ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่พระราชวังพญาไท

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 พระราชวังพญาไท กลับมาเปิดให้บริการเข้าชมอีกครั้ง หลังจากปิดไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้มีโอกาสไปเข้าชม โดยทางชมรมคนรักวัง หรือ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้จัดมัคคุเทศก์อาสาสมัครมาทำหน้าที่นำชม เสียค่าบัตรเข้าชมเพียง 40 บาท ใช้เวลาเดินชมเกือบ 2 ชั่วโมง หากขับรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถจอดได้ที่อาคารจอดรถของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งให้ประชาชนทั่วไปจอดได้ที่ชั้น 8-9 สะดวกมากค่ะ เปิดให้ชม 2 รอบ เวลา 9:30 และ 13:30 น. ในวันเสาร์ และอาทิตย์ วันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 10:00 และ 13:30 น.

ขากลับยังได้รับแจก DVD สารคดี ตามรอยเสด็จประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ของธนาคารออมสิน ที่ถ่ายทำในปี 2557 ความยาว 2 ชั่วโมง ให้เสียงบรรยายโดย นิรุตติ์ ศิริจรรยา อีกด้วย

24

วังพญาไท เป็นพระราชวังเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เดิมเป็น โรงนาหลวงพระยาไทย ทำนาโดยใช้น้ำจากคลองพระยาไทย ที่ขุดแยกออกมาจากคลองสามเสน เคยมีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่นี่ ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างหมู่พระที่นั่งเพิ่มเติมโดยใช้สถาปัตยกรรมตะวันตก และเสด็จมาประทับที่นี่ พระที่นั่งทั้ง 5 องค์ มีชื่อที่คล้องจองกัน คือ ไวกูณฐเทพยสถาน  – พิมานจักรี – ศรีสุทธนิวาส – เทวราชสภารมย์ – และ อุดมวนาภรณ์ 

ในสมัยรัชกาลที่ 7 ในช่วงหนึ่ง พระราชวังพญาไท ได้กลายเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “Phya Thai Palace Hotel” เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาเยี่ยมเยี่ยน และติดต่อธุรกิจในประเทศสยาม และหารายได้ในการบำรุงรักษาพระราชวังด้วย ป็นสถานที่จัดประชุมก่อตั้งสโมสรโรตารี่กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. 2475  เป็นที่ตั้งกองเสนารักษ์ กระทรวงกลาโหม และกลายมาเป็นพื้นที่ของโรงพยาบาลพระมุงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ในที่สุด

ทั่วบริเวณพระราชวัง จะเห็น ตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ รร.6 ตามที่ต่าง ๆ หลายรูปแบบ ย่อมาจาก                 “สมเด็จพระรามราชาธิบดี รัชกาลที่ ๖ หรือ “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๖” 

3

4

ถัดจากพระที่นั่งพิมานจักรี จะยาวต่อไปทางทิศตะวันออก เป็นพระที่นั่งไวยกูณฐเทพยสถาน ซึ่งพระที่นั่งทั้งสององค์นี้เชื่อมต่อกันคล้าย ๆ กับเป็นองค์เดียวกัน 

ส่วนทางทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี จะเชื่อมต่อไปยังพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ซึ่งเป็นสถานที่รับรองเจ้านายฝ่ายใน เดิมพระที่นั่งองค์นี้ชื่อว่าพระที่นั่งลักษมีพิลาส ตั้งตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ

6

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพในปีมะโรง ดังนั้น ในพระราชวังจึงเห็นมี ภาพนูนที่ผนังบ่อน้ำ เป็นรูปพญามังกรถือวชิราวุธ หรือวัชระ อาวุธของพระอินทร์ ซึ่งเป็ฯพระบรมราชสัญลักษณ์ของพระองค์ และมีภาพเขียน พญามังกรห้าเล็บ เทคนิคสีปูนแห้งบนเพดานในห้องพระบรรทม

148พระมหานาคชินะวร วรานุสรณ์มงกุฎราช เป็นพระพุทธรูปประจำวังพญาไท ปางนากปรก ประจำวันเสาร์ (วันพระราชสมภพ) 

7

ท้าวหิรัญพนาสูร เป็นเทพผู้ปกป้กรักษา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ทรงเรียกท้าวหิรัญพนาสูรว่า “ตาหิรัญฮู”) เป็นเทพารักษ์ประจำพระองค์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงนับถือมากและจัดกระยาหารสังเวยเทวรูปทุกวัน

ในฐานะที่ทำงานอยู่ในบริเวณโดยรอบแขวงทุ่งพญาไท บนถนนพระรามที่ 6 และใกล้โรงพยาบาลรามาธิบดี ชื่อเหล่านี้ มีที่มาที่ไป การได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของอดีตโรงนาหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 และพระราชวังที่ประทับในสมัยรัชกาลที่ 6 การศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ จะทำให้เราเข้าใจแผ่นดินเมื่อ 111 ปีที่แล้วอย่างลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อแผ่นดินมากยิ่งขึ้นค่ะ

ชวนเที่ยวชุมชนกุฎีจีน พื้นที่ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ

เชิญชวนไปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ย่านชุมชนกุฎจีน แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากันค่ะ

ไปเดินเล่นที่นั่น ติดต่อกัน 2 อาทิตย์ ครั้งแรกเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 โดยขึ้นรถไฟใต้ติน MRT ไปลงที่สถานีสามยอด

MRT สถานีสามยอด

เดินต่อไปยังพาหุรัด มุ่งหน้าไปทางปากคลองตลาด จนถึงพระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

พระปฐมบรมราชานุสรณ์

จากนั้น เดินขึ้นสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ หรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรี

สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เดินผ่านเข้าไปในวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร แวะสักการะพระบรมธาตุมหาเจดีย์

พระบรมธาตุมหาเจดีย์ วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร

ตรงไปในซอยกุฎีจีน ซึ่งอยู่ระหว่างโรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนต์ และโรงเรียนซางตาครู้สศึกษา จนถึงโบสถ์ซางตาครู้ส หรือวัดซางตาครู้ส หรือวัดกุฎีจีน ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ของชาวโปรตุเกส สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

โบสถ์ซางตาครู้ส

ผ่านไปจนถึงท่าน้ำวัดซางตาครู้ส จะมีทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เดินตรงไปจะพบ ศาลเจ้าเกียนอันเกง หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม อยู่ทางซ้ายมือ

ศาลเจ้าเกียนอันเกง (ศาลเจ้าแม่กวนอิม)

เดินต่อไปจนถึงวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (พระอารามหลวง)

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ถัดจากวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะมองเห็นป้อมวิไชยประสิทธิ์

ป้อมวิไชยประสิทธิ์

สิ้นสุดการเดินท่องเที่ยวในวันอาทิตย์แรก ยังเดินได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องกลับมาใหมในวันอาทิตย์ถัดไป ภาพจาก Google Map จะทำให้มองเห็นภาพรวมของทั้งสองฝั่งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสะดวกในการเดินทาง ดังนี้ค่ะ

บ่ายวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เดินทางโดยรถยนต์ ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของวัดกัลยาณมิตร จ่ายค่าบำรุงวัด 20 บาท จอดได้ทั้งวัน

ลานจอดรถ วัดกัลยาณมิต

เดินเข้าไปในพระวิหารหลวง เพื่อสักการะพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ซำปอกง

พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ซำปอกง

และสักการะพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ (ปางป่าเลไลย์) ในพระอุโบสถ

พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ในพระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตร

จากนั้น เดินเลียบไปตามทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อไปสักการะศาลเจ้าเกียนอันกง หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม (ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพในศาล)

ศาลเจ้าเกียนอันเกง (ศาลเจ้าแม่กวนอิม)
กำแพงด้านหน้าของศาลเจ้าเกียนอันกง (ศาลเจ้าแม่กวนอิม)

เดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อไป จะพบบ้านไม้โบราณที่มีชื่อว่า บ้านวินเซอร์ เป็นเรือนขนมปังขิง (Gingerbread) แห่งโค้งหัวแหวนแม่น้ำเจ้าพระยา

เดินต่อมาจนถึงท่าน้ำวัดซางตาครู้ส ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียน (ขนมปังขิง)

โบสถ์๙างตาครู้ส

จากโบสถ์ซางตาครู้ส เดินเข้าไปในตรอกซอกซอยที่เรียกว่า ชุมชนกุฎีจีน

มีบ้านไม้โบราณตั้งอยู่ติดกัน และมีร้านจำหน่ายขนมและอาหารสไตล์โปรตุเกสในสมัยก่อนมากมาย อาทิ ร้านอาหารสยาม-โปรตุเกส สกุลทอง ร้านขนมฝรั่งธนูสิงห์ จำหน่ายขนมฝรั่งกุฎีจีน เป็นต้น แวะชมพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ซึ่งเล่าเรื่องราวในสมัยชาวโปรตุเกสเข้ามาอยู่ในอยุธยา และอพยพมายังกรุงธนบุรีภายหลังจากเสียกรุงให้แก่กองทัพพม่า และมาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณนี้

จากชุมชนกุฎีจีน ได้เดินย้อนกลับไปยังวัดกัลยาณมิตร ข้ามไปยังชุมชนกุฎีขาว เพื่อไปชมมัสยิดบางหลวง หรือมัสยิดกุฎีขาว ของชุมชนมุสลิมนิกายซุนนีที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นมัสยิดแห่งเดียวในโลกที่เป็นทรงไทย

เป็นอันว่าครบแล้ว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในชุมชนที่มี 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ คือ พุทธเถรวาท (วัดประยูรวงศาวาส วัดกัลยาณมิตร) พุทธมหายาน (ศาลเจ้าเกียนอันเกง) คริสต์ (โบสถ์ซางตาครู้ส) และอิสลาม (มัสยิดบางหลวง ในชุมชนกุฎีขาว ริมคลองบางหลวง)

หนีฝุ่น pm 2.5 ไประยอง

บ่ายวันพุธที่ 30 มกราคม 2562  ได้มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในบรรยากาศทั่วไป เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินมาตรฐาน (50 ไมโครกร้มต่อลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  และคาดว่าในอีก 2-3 วันข้างหน้า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากฝนไม่ตก และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในบรรยากาศอย่างต่อเนื่องมากเกินไป

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และบริเวณโดยรอบ ทั้งกรุงเทพฯและนครปฐม มี pm 2.5 เกินมาตรฐานด้วยเช่นกัน  ทำให้สุขภาพของบุคลากรและนักศึกษาเริ่มแย่ มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ  แม้จะพยายามใช้หน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละอองแล้วก็ตาม เมื่อใช้ Air4Thai app. ตรวจสอบ ปรากฎวงสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และวงสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ทั่วทั้งภาคกลาง อย่างไรก็ตาม สังเกตว่า มีจังหวัดเดียวในเขตภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ที่เป็นวงสีเหลือง (คุณภาพดีปานกลาง) คือ จังหวัดระยอง ดังนั้น ภายหลังจากมีการประกาศหยุดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานเป็นเวลา 2 วัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจอพยพออกจากกรุงเทพฯ และศาลายา ขับรถมุ่งหน้าไประยอง เนื่องจากเริ่มมีอาการทางเดินหายใจติดขัด และอาการภูมิแพ้กำเริบบ้างแล้ว

2    3.JPG

การเดินทางจากศาลายา ใช้ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี และเลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก มุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 9 เข้าสู่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ไปยังจังหวัดชลบุรี สังเกตว่า ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 ก็ยังสูงต่อเนื่องไปจนถึงบางแสน ศรีราชา ชลบุรี ใน Air4Thai app. ยังปรากฏเป็นวงสีส้มเช่นเดิม จากชลบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง ด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (บายพาส ถนนเลี่ยงเมืองพัทยา-ระยอง) หรืออาจจะใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท บางนา-ตราด) หรือ 318 เดิมก็ได้ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ หาดแม่รำพึง และหินขาว ซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลตะพงและตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  เมื่อตรวจสอบค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. ที่ตำบลตะพง พบว่ามีฝุ่นละอองในอากาศน้อย ปรากฎเป็นวงสีเขียว ( หมายถึงคุณภาพอากาศดี)

3.PNG    4.PNG

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ตรวจสอบอากาศยามเช้าริมชายหาดอีกครั้ง พบว่า ค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. อยู่ในระดับต่ำ เป็นวงสีฟ้า ซึ่งหมายถึงคุณภาพอากาศดีมาก บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้

จากนั้นได้ขับรถไปตามเส้นทางเลียบชายหาด ไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้ ได้แก่ ตลาดโบราณบ้านเพ ตลาดกลางผลไม้ตะพง ตลาด 100 เสา (ตลาดสินค้าครบวงจรเทศบาลบ้านเพ) หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน บ้านก้นอ่าว สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และขึ้นเรือ Speed Boat ข้ามไปยังหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด นอกจากนั้น ยังขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 3 (สุขุมวิท-เมืองระยอง) เข้าไปสำรวจภายในตัวเมืองด้วย พบว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี อาคารร้านค้าทันสมัย บ้านเมืองเจริญ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหารทะเลและผลไม้ และมีอากาศดี ฝุ่นละออง pm 2.5 อยู่ในระดับต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ — วันหลังจะหาโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งค่ะ

หินขาว หาดแม่ระพึง6

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง11

หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด12 

บนเรือข้ามฟากจากบ้านเพ ไปเกาะเสม็ด ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร13

หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน15

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

การทำธุรกิจที่พักแบบสร้างสรรค์

เสาร์ที่ 16 มกราคม 2559 วันนี้ไปเข้าคอร์สอบรม “เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบูติคโฮเต็ล” ของคุณขิม วรพันธ์ คล้ายไพบูลย์ ที่โรงแรมสุขุมวิท 31  ได้เกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์มาหลายอย่าง จะขอบันทึกไว้ ดังนี้

  • All Human beings are born as Entrepreneurs” — Muhammad Yunus
  • ค้นหา “คุณค่า” ของคุณ ความฝันที่คุณต้องการไปให้ถึง และสร้าง “จุดขาย” ที่คุณมีคนเดียว ไม่มีใครแทนที่ได้ ด้วยวิธีคิด 3 แบบ คือ
    • เปลี่ยนปมด้อย ให้เป็นปมเด่น
    • ทำสิ่งเดิมๆ ให้ดีขึ้น มีมาตรฐานขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น
    • คิดเปลี่ยนโลก ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (ทำเมื่อธุรกิจใกล้เจ๊ง ไม่ทำก็ไม่รอด)
  • ที่พักแบบสร้างสรรค์ (Creative Accommodations) มีหลายแบบ และผสมผสานกันได้ จนบางครั้งอาจแยกกันไม่ออก  เช่น
    • Boutique Hotel (โรงแรมขนาดเล็กที่เน้นงานดีไซน์ ซึ่งไม่เหมือนกับโรงแรมหรูหราหรือ Luxury Hotel)
    • Hostel
    • Design Hotel
    • Design / Luxury B&B
    • B&B (Bed and Breakfast)
    • HomeStay เช่น  Boutique Homestay, Farm Stay, City Homestay
  • ที่พักแต่ละแบบมีสิ่งที่ต้องคำนึง ไม่เหมือนกัน เช่น
    • Boutique Hotel : ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีนำไปสู่ผลกำไรและความยั่งยืนของชุมชน สุดยอดของการลงทุน คือ เอาสิ่งต่างๆ รอบตัว สายลม แสงแดด แรงงานพื้นบ้าน มาใช้เพื่อลดการลงทุน กระจายรายได้ เปลี่ยนอาคารสถานที่เก่า มาทำที่พัก ผสมผสานกับประสบการณ์ ความชอบและความถนัดของเจ้าของกิจการ เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้มาพัก
    • Hostel : นำกิจการและการบริการหลายๆอย่างมาขายรวมกัน จัดให้มีที่พบปะสนทนา ได้รู้จักเพื่อนใหม่ เป็นห้องพักที่ราคาประหยัด
    • B&B และ Homestay : สร้างประสบการณ์แก่ผู้มาพัก  มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำและเรียนรู้ และมีส่วนพัฒนาสังคมและชุมชนแถวนั้น
  • จะเลือกทำที่พักแบบใด ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพของพื้นที่ ชุมชนโดยรอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทักษะและจุดขายของเรา กลุ่มลูกค้าที่มาเองหรือต้องการให้มา และแนวโน้มในอนาคต
  • ธุรกิจสร้างสรรค์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ กฎการตลาด อาจถูกล้มเลิกได้เสมอ
  • Hardware ไม่สำคัญเท่ากับ Software ต้องลงทุนที่จุดขาย แนวคิด การสร้างแบรนด์ การบริการ การเล่าเรื่องราว ศิลปะ และวิถีการดำเนินชีวิต ไม่ใช่ลงทุนเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้
  • ถ้า Location หรือทำเลไม่ดี ต้องสร้างจุดขายขึ้นมาเอง
  • สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับจุดขาย คือ ต้องใหม่ คุณมีคนเดียว ไม่มีใครแทนที่ได้ และมีคุณค่าต่อสังคม
  • สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับทำเล คือ จะไปอย่างไร ระหว่างไปจะรู้สึกอย่างไร จะให้จดจำอะไร จดจำแล้วจะอธิบายให้คนอื่นฟังอย่างไร จะเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวได้อย่างไร เมื่อไปถึงแล้วจะได้เห็นอะไร จะได้ทำอะไร
  • ข้อเสียของทำเลดี คือ ราคาจะแพง การแข่งขันมาก ทุกคนทำเหมือนกัน อาจจะเจ๊งได้
  • การบริหารแบบต้นทุนต่ำ (low cost) ต้องคิดหาวิธีที่จะลดค่าใช้จ่าย ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ไม่ติดแอร์ แต่ต้องหาวิธีบอกกับลูกค้าให้ได้ว่า คุณค่าอะไรที่ลูกค้าจะได้เพิ่มขึ้น เช่น อากาศบริสุทธิ์ นอกจากนั้น ควรคิดวิธีหารายได้เพิ่ม เช่น ปลูกผักขาย กิจกรรมเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
  • การสร้างแบรนด์ เป็นการสร้าง hotel personality ไม่ใช่การทำโลโก้ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ คือ แบรนด์ที่ขาย licensing ได้ (เรื่องนี้บรรยายโดย คุณโอภาส ลิมปิอังคนันต์ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย และกรรมการตัดสินรางวัล Thailand Boutique Award)
  • เราลงทุนสร้างแบรนด์เพื่อ
    • สร้างความแตกต่าง
    • เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
    • ให้ลูกค้าเชื่อมั่นและอยู่กับเรา
    • กำหนดราคาสินค้าได้
    • สร้างวัฒนธรรมองค์กร
    • เพื่อโอกาสในตลาดโลก
    • เพิ่มมูลค่าของบริษัท
  • จากการสำรวจพบว่า ลูกค้าที่จะมาพักในประเทศไทย ได้แก่ นักธุรกิจ คู่รักฮันนีมูน ครอบครัว นักศึกษา คนไข้พักฟื้น และ backpacker — 6 พันล้านคน ต้องมีคนที่ match กับเราอยู่แล้ว แต่ต้องอธิบายได้ว่า ทำไม เขาจึงต้องมาพักที่นี่
  • ความคาดหวังของผู้มาพักจะไม่เหมือนกัน ครอบครัวต้องการ functions ครบ คู่รัก ต้องการความโรแมนติด พวก solo เดี่ยวหรือ hipster ต้องการผจญภัย พวกนักธุรกิจ ต้องการการเข้าถึง ส่วนกรุ๊ปทัวร์ ต้องการการต่อรองราคา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งต้องมีเสมอ คือ comfort convenient safety และ services
  • Key Success คือ มี passion กระหายที่จะทำ มีจุดยืน สร้างจุดเด่น ทำให้โลกรู้ ทำต่อเรื่องเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ทำทิ้งๆ ขว้างๆ
  • ต้องคิกถึงนวัตกรรมใหม่ด้วย โลกเปลี่ยน ชีวิตคนเปลี่ยน ความชอบคนเปลี่ยน ต้องปรับปรุงเสมอ พันธมิตรสำคัญมาก เป็น key sucess
  • การสัมมนาวันนี้ ได้มีโอกาสฟังประสบการณ์การทำ Farm Stay ของคุณเบส สถาปนิก เจ้าของบ้านไร่ ไออรุณ ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในเวลาเพียง 2 ปีหลังจากตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยใช้เงินลงทุนรวมแล้วไม่ถึงล้าน ทุกอย่างเป็นฝีมือล้วนๆ ติดตาม facebook ของเขาได้ที่นี่ค่ะ  https://www.facebook.com/baanraiiarun/

ไหว้พระ 11 วัด ภายใน 3 วัน ที่เมืองพม่า

เพื่อบันทึกไว้ว่า เมื่อวันที่ 23-25 พ.ย. 56 ได้มีโอกาสเดินทางไปไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเมียนมาร์ (พม่า) หรือเรียกได้ว่าเป็นการ “ไหว้พระ 11 วัด” และชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในหงสาวดี สะเทิม และย่างกุ้ง โดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืน

  1.  ไหว้พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Pagoda) พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ 4 ทิศ  (พระกะกุสันโธ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระสมณโคดม) และชมพระราชวังบุเรงนอง ที่เมืองหงสาวดี (Bago)
  2. ไหว้พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwe Maw Daw Pagoda) หรือพระธาตุมุเตา (จมูกร้อน)
  3. ไหว้พระธาตุอินทร์แขวน หรือไจ๊ก์ทีโย (Kyaiktiyo)  บนเขาไจ๊ก์โถ่ (Kyaikto) อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ เป็นพระธาตุประจำปีจอ
  4. ไหว้พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwe Tha Lyaung) หรือพระนอนยิ้มหวาน เมืองหงสาวดี — ขากลับย่างกุ้ง แวะชมสุสานสัมพันธมิตร สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
  5. ซื้อของที่ตลาดสก๊อต (Scott) หรือโบจ๊ก (Bogyoke) หรือ โบซกอองซาน  แล้วไปไหว้พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือตะเกิง  เป็นพระธาตุประจำปีมะเมีย
  6. ไหว้พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี (Chauk Htat Gyi Pagoda) หรือพระนอนตาหวาน และแวะชมโบสถ์คริสต์ St. Mary’s Cathedral
  7. ไหว้พระเจดีย์โบดาทาวน์ หรือพระเจดีย์โบตะตอง (Botataung แปลว่า นายทหาร 1,000 นาย) ซึ่งในบริเวณนั้นมีพระเกศาธาตุ พระทันตธาตุ พระพุทธรูปทองคