ห้องสมุด กับ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

บันทึกนี้ เป็นการสรุปแนวความคิดเรื่อง การพัฒนาห้องสมุดให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN 2030 Agenda โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ Libraries, Development and the United Nations 2030 Agenda ซึ่งจัดทำโดยสหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA) และอ้างอิงข้อมูลจากบทความเรื่อง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการของสหประชาชาติเพื่อโลกอนาคต ของ รศ.ดร. สยาม อรุณศรีมรกต เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของห้องสมุด และให้ห้องสมุดได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโลกใบนี้ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่และมีความยั่งยืนตลอดไป

IFLA.JPG        SDG

เป้าหมายที่ 1: NO POVERTY: End poverty in all its forms everywhere (การขจัดความยากจนทุกรูปแบบ) 

Libraries, by providing access to information and skills, help provide opportunities for
people to improve their own lives and support informed decision-making by governments, communities and others to provide services and support that reduce poverty and improve the prosperity of people everywhere.

เป้าหมายที่ 2: ZERO HUNGER: End hunger, achieve food security and improved
nutrition and promote sustainable agriculture (การขจัดความหิวโหย มีความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน)

Libraries including specialist agricultural libraries and extension services
provide access to research and data on crops, market information and
farming methods that supports resilient, productive agriculture.

เป้าหมายที่ 3: GOOD HEATLH AND WELL-BEGING : Ensure healthy lives
and promote well-being for all (การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี)

Medical libraries, hospital libraries and other libraries are essential providers of
access to medical research that supports improved public health outcomes. Public access to health information in all libraries helps people to be better informed about their own
health and to stay healthy

เป้าหมายที่ 4: QUALITY EDUCATION: Ensure inclusive and equitable quality
education and promote lifelong learning opportunities
for all (การศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียม ทั่วถึง และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

Libraries are at the heart of schools, universities and colleges in every country around
the world. Libraries support literacy programmes, provide a safe space for learning,
and support researchers to reuse research and data to create new knowledge.

เป้าหมายที่ 5: GENDER EQUALITY: Achieve gender equality and empower
all women and girls (ความเท่าเทียมทางเพศ ให้อำนาจแก่สตรีและเด็กหญิง)

Libraries support gender equality by providing safe meeting spaces, programmes
for women and girls on rights and health, and ICT and literacy programmes support
women to build their entrepreneurial skills.

เป้าหมายที่ 6:  CLEAN WATER AND SANITATION : Ensure access to water
and sanitation for all (การเข้าถึงการใช้น้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี)

เป้าหมายที่ 7: AFFORABLE AND CLEAN ENERGY: Ensure access to
affordable, reliable, sustainable and modern energy
for all (การเข้าถึง
พลังงานที่มั่นคงและสะอาด)

Libraries provide public access to information on water, energy usage and sanitation.
Many public and community libraries around the world are the only place where people
can get reliable access to light and electricity to read, study and apply for a job.

เป้าหมายที่ 8: DECENT WORK AND ECONOMIC GROWTH: Promote inclusive and sustainable economic growth, employment and decent work for all (การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ)

Public access to ICT and training at libraries enables people to apply for jobs. Skilled library staff can help people with online applications, writing support materials and finding the right job.

เป้าหมายที่ 9: INDUSTRY, INNOVATION, AND INFRASTRUCTURE: Built resilient infrastructure, promote sustainable industrialization and foster innovation (การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนและมีนวัตกรรม)

Libraries are at the heart of research and academic life. They provide access to high
speed Internet, research infrastructure and skilled professionals. In many countries,
public and educational libraries are the major or only providers of public internet access
at low or no cost, a critical means of increasing connectivity.

เป้าหมายที่ 10: REDUCED INEQUALITIES: Reduce inequality within and among
countries (การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ)

Equitable access to information, freedom of expression, freedom of association and assembly, and privacy are central to an individual’s independence. Libraries help to reduce inequality by providing safe, civic spaces open to all located in urban and rural areas across the world.

เป้าหมายที่ 11: SUSTAINABLE CITIES AND COMMUNITIES: Make
cities inclusive, safe, resilient and sustainable (การตั้งถิ่นฐานและชุมชนที่มีความยั่งยืน)

Libraries have an essential role in safeguarding and preserving invaluable documentary
heritage, in any form, for future generations. Culture strengthens local communities and
supports inclusive and sustainable development of cities

เป้าหมายที่ 12: RESPONSIBLE CONSUMPTION AND PRODUCTION (การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)

เป้าหมายที่ 13: CLIMATE ACTION: Take urgent action to
combat climate change and its impacts (การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสถาพภูมิอากาศ)

เป้าหมายที่ 14:  LIFE BELOW WATER: Conserve and sustainably use the oceans,
seas and marine resources (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเล)

เป้าหมายที่ 15:  LIFE ON LAND: Sustainable manage forests, combat desertification, halt and reverse land degradation, halt biodiversity loss  (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางบก รักษาระบบนิเวศ ยับยั้งความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ)

Libraries are sustainable institutions; they share resources in the community and
internationally and ensure everyone has access to information. All libraries play
a significant role in providing access to data, research and knowledge that supports
informed research and public access to information about climate change, and a key role
in the preservation of indigenous knowledge – which includes local decision-making about fundamental aspects of life including hunting, fishing, land use, and water management.

เป้าหมายที่ 16:  PEACE AND JUSTICE STRONG INSTITUTIONS: Promote
just, peaceful and inclusive societies (การสร้างสังคมที่มีสันติสุข ยุติธรรม และมีสถาบันทางสังคมที่มีความเข้มแข็ง)

To realise access to information fully, everyone needs both access and skills to use
information effectively as outlined in the Lyon Declaration on Access to Information and
Development. 27 Libraries have the skills and resources to help governments, institutions and individuals communicate, organise, structure and use information effectively for development.

เป้าหมายที่ 17:  PARTNERSHIP FOR THE GOALS: Promote
just, peaceful and inclusive societies ( การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกระดับ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน)

Libraries provide a global network of community-based institutions ready to support national development plans locally and nationally, and a resource for improved decision-making.

report-cover-4

นอกจากนั้น สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA)  ร่วมกับ Technology & Social Change Group (TASCHA), University of Washington Information School ยังได้จัดทำรายงานที่มีชือว่า DA2I (Development and Access to Information) เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเข้าถึงสารสนเทศและห้องสมุดอย่างเสรี มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGFs) ได้อย่างไร สำหรับในรายงาน DA2I ปี 2017 จะเน้นการสนับสนุน SDGs 4 เป้าหมาย คือ เป้าหมายที่ 2 (Zero Hunger) เป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-being) เป้าหมายที่ 5 (Gender Equality) และเป้าหมายที่ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure)

ห้องสมุดต่าง ๆ จากทั่วโลก สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้ง 17 ประการได้ โดยการส่งเรื่องเล่ากิจกรรมของตนในลักษณะ  SDG Storytelling เข้ามาในเว็บไซต์  IFLA Library Map of the World เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ของตนให้แก่ห้องสมุดอื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก

Capture.JPG

 

โฆษณา

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีห้องสมุด ในปี 2019

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุม EBSCO Advisory Board Meeting 2019 ที่โรงแรมเชอราตัน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากประเทศในแถบเอเซีย ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เลบานอน อินเดีย บังคลาเทศ และไทย เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันประมาณ 30 กว่าท่าน ได้เกร็ดความรู้และแนวโน้มใหม่ๆ ของห้องสมุด มาเล่าให้ฟัง ดังนี้ค่ะ

EBSCO.jpg

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของวารสาร จาก Subscription-based มาเป็น Open Access 

ความเคลื่อนไหวในระดับนโยบายที่สำคัญของแหล่งสนับสนุนทุนวิจัยในยุโรปและอเมริกา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบ Scholarly Communication เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโครงการของ EU science funding ได้แก่  Horizon 2020  (The EU Framework Programme for Research and Innovation) และ Horizon Europe (The next research and innovation framework programme: 2021-2027) รวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยระดับโลก ที่ให้การสนับสนุนแนวคิด open access ได้แก่ โครงการ  OA2020  และโครงการ Plan S ของ Science Europe นอกจากนั้น ในปี 2019 เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อกลุ่มมหาวิทยาลัย University of California (UC)  ทั้ง 10 campuses พร้อมใจกันประกาศยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และมีผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจาก UC มีผลงานวิจัยตีพิมพ์อยู่ในวารสาร ScienceDirect จำนวนมาก ปีละหลายหมื่นเรื่อง สาเหตุที่การเจรจาล้มเหลว เนื่องจาก UC ต้องการให้ผลงานวิจัยทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ที่ตีพิมพ์ใน ScienceDirect เปิดเสรีแบบ Open Access แต่ทาง Elsevier ไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม ทางหอสมุดมหาวิทยาลัย UC ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นอย่างดี โดยมีผู้นำในเรื่องนี้ คือ Jeffrey K. MacKie-Mason (University Librarian, Chief Digital Scholarship Officer, professor in UC Berkeley School of Information, Department of Economics) มีการประกาศนโยบาย Open Access Policies อย่างชัดเจน มีแผนปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานวิจัย และบริหารจัดการข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างครบวงจร ตามที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ Office of Scholarly Communication เรียกได้ว่าเป็น New Horizon เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม UC ไม่ใช่สถาบันแห่งเดียวที่ยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ในปี 2015 ประเทศกรีซและประเทศรัสเซีย ไม่ต่ออายุการบอกรับ เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและราคาที่สูงมากเกินไป ปี 2016 ประเทศฟินแลนด์ เริ่มมีการ boycott  เมื่อปี 2018 ประเทศเยอรมนี ประเทศสวีเดน  ประเทศเปรู และประเทศไต้หวัน  ยกเลิกการบอกรับ และล่าสุดปี 2019 ได้แก่ University of California สหรัฐอเมริกา และประเทศนอร์เวย์ ยกเลิกการบอกรับ หลายประเทศประสบปัญหาในการเจรจากับ Elsevier รวมทั้งประเทศไทยซึ่งลดจำนวนการบอกรับลงไป ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ตอบข้อคำถามว่า แล้วนักวิจัยจะอยู่อย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่า ในยุคนี้ มีแหล่งข้อมูลจำนวนมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ที่นักวิจัยสามารถไปหาบทความฉบับเต็มได้  ด้วยการใช้เครื่องมือสืบค้นและดาวน์โหลดบทความจาก Online repositories ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น  Google Scholar, Unpaywall, Open Access Button, Sci-Hub เป็นต้น หรืออาจขอบทความจากผู้แต่งโดยตรงผ่าน ResearchGate, Academia.edu, Mendeley หรือใช้บริการ interlibrary loan ระหว่างห้องสมุด หรือซื้อบทความแบบ pay per view จากสำนักพิมพ์วารสาร

อย่างไรก็ตาม บริษัท Elsevier มีความพยายามจะรุกเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านคลังสารสนเทศสถาบัน (Institutional Repositories) ด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการของ SSRN (Social Science Research Network) และ Digital Commons ของ Bepress (ริเริ่มก่อตั้งโดย UC Berkeley) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้บริการ free, full-text scholarly articles จากคลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก  และให้บริการ API  (Application programming interface) เพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลจาก ScienceDirect ไม่ยัง Institutional Repositories ของสถาบัน

ระบบห้องสมุด Integrated library systems (ILS)Library services platforms (LSPs) 

จากรายงาน Library Systems Report 2018 ของ American Library Association (ALA) ซึ่งกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้สำหรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการบริการห้องสมุด พบว่า ระบบห้องสมุดอัตโนมัติหรือ Integrated library systems (ILS) แบบดั้งเดิม ที่มีลักษณะเป็น web-based interface และ client-server technologies มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเป็น Library services platforms (LSPs) ที่เป็น Software as a Service (SaaS) ทำงานบน Cloud ด้วย open source software และเปิดโอกาสให้ใช้ API  ในการเชื่อมโยงเพื่อทำงานต่อยอด โดยคำนึงถึง User Inteface (UI) / User Experience (UX) เป็นสำคัญ 

ระบบ ILS / LSPs ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • WorldShare Management Services (WMS) ของ OCLC ซึ่งจะทำงานร่วมกับ WorldCat, WorldShare interlibrary loan (ILL), และ Digby mobile app.  
  • FOLIO (The Future of Libraries is Open) ของ EBSCO
  • Alma ของบริษัท Ex Libris (ProQuest) ซึ่งเป็น cloud-based และใช้ metadata framework แบบใหม่ BIBFRAME แทน MARC, Dublin Core 
  • BLUEcloud LSP ของ SirsiDynix
  • Sierra ILS และ VTLS Open Skies ของ Innovative Interfaces
  • Koha – Open Source ILS ของ LibLime

ระบบเปิดอื่น ๆ ที่เป็น Open API และทำงานร่วมกับ FOLIO ภายใต้ Open Library Foundation ได้แก่  OLE (Open Library Environment), GOKb (The Global Open Knowledgebase),  ReShareVuFindCORAL (Electronic resource management system), EBSCO Knowledge Base Services (EBSCO API) อาทิ HoldingsIQ, LinkIQ, ResourceIQ, UsageIQ เป็นต้น

ระบบบริการ Discovery services แบบ Single Search ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • EBSCO Discovery Service (EDS) 
  • OCLC’s WorldCat Discovery Service (ของ OCLC)
  • Primo Central (ของ Ex Libris / ProQuest)
  • Summon (ของ ProQuest)

ระบบ Resource Access  / Authentication ที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • IP address authentication
  •  EZProxy ของ OCLC
  • OpenAthens
  • OAuth / OpenID / OpenID Connect
  • Single sign-on (SSO) 
  • RA21 : Resource Access for the 21st Century

ระบบ Electronic Resource Management  (ERM) 

  • E-resource access and management services (ERAMS) 
  • CORAL – An Open Source Electronic Resource Management System
  • Telemetry (เทคโนโลยีการตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ)
  • Data Analytics (for Library impact and student outcomes)
  • DRM-Free eBooks (Digital Rights Management)
  • GOBI  : books & e-books acquisition tool การเลือกซื้อหนังสือใช้นโยบาย evidence based decision making / evidence-based collection development / evidence-based acquisition (EBA) และ Demand-Driven Acquisitions (DDA)

ระบบ Digital Preservation 

Research Workflows from 101 Innovations in Scholarly Communication

workflows-digital-science1

workflows-elsevier

workflows-microsoft2

workflows-open-science

 

หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้รับรางวัล G-Green ระดับดีเยี่ยม (ทอง)

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัล G-Green สำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม 2562 ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ารับโล่รางวัล G-Green สำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (ทอง) จากพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในงานพิธีมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ประจำปี 2561 จัดโดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมรามากาเด้นส์ กรุงเทพมหานคร

green2.jpg

ตราสัญลักษณ์ G-Green เป็นรางวัลที่สนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานที่มีการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งครบ 12 ปีในปีนี้ มีหน่วยงานที่เข้ารับรางวัลระดับดีเยี่ยม (ทอง) จำนวน 90 แห่ง ระดับดีมาก (เงิน) จำนวน 67 แห่ง และระดับดี (ทองแดง) จำนวน 54 แห่ง จำแนกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. Green Production (การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (OTOP) ได้รับรางวัลดีเยี่ยม จำนวน 7 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 9 แห่ง และระดับดี จำนวน 8 แห่ง
  2. Green Hotel (โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) โรงแรมที่ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม จำนวน 23 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 32 แห่ง และระดับดี จำนวน 17 แห่ง
  3. Green Office (สำนักงานสีเขียว) สำนักงานที่ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม จำนวน 60 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 26 แห่ง และระดับดี จำนวน 29 แห่ง

นโยบายของสำนักงานสีเขียว (Green Office) คือ มุ่งเน้นให้สำนักงาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสำนักงาน ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า มีแนวทางในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณที่ต่ำด้วย

ส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้แก่ 1) สำนักงานอธิการบดี 2) หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และ 3) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

green5

ส่วนห้องสมุดมหาวิทยาลัยและสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว (Green Library Network) ที่ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้แก่  1) สำนักหอสมุดกลาง สถาบันเทคโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  2) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 3) หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และ 4) งานห้องสมุด กองบริการกลาง สำนักงานวิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

green6.jpg

เส้นทางสู่ความเป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล 

 1. นโยบายสนับสนุนการดำเนินงาน

มหาวิทยาลัยมหิดล มีนโยบายที่ชัดเจนมาก ในการเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์ (Eco University)  ส่งเสริมให้ทุกส่วนงานช่วยกันอนุรักษ์พลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน จนกระทั่งได้รับการจัดอันดับจาก UI GreenMetric World University Ranking ให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว อันดับที่ 1 ของประเทศไทย หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้ดำเนินการสนองนโยบายดังกล่าวของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเข้าร่วมเป็นเป็นสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว (Green Library Network)  ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างห้องสมุดต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อการพัฒนาการบริการความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีห้องสมุดที่เป็นสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียวจำนวนกว่า 50 แห่ง นอกจากนั้น หอสมุดและคลังความรู้ฯ ยังเป็น 1 ใน 10 ห้องสมุดนำร่อง ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว ประจำปี พ.ศ. 2559 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก และได้รับประทานเกียรติบัตรห้องสมุดสีเขียว จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมวิชาการของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ  เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560

mahidol-library-go-green

ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้ก้าวต่อไปสู่การเป็นสำนักงานสีเขียว ชูคำขวัญ Mahidol Library Go Green Office ประกาศนโยบายการเป็นห้องสมุดสีเขียว (Green Library) และสำนักงานสีเขียว (Green Office) ใช้มาตรการต่างๆ ในการขับเคลื่อน จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ของบุคลากร มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป คือ สมัครเข้ารับการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) หรือสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2. ผลคะแนนที่ได้รับตามเกณฑ์ Green Office 7 ด้าน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 หอสมุดและคลังความรู้ฯ เข้ารับการตรวจประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมภายในสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 จากคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลปรากฎว่าได้คะแนนรวม 90.5

และเนื่องจากเป็นสำนักงานที่มีคะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป จึงได้รับการตรวจประเมินซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ต่อมา ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ได้รับหนังสือจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม แจ้งผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในระดับดีเยี่ยม (ทอง) ด้วยคะแนนร้อยละ 95.12 ซึ่งข่าวนี้สร้างความดีใจและภาคภูมิใจให้แก่บุคลากรชาวหอสมุดและคลังความรู้ฯ เป็นอย่างยิ่ง

3. จุดเด่นที่ทำให้ได้รับรางวัลในปีนี้

ข้อดีและจุดเด่นของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบโดยเขียนไว้ในรายงานผลการตรวจประเมิน ได้แก่ การมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นไปอย่างทั่วถึง มีการสื่อสารให้บุคลากรทราบและจดจำได้ง่ายด้วยคำขวัญ “Mahidol Library Go Green Office” มีการแต่งตั้นคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวเป็นอย่างดี มีการจัดประชุมโดยใช้ระบบ e-meeting การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ในการประชุมใช้ระบบบริการตนเอง ลดการใช้พลาสติก และมีนโยบาย No Foam โดยเด็ดขาด กิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำได้ดี ได้แก่ กิจกรรม 5ส กิจกรรม big cleaning day การซ้อมหนีไฟและระบบดับเพลิง โครงการปิดไฟทุกเที่ยงวัน MU Light Out จากสถิติย้อนหลัง 3 ปีพบว่า เจ้าหน้าที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาได้อย่างประหยัด มีการขนส่งแบบประหยัดพลังงาน โดยใช้จักรยาน รถราง มีบริการรถรับส่งหนังสือ Book Delivery Service วิ่งระหว่างเขต เพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของผู้ใช้บริการห้องสมุด เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกเป็นอย่างดี มีการใช้กระดาษ reuse พิมพ์เอกสาร 2 หน้า การคัดแยกขยะ recycle และนำไปจำหน่ายที่ธนาคารขยะของมหาวิทยาลัย มีการติดตั้งถังดักไขมันบริเวณที่ล้างภาชนะ บริเวณโดยรอบสำนักงานไม่มีมลพิษทางอากาศและเสียง  มีการดำเนินงานปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องในเรื่องความเข้มของแสงสว่างภายในห้องสมุดที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จัดทำโครงการ Happy Relax เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บุคลากรได้ใช้ประโยชน์และพักผ่อนหย่อนใจ รักษาความสะอาดและควบคุมสัตว์พาหะนำเชื้อ มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์โสตทัศนูปกรณ์และอุปกรณ์สำนักงานโบราณ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดีในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

green

ความสำเร็จดังกล่าว เกิดจาก ความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันของบุคลากรทุกคนในอาคารหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการพัฒนาปรับปรุงการทำงานในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ด้วยความรักองค์กร มีคณะทำงานและผู้นำกลุ่มที่มีความศรัทธาและมุ่งมั่นต่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างไมย่อท้อ และที่สำคัญคือ การมีพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์มากกว่า จากหน่วยงานภายนอกคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ และช่วยสอบทานการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ โดยเฉพาะ รศ.ดร. สยาม อรุณศรีมรกต รองคณบดีฝ่ายมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และคุณไพรัตน์ แดงเอม หัวหน้างานบริการกลางและยานพาหนะ กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี  เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ ซึ่งทางหอสมุดและคลังความรู้ฯ ขอขอบพระคุณทั้งสองท่าน มา ณ ที่นี้

4. จุดที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไป

แม้ว่า เจ้าหน้าที่ของหอสมุดและคลังความรู้ฯ จะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก แต่ยังดำเนินกิจกรรมได้ไม่ต่อเนื่อง และควรกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายให้เห็นผลชัดเจน การบันทึกปริมาณขยะยังไม่ครบถ้วนทุกประเภท และควรเพิ่มกลยุทธ์ในการสื่อสารกับนักศึกษาและผู้ใช้บริการห้องสมุดในการทิ้งขยะอย่างถูกต้อง ปรับปรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารมากขึ้น เช่น ใช้ solar cell ปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศภายในห้องโถง พื้นที่ทำงาน และพื้นที่บริการนักศึกษา ให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนหลอดไฟ LED เพื่อประหยัดพลังงานและให้มีความเข้มของแสงที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงทั้งอาคาร

5. นโยบาย ทิศทาง และโครงการที่จะทำต่อไปในอนาคต

สนับสนุน ส่งเสริม และเชิญชวนให้ห้องสมุดคณะ/สถาบันทุกแห่งของมหาวิทยาลัยมหิดล (ทั้งในสังกัดและนอกสังกัดของหอสมุดและคลังความรู้ฯ) เข้าร่วมโครงการห้องสมุดสีเขียว (Green Library) และก้าวต่อไปจนถึงสำนักงานสีเขียว (Green Office) ให้ได้ทุกห้องสมุด วางแนวทางเพื่อให้ความเป็นสำนักงานสีเขียวของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน โดยการรณรงค์ให้บุคลากรทุกคนตระหนักรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า จัดการขยะของเสียอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ส่วนในระดับองค์กร หอสมุดและคลังความรู้จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และติดตามตัวเลขสถิติผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมให้มีปริมาณต่ำ เป้าหมายที่หอสมุดและคลังความรู้ฯ จะดำเนินการต่อไป คือ การก้าวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 และมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 90001:2015

6. ฝากทิ้งท้าย
การได้รับรางวัล G-Green ระดับดีเยี่ยม (ทอง) เป็นกำลังใจอย่างยิ่งต่อชาวหอสมุดและคลังความรู้ฯ ทุกคน  โดยส่วนตัวเห็นว่า ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) ที่ช่วยเหลือกันระหว่างส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล และระหว่างเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยประคับประคองกัน ทำให้สามารถพากันก้าวไปสู่ความเป็นสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อมในระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้สำเร็จ และก้าวต่อไปสู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ตามที่มุ่งหวัง

และที่สำคัญคือ หวังให้บุคลากรและนักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ตั้งปณิธานไว้ว่าจะเป็นปัญญาของแผ่นดิน (Wisdom of the Land) สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตระหนักถึงการกระทำของเราที่อาจมีผลกระทบต่อโลกทั้งทางตรงและทางอ้อม มาช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก มาช่วยกันรักษาโลกใบนี้ไว้ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่น่าอาศัยตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนีฝุ่น pm 2.5 ไประยอง

บ่ายวันพุธที่ 30 มกราคม 2562  ได้มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในบรรยากาศทั่วไป เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินมาตรฐาน (50 ไมโครกร้มต่อลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  และคาดว่าในอีก 2-3 วันข้างหน้า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากฝนไม่ตก และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในบรรยากาศอย่างต่อเนื่องมากเกินไป

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และบริเวณโดยรอบ ทั้งกรุงเทพฯและนครปฐม มี pm 2.5 เกินมาตรฐานด้วยเช่นกัน  ทำให้สุขภาพของบุคลากรและนักศึกษาเริ่มแย่ มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ  แม้จะพยายามใช้หน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละอองแล้วก็ตาม เมื่อใช้ Air4Thai app. ตรวจสอบ ปรากฎวงสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และวงสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ทั่วทั้งภาคกลาง อย่างไรก็ตาม สังเกตว่า มีจังหวัดเดียวในเขตภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ที่เป็นวงสีเหลือง (คุณภาพดีปานกลาง) คือ จังหวัดระยอง ดังนั้น ภายหลังจากมีการประกาศหยุดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานเป็นเวลา 2 วัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจอพยพออกจากกรุงเทพฯ และศาลายา ขับรถมุ่งหน้าไประยอง เนื่องจากเริ่มมีอาการทางเดินหายใจติดขัด และอาการภูมิแพ้กำเริบบ้างแล้ว

2    3.JPG

การเดินทางจากศาลายา ใช้ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี และเลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก มุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 9 เข้าสู่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ไปยังจังหวัดชลบุรี สังเกตว่า ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 ก็ยังสูงต่อเนื่องไปจนถึงบางแสน ศรีราชา ชลบุรี ใน Air4Thai app. ยังปรากฏเป็นวงสีส้มเช่นเดิม จากชลบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง ด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (บายพาส ถนนเลี่ยงเมืองพัทยา-ระยอง) หรืออาจจะใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท บางนา-ตราด) หรือ 318 เดิมก็ได้ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ หาดแม่รำพึง และหินขาว ซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลตะพงและตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  เมื่อตรวจสอบค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. ที่ตำบลตะพง พบว่ามีฝุ่นละอองในอากาศน้อย ปรากฎเป็นวงสีเขียว ( หมายถึงคุณภาพอากาศดี)

3.PNG    4.PNG

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ตรวจสอบอากาศยามเช้าริมชายหาดอีกครั้ง พบว่า ค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. อยู่ในระดับต่ำ เป็นวงสีฟ้า ซึ่งหมายถึงคุณภาพอากาศดีมาก บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้

จากนั้นได้ขับรถไปตามเส้นทางเลียบชายหาด ไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้ ได้แก่ ตลาดโบราณบ้านเพ ตลาดกลางผลไม้ตะพง ตลาด 100 เสา (ตลาดสินค้าครบวงจรเทศบาลบ้านเพ) หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน บ้านก้นอ่าว สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และขึ้นเรือ Speed Boat ข้ามไปยังหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด นอกจากนั้น ยังขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 3 (สุขุมวิท-เมืองระยอง) เข้าไปสำรวจภายในตัวเมืองด้วย พบว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี อาคารร้านค้าทันสมัย บ้านเมืองเจริญ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหารทะเลและผลไม้ และมีอากาศดี ฝุ่นละออง pm 2.5 อยู่ในระดับต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ — วันหลังจะหาโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งค่ะ

หินขาว หาดแม่ระพึง6

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง11

หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด12 

บนเรือข้ามฟากจากบ้านเพ ไปเกาะเสม็ด ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร13

หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน15

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

สถานการณ์ปัจจุบันของ UniNet (พ.ศ. 2562)

สรุปประเด็นที่น่าสนใจ ที่ได้รับจากการฟังบรรยาย เรื่อง “UniNet พบมหาวิทยาลัย” โดย รศ.ดร. สมศักดิ์ มิตะถา ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” WUNCA ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

UNINET.JPG

เครือข่าย University Network (UniNet) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2539 เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี  และในปี 2562 นี้ ขยายขอบเขตและบูรณาการเป็นระบบเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ National Education Network (NedNet) มีสมาชิกเครือข่าย 10,762 แห่ง จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มหาวิทยาลัยในสังกัด สกอ. หน่วยงานวิจัยและสถานศึกษาอื่น ๆ เพื่อรองรับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยความเร็ว 100 Gbps และเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของ UniNet ให้เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้กำกับของ สกอ. ในรูปแบบ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ SDU (Service Delivery Unit) เพื่อรองรับการให้บริการของสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ

การให้บริการของ UniNet/NedNet ในลักษณะ Knowledge Network

  1. โครงการเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย และโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาฐานข้อมูล (ThaiLis) ประกอบด้วย
    • โครงการฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย Union Catalog of Thai Academci Libraries (UCTAL)
    • โครงการฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ Thai Digital Collection (TDC)
    • โครงการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูลจากต่างประเทศ (Reference Databases) จำนวน 11 ฐานข้อมูล อาทิ ACM Digital Library, IEEE/IET  Web of Science, ProQuest Dissertation & Theses Global, SpringerLink,  ScienceDirect, EBSCO เป็นต้น
    • โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (AutoLib) 3 ระบบ ได้แก่ Walai AutoLib ของ ม. วลัยลักษณ์, ALIST ของ ม.สงขลานครินทร์ , KMUTT-LM ของ มจธ.
    • โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ Integrated Thesis & Research Management System  (iThesis)
    • โครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา University Common-Access Dataset System (UniCAD) เพื่อเชื่อมโยงระบบคลังความรู้และการอ้างอิงทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ iThesis -> TDC -> Citation Database -> Analytic Tool
  2. โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย Thai Cyber University ได้แก่ หลักสูตรออนไลน์ E-learning และ Thai MOOC
  3. Video Conference Systems ในการประชุมทางไกล (Tele-meeting / Teleconference) การเรียนการสอน (Tele-education) และการเรียนการสอนทางการแพทย์ (Telemedicine)
  4. International Research Network ได้แก่ กิจกรรมที่ดำเนินงานโดยสมาคมเครือข่ายไทยเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN), โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science, Tele-medicine Thailand ดำเนินการโดย Telemedicine Network Society of Thailand (TENST), ความร่วมมือกับเครือข่ายงานวิจัยอื่นๆ, Asia@Connect, การใช้งาน IPv6, และการใช้งานระบบ eduroam
  5. การบริการบำรุงรักษาสายเคเบิล อุปกรณ์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การบำรุงรักษาเครือข่าย ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรและดูแลไม่ทั่วถึง บางครั้งวงจรเครือข่าย CAT มีปัญหา ทำให้การใช้งานอินทอร์เน็ตขัดข้องโดยเฉพาะตามโรงเรียนต่าง ๆ  ในสังกัด สพฐ. ทางโรงเรียนขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย อุปกรณ์ชำรุดหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง สายเคเบิลชำรุดจากสัตว์กัดแทะ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร แนวทางในการแก้ไขปัญหา คือ ซ่อมแซมอุปกรณ์และสายเคเบิลอย่างต่อเนื่อง จัดทำคู่มือการใช้อุปกรณ์ router ยี่ห้อต่าง ๆ จัดทำระบบ QR code ให้ข้อมูลแนะนำและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแก่ทางโรงเรียน ฝึกอบรมให้ความรู้ทางเทคนิค จัดทำ KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม Site Visit แนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน มีดังนี้

  1. ประยุกต์ใช้ระบบบัตรดิจิทัล E-Wallet ในโทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลแจ้งปัญหา เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ออกใบงาน และปฏิบัติงานลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา
  2. ปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศ (Network Operation Center: NOC) โดยนำมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 มาใช้ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของศูนย์ โดยจัดทำแผนดำเนินงานในระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2561-2564)
  3. ใช้ระบบบริการจัดการการให้บริการทางด้านไอที ITIL Framework ซึ่งเป็นวงจรที่ประกอบด้วย Service Strategy -> Service Design -> Service Transition -> Service Operation -> Continual Service Improvement ในการพัฒนา ระบบบริการ Call Center รับแจ้งปัญหาการใช้งานเครือข่ายให้แก่สมาชิก

มาตรฐานด้านทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)

ประเทศไทย จะไปสู่ Thailand 4.0 ได้ ประชาชนจะต้องมีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy: DL) ได้อย่างถูกต้องและมีมาตรฐานสากล

icdl_ft_rgb_tm.jpg      tpqi

ICDL (International Computer Driving License) เป็นวุฒิบัตรมาตรฐานสากลด้านทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่ได้รับการรับเลือกและรับรองจาก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI ให้เป็นมาตรฐานคุณวุฒิด้านทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ของประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 2559 โดย TPQI จะกำหนดมาตรฐานสมรรถนะหลักในการทำงานด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ในเรื่องของสมรรถนะความสามารถด้านการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) ของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ระดับที่ 1 ทักษะขั้นพื้นฐาน ในการรับรู้และเข้าถึงโลกดิจิทัล ได้แก่ การใช้งานคอมพิวเตอร์ การใช้งานอินเทอร์เน็ต  และการใช้ดิจิทัลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยกำหนดคุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้มีสมรรถนะในการเข้าถึงโลกดิจิทัล สามารถใช้งานอุปกรณ์ไอที และติดต่อสื่อสารบนสื่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย โดยตระหนักถึงกฎหมายและจริยธรรม รวมทั้งรู้จักและเข้าใช้บริการพื้นฐานและทำธุรกรรมออนไลน์ขั้นต้นได้
  • ระดับที่ 2 ทักษะขั้นต้นสำหรับการทำงาน ได้แก่ การใช้งานคอมพิวเตอร์  การใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้โปรแกรมประมวลผลคำ การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ การใช้โปรแกรมนำเสนอ  และการใช้ดิจิทัลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยกำหนดคุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้สามารถใช้งานเครื่องมือด้านดิจิทัลหรือแอพพลิเคชันขั้นต้นสำหรับการทำงานได้
  • ระดับที่ 3 ทักษะขั้นประยุกต์สำหรับการทำงาน การทำงานร่วมกันด้วยดิจิทัล ได้แก่  การใช้งานคอมพิวเตอร์ (computer basics) การใช้งานอินเทอร์เน็ต (online basics) การใช้โปรแกรมประมวลผลคำ (word processing basic) การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ (spreadsheet basics)  การใช้โปรแกรมนำเสนอ (presentation basics) การทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ (online collaboration) การใช้โปรแกรมสร้างสื่อดิจิทัล  (web editing) และการใช้ดิจิทัลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย (IT security) โดยกำหนดคุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้สามารถเลือกใช้งานเครื่องมือต่างๆ ด้านดิจิทัล ได้หลากหลายและประยุกต์ใช้ในงานได้มากขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีมาตรฐานสมรรถนะดิจิทัลที่จำแนกตามกลุ่มบุคลากรและลักษณะขององค์กรด้วย ได้แก่

  • กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (Executive) ในองค์กรที่มีพัฒนาการด้านดิจิทัลในระยะเริ่มแรก (Early) คุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้กระตุ้นและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการทบทวนนโยบายและยุทธศาสตร์ขององค์กร รวมถึงผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและแนวทางการให้บริการ (Work/Service Process) ปรับปรุงเทคโนโลยีและเตรียมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร เพื่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการและการให้บริการของภาครัฐที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลและการให้บริการระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง และระหว่างภาครัฐกับประชาชน รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
  • กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (Executive) ในองค์กรที่มีพัฒนาการด้านดิจิทัลในระยะกำลังพัฒนา (Developing) คุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้นำด้านดิจิทัลภาครัฐ มีทักษะในการกำหนดนโยบายและทิศทางขององค์กร กระตุ้นและผลักดันให้ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน หรือการให้บริการขององค์กรให้มีความทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์นวัตกรรม รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง และระหว่างภาครัฐกับประชาชน อย่างเป็นระบบ และเป็นรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งเป็นผู้ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการวิเคราะห์ (Big Data Analytics) และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายหรือทิศทางองค์กร
  • กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (Executive) ในองค์กรที่มีพัฒนาการด้านดิจิทัลในระยะพัฒนาแล้ว (Mature) คุณลักษณะของผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ (Learning Outcome) คือ เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านดิจิทัลภาครัฐ ที่สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ และการสร้างสรรค์นวัตกรรรม เพื่อการพัฒนางานภาครัฐที่มีมูลค่าสูงขึ้น (High Value Jobs) พัฒนาการทำงานและการบริการภาครัฐที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง และระหว่างภาครัฐกับประชาชน มีการเชื่อมโยงและบูรณาการภาครัฐเสมือนเป็นองค์กรเดียว เป็นภาครัฐที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกองเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในศูนย์ทดสอบของ ICDL ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรของเรา จึงควรทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผู้บริหารและบุคลากรจะต้องมีความรู้และทักษะอย่างไรบ้าง จึงจะเรียกได้ว่า เป็นผู้ที่มี Digital Literacy Skills ที่เพียงพอ ได้มาตรฐานสากล และสามารถที่จะพัฒนาตนและองค์กรให้ดียิ่งขึ้นไปอีกได้อย่างต่อเนื่อง

 

Update ความรู้จากงานประชุม WUNCA ครั้งที่ 38

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ได้รับความรู้มาประยุกต์ใช้กับงานของหอสมุดและคลังความรู้ฯ หลายเรื่อง ทั้งความคืบหน้าการดำเนินงานของเครือข่าย UniNet ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการศึกษา ระบบเครือข่าย นวัตกรรมห้องสมุด ระบบดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ระบบประชุมทางไกล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในวงการแพทย์ และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร เป็นต้น

mahidol

ท่านที่สนใจ สามารถ download สไลด์ประกอบคำบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ของวิทยากร ได้จากเว็บไซต์  http://www.wunca.uni.net.th/wunca_regis/wunca38_docday1.php ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น

  1. UniNet พบมหาวิทยาลัย
  2. เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet)
  3. ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
  4. กฎหมายที่คน IT ควรเข้าใจและพึงระว้ง
  5. Library 2029 : อีก 10 ปีห้องสมุดจะเป็นเช่นไร ??
  6. การประเมินตนเองของคลังสารสนเทศดิจิทัลตามมาตรฐานสากล 
  7. ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในสถานศึกษา
  8. Google Assistant For Education
  9. ถอดบทเรียน ThaiMOOC
  10. Human Library Digital และ การยกระดับการให้บริการห้องสมุดด้วยมาตรฐานด้าน IT
  11. การขับเคลื่อนบริการสอนการรู้สารสนเทศยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  12. การพัฒนานวัตกรรมห้องสมุดเพื่อจัดบริการสนับสนุนการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 
  13. การจัดกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์โดยใช้สื่อดิจิทัลที่หลากหลาย / Digital Medias /  Facebook Live, OBS Studio, LINE Group Live
  14. เทคโนโลยี Web of Things การเข้าถึงอุปกรณ์ เสมือนเว็บเพจ
  15. Use of Lecture Capture in Higher Education: Remote Classroom

นอกจากนั้น ยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสด Live Streaming ผ่าน YouTube ซึ่งดำเนินการโดย UniNet Network Operating Center (NOC) ได้ที่เว็บไซต์ https://www.youtube.com/channel/UCS30UR13DF8UYr6xjJnV2-A