้ที่ทำให้คนยอมจ่ายเงิน ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง  บางอย่างควร outsource ต้องเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต และกล้าทำ อย่าให้ความสำคัญกับความล้มเหลวมากเกินไป เพราะอย่างน้อยความล้มเหลวทำให้เราได้เรียนรู้

ความสำเร็จอยู่ที่การสร้าง platform ได้ดี เราต้องคิดสูตรอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น กรณีของ Ookbee ได้สร้าง platform ที่แตกต่างจาก e-books เจ้าอื่นๆ คือ ให้อ่าน e-books ใน tablets ได้ (แทนการอ่านบน PC หรือ  laptop)ให้ลูกค้ามา download app จาก Ookbee และรับทำ app ให้สำนักพิมพ์นิตยสารฟรีๆ โดยใช้ชื่อเป็นของนิตยสารนั้นเลย แลกกับการไม่ต้องเสียค่าโฆษณาในเล่มนิตยสาร  ถ้าขายนิตยสารได้จะแบ่งรายได้กัน 70-30 ปัจจุบัน Ookbee ขายหนังสือ นิตยสารกว่า 1,000 หัว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือเสียง นอกจากนั้น ยังทำ app video course online ให้ SkillLane และมี Ookbee Buffet ให้อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง โดยเหมาจ่ายเดือนละ 300 บาท แบ่งสัดส่วนรายได้กันตามระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ในการอ่านหรือดูสื่อนั้นๆ ในอนาคต Ookbee มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น UGC community ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะหันมาเน้นเรื่อง user-generated content (UGC) สร้าง platform ให้ลูกค้าเข้ามาสร้างเนื้อหาเอง (เป็น creator)

Ookbee Comics ให้ลูกค้าวาดการ์ตูนเอง upload เอง เช่น การ์ตูน Lily Lover มีคนอ่านไปแล้ว 16.7 ล้านครั้ง Fungjai.com  ใครอยากเป็นศิลปิน สามารถ upload เสียงเพลงของตนขึ้นมาได้ สร้างรายได้ให้แก่ศิลปินจาก sponsor ค่าสมาชิก หรือจัด concert ศิลปินแต่ละคนมีแฟนติดตามอยู่แล้ว ผู้สร้างเนื้อหามักจะช่วย post ต่อใน Facebook หรือ IG กระจายเครือข่ายออกไป ถ้าทุกคนขึ้นมาอยู่บน platform นี้ จะทำให้ platform โตขึ้น

การทำ startup ต้องใช้เงินลงทุน ต้องมี seed funding ที่อเมริกามี 500 Startups ป็นธุรกิจเงินร่วมลงทุนหรือ venture capital (VC) ส่วนประเทศไทยเรามีกองทุนร่วมเสี่ยง ที่ชื่อว่า 500 Tuk Tuk คอยให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน การฝึกอบรม และการสร้างเครือข่าย ถ้าใครต้องการเปิด startup  อาจทำ pitch deck presentation ประมาณ 10 สไลด์ เป็น quick plan มานำเสนอทีมงานและ business model ให้พิจารณาได้

ส่วนแนวคิดที่ได้จากการฟังเสวนาของคุณจอห์น วิญญู และคุณแชมป์ ทีปกร คือ ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำและไม่มีใครทำ เขียนในสิ่งที่เราอยากอ่านและไม่มีใครเขียน ไม่ต้องเอาใจใคร ทำตามแบบของเรา เป็นตัวตนของเรา อย่าสร้างภาพ อินเทอร์เน็ตกว้างใหญ่เหมือนมหาสมุทร ต้องมีคนที่ชอบเหมือนเราอยู่แล้ว ต้องมีความกล้าเริ่ม release early, release often ปล่อย draft แรกออกไปเลย ไม่ต้องรอให้พร้อม ไม่ต้องรอให้ perfect ทำไป-ปรับปรุงไปตามความคิดเห็นของลูกค้า หาคนเก่งมาร่วมทีมและทำในสิ่งที่เราไม่ถนัด ต้องจับทางให้ถูกว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องทำเรื่องที่อยู่ในกระแส เนื้อหาที่มีคุณภาพสำคัญที่สุด คนเขียน content บนเว็บ จะต้องเป็นคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตมาเยอะ อ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมากจนกระทั่งสามารถจับอารมณ์คนอ่านได้ ทั้ง mood and tone

Internet TV ในโลกอินเทอร์เน็ต คนดูมีอำนาจมาก จะเลือกดูหรือไม่ดูก็ได้  ไม่ทำโฆษณาแบบหลอกขายของ โฆษณาสมัยใหม่มักขาย creative มีความคิดสร้างสรรค์ จริงใจกับคนดู คนดูจะชอบมากกว่า อย่าดูถูกคนดูบนอินเทอร์เน็ต เพราะทั้งฉลาดและขี้เบื่อ ทำให้เราต้อง up level ขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง

โครงการฟื้นฟู ย่านโยธี-ราชวิถี

วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. 59 ได้มีโอกาสไปเข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำมาตรการทางผังเมืองและข้อเสนอแนวทางการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมภูมิทัศน์ ย่านโยธี-ราชวิถี 2575 ตามโครงการ Bangkok250 ของสำนักผังเมือง กทม  ร่วมกับ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 (ครั้งสุดท้าย) ณ ห้องประชุมดุสิตธานี ชั้น 10 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ฯ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

วิสัยทัศน์ในการพัฒนา คือ “ย่านบริการสาธารณะไร้รอยต่อ เพื่อการเรียนรู้” 

สรุปว่า เขาต้องการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ของย่านโยธี-ราชวิถี สู่ย่านโรงพยาบาลและราชการยุคใหม่ ในย่านนี้มีโรงพยาบาลมากถึง 12 แห่ง สถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐจำนวนมาก (70% เป็นพื้นที่ของราชการ หรือเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) การทำ workshop ครั้งก่อนๆ เริ่มมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 58  โดยใช้วิธีการคือ 1) สร้างภาพอนาคต 2) วิเคราะห์เชิงพื้นที่ เก็บข้อมูล สัมภาษณ์ วางแผนแบบร่วมหารือ (สนทนากลุ่ม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน จากคนหลากหลายอาชีพ) 3) นำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาสร้างผังแม่บท -> สร้างผังรายละเอียด -> ทำข้อกำหนดภูมิทัศน์ -> ดำเนินการสู่การปฏิบัติ

ภาพอนาคตที่ได้

เป็นการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานของรัฐเป็นส่วนใหญ่ เน้นการให้บริการสาธารณะ โดยเฉพาะการรักษาพยาบาล ยกระดับการบริการเป็นศูนย์วิจัยศึกษาและพัฒนาทางการแพทย์ มีการเชื่อมต่อระบบข้อมูลอย่างบูรณาการ มีการสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบเอนกประโยชน์ และเชื่อมต่อกับระบบการสัญจรแบบไร้รอยต่อ

หรือหากให้เอกชนมาร่วมด้วย คุณภาพการบริการสาธารณะจะดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้น อาจมีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ทางเศรษฐกิจ แบ่งปันสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถ โรงอาหาร เกิดการบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ต่อยอด (น่าจะเกิดทั้ง 2 แบบ ผสมผสานกัน ทั้งรัฐนำ และเอกชนนำ)

ศักยภาพคือ มีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนที่ดี ต่อไปจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง มี BTS สถานีราชวิถี มีโอกาสในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจสูง ความท้าทายคือ พื้นที่บางส่วนทรุดโทรม พื้นที่ราชการบางส่วนตัดขาดจากสาธารณะ ภูมิทัศน์ริมทางสัญจรขาดความสัมพันธ์กับอาคาร

ผังแนวคิดในการพัฒนา

  1. เพิ่มพื้นที่บริการสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ
  2. สร้างสรรค์พื้นที่ทดลองเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
  3. จัดเตรียมพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดความเป็นเลิศสู่สาธารณะ
  4. บริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน
  5. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจะเป็นไปได้ก่อนคือ กรสร้างทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) ฝั่งถนนราชวิถี และการปรับภูมิทัศน์ที่ถนนโยธีและซอยเสนารักษ์ ส่วนประเด็นพื้นที่ร่วมระหว่างหน่วยงาน โอกาสเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

1) การสร้างทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) ฝั่งถนนราชวิถี จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กว้าง 8 เมตร พอถึงซอยเสนารักษ์ ลดระดับเหลือ 4 เมตร เชื่อมต่อไปถึงสี่แยกตึกชัย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี  จากนั้นโค้งเข้าสู่ถนนพระรามที่ 6 มาจบที่คณะวิทยาศาสตร์ หรืออาจถึงกระทรวงการต่างประเทศ มีมาตรการเพื่อการควบคุมและส่งเสริมภูมิทัศน์ ต้องเป็นการออกแบบสำหรับทุกคน (universal design)  มีทางลาดสำหรับคนพิการ ควรมีการตกลงระดับชั้นของอาคาร (ประมาณชั้นที่ 2-3)   บริเวณสถานที่สำคัญ เช่น พระราชวังพญาไท ควบคุมความสูงไม่เกิน 20 เมตร ป้องกันทัศนอุจาด  บดบัง landmark สำคัญ เช่น อนุสาวรีย์ หากหน่วยงานสร้างตึกใหม่ ควรคำนึงถึงทางเชื่อมต่อกับ sky walk ด้วยมีการเว้นพื้นที่ว่างที่เหมาะสม เป็นพื้นที่ทางขึ้น-ลง ขอให้หน่วยงานทำพื้นที่โล่งสาธารณะ ให้มีความลึกอย่างน้อย 10 เมตร จัดวางต้นไม้เป็นระยะห่างๆ ไม่จำเป็นต้องปลูกหญ้า อาจเป็นสวนแนวตั้ง หรือเป็นพื้นที่ใต้ถุนตึก

bKK1

2) การปรับภูมิทัศน์ที่ถนนโยธีและซอยเสนารักษ์ ปรับทางเท้าให้เรียบ  ติดไฟส่องสว่าง มีร่มเงาทางเท้า และทำให้รั้วโปร่งมากขึ้น เป็น universal design มีทางข้าม  ขยายฟุตบาท มาตรการกำหนดรั้วริมทางเท้า ไม่ให้ทำรั้วปูนหรืออิฐบล็อก แต่ขอให้ทำรั้วโปร่ง ปลูกไม้พุ่มเตี้ยบริเวณรั้ว ขอความร่วมมือให้ปรับภูมิทัศน์ภายในหน่วยงาน ทำระยะ step back ถอยเข้าไปประมาณ 15 เมตร และปลูกต้นไม้ สายไฟลงใต้ดิน ดูแลแนวต้นไม้ ทำ cover way บังแดดบังฝน ทำโครงข่ายทางเดินเท้าหรือคว้านพื้นที่ข้างในเป็นทางเดินลัดภายในหน่วยงาน เพิ่มสัญญาณไฟจราจรที่สามแยกซอยเสนารักษ์ มีจุดจอดจักรยานที่หัวและท้ายถนนโยธี ทำเลนจักรยานและมอเตอร์ไซค์ จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ มีมาตรการห้ามจอดรถ  เป็นต้น อาจเพิ่มกิจกรรมเชิงพาณฺชย์ โดยหารือกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ รวมทั้งคำนึงถึงระบบการบริหารจัดการที่ดีในอนาคต

bkk2

ขั้นตอนต่อไป จะมีการทำ focus group เจาะตามกลุ่มย่อยตามประเด็น/พื้นที่ ทำแผนแม่บทร่วมกันของหน่วยงาน มีการพูดคุยกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ จากนั้น จะนำเสนอสาธารณะครั้งใหญ่ ประมาณต้นเดือน มิ.ย.59

 

 

การทำธุรกิจที่พักแบบสร้างสรรค์

เสาร์ที่ 16 มกราคม 2559 วันนี้ไปเข้าคอร์สอบรม “เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล” ของคุณขิม วรพันธ์ คล้ายไพบูลย์ ที่โรงแรมสุขุมวิท 31  ได้เกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์มาหลายอย่าง จะขอบันทึกไว้ ดังนี้

  • All Human beings are born as Entrepreneurs” — Muhammad Yunus
  • ค้นหา “คุณค่า” ของคุณ ความฝันที่คุณต้องการไปให้ถึง และสร้าง “จุดขาย” ที่คุณมีคนเดียว ไม่มีใครแทนที่ได้ ด้วยวิธีคิด 3 แบบ คือ
    • เปลี่ยนปมด้อย ให้เป็นปมเด่น
    • ทำสิ่งเดิมๆ ให้ดีขึ้น มีมาตรฐานขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น
    • คิดเปลี่ยนโลก ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (ทำเมื่อธุรกิจใกล้เจ๊ง ไม่ทำก็ไม่รอด)
  • ที่พักแบบสร้างสรรค์ (Creative Accommodations) มีหลายแบบ และผสมผสานกันได้ จนบางครั้งอาจแยกกันไม่ออก  เช่น
    • Boutique Hotel (โรงแรมขนาดเล็กที่เน้นงานดีไซน์ ซึ่งไม่เหมือนกับโรงแรมหรูหราหรือ Luxury Hotel)
    • Hostel
    • Design Hotel
    • Design / Luxury B&B
    • B&B (Bed and Breakfast)
    • HomeStay เช่น  Boutique Homestay, Farm Stay, City Homestay
  • ที่พักแต่ละแบบมีสิ่งที่ต้องคำนึง ไม่เหมือนกัน เช่น
    • Boutique Hotel : ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีนำไปสู่ผลกำไรและความยั่งยืนของชุมชน สุดยอดของการลงทุน คือ เอาสิ่งต่างๆ รอบตัว สายลม แสงแดด แรงงานพื้นบ้าน มาใช้เพื่อลดการลงทุน กระจายรายได้ เปลี่ยนอาคารสถานที่เก่า มาทำที่พัก ผสมผสานกับประสบการณ์ ความชอบและความถนัดของเจ้าของกิจการ เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้มาพัก
    • Hostel : นำกิจการและการบริการหลายๆอย่างมาขายรวมกัน จัดให้มีที่พบปะสนทนา ได้รู้จักเพื่อนใหม่ เป็นห้องพักที่ราคาประหยัด
    • B&B และ Homestay : สร้างประสบการณ์แก่ผู้มาพัก  มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำและเรียนรู้ และมีส่วนพัฒนาสังคมและชุมชนแถวนั้น
  • จะเลือกทำที่พักแบบใด ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพของพื้นที่ ชุมชนโดยรอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทักษะและจุดขายของเรา กลุ่มลูกค้าที่มาเองหรือต้องการให้มา และแนวโน้มในอนาคต
  • ธุรกิจสร้างสรรค์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ กฎการตลาด อาจถูกล้มเลิกได้เสมอ
  • Hardware ไม่สำคัญเท่ากับ Software ต้องลงทุนที่จุดขาย แนวคิด การสร้างแบรนด์ การบริการ การเล่าเรื่องราว ศิลปะ และวิถีการดำเนินชีวิต ไม่ใช่ลงทุนเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้
  • ถ้า Location หรือทำเลไม่ดี ต้องสร้างจุดขายขึ้นมาเอง
  • สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับจุดขาย คือ ต้องใหม่ คุณมีคนเดียว ไม่มีใครแทนที่ได้ และมีคุณค่าต่อสังคม
  • สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับทำเล คือ จะไปอย่างไร ระหว่างไปจะรู้สึกอย่างไร จะให้จดจำอะไร จดจำแล้วจะอธิบายให้คนอื่นฟังอย่างไร จะเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวได้อย่างไร เมื่อไปถึงแล้วจะได้เห็นอะไร จะได้ทำอะไร
  • ข้อเสียของทำเลดี คือ ราคาจะแพง การแข่งขันมาก ทุกคนทำเหมือนกัน อาจจะเจ๊งได้
  • การบริหารแบบต้นทุนต่ำ (low cost) ต้องคิดหาวิธีที่จะลดค่าใช้จ่าย ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ไม่ติดแอร์ แต่ต้องหาวิธีบอกกับลูกค้าให้ได้ว่า คุณค่าอะไรที่ลูกค้าจะได้เพิ่มขึ้น เช่น อากาศบริสุทธิ์ นอกจากนั้น ควรคิดวิธีหารายได้เพิ่ม เช่น ปลูกผักขาย กิจกรรมเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
  • การสร้างแบรนด์ เป็นการสร้าง hotel personality ไม่ใช่การทำโลโก้ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ คือ แบรนด์ที่ขาย licensing ได้ (เรื่องนี้บรรยายโดย คุณโอภาส ลิมปิอังคนันต์ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย และกรรมการตัดสินรางวัล Thailand Boutique Award)
  • เราลงทุนสร้างแบรนด์เพื่อ
    • สร้างความแตกต่าง
    • เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
    • ให้ลูกค้าเชื่อมั่นและอยู่กับเรา
    • กำหนดราคาสินค้าได้
    • สร้างวัฒนธรรมองค์กร
    • เพื่อโอกาสในตลาดโลก
    • เพิ่มมูลค่าของบริษัท
  • จากการสำรวจพบว่า ลูกค้าที่จะมาพักในประเทศไทย ได้แก่ นักธุรกิจ คู่รักฮันนีมูน ครอบครัว นักศึกษา คนไข้พักฟื้น และ backpacker — 6 พันล้านคน ต้องมีคนที่ match กับเราอยู่แล้ว แต่ต้องอธิบายได้ว่า ทำไม เขาจึงต้องมาพักที่นี่
  • ความคาดหวังของผู้มาพักจะไม่เหมือนกัน ครอบครัวต้องการ functions ครบ คู่รัก ต้องการความโรแมนติด พวก solo เดี่ยวหรือ hipster ต้องการผจญภัย พวกนักธุรกิจ ต้องการการเข้าถึง ส่วนกรุ๊ปทัวร์ ต้องการการต่อรองราคา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งต้องมีเสมอ คือ comfort convenient safety และ services
  • Key Success คือ มี passion กระหายที่จะทำ มีจุดยืน สร้างจุดเด่น ทำให้โลกรู้ ทำต่อเรื่องเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ทำทิ้งๆ ขว้างๆ
  • ต้องคิกถึงนวัตกรรมใหม่ด้วย โลกเปลี่ยน ชีวิตคนเปลี่ยน ความชอบคนเปลี่ยน ต้องปรับปรุงเสมอ พันธมิตรสำคัญมาก เป็น key sucess
  • การสัมมนาวันนี้ ได้มีโอกาสฟังประสบการณ์การทำ Farm Stay ของคุณเบส สถาปนิก เจ้าของบ้านไร่ ไออรุณ ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในเวลาเพียง 2 ปีหลังจากตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยใช้เงินลงทุนรวมแล้วไม่ถึงล้าน ทุกอย่างเป็นฝีมือล้วนๆ ติดตาม facebook ของเขาได้ที่นี่ค่ะ  https://www.facebook.com/baanraiiarun/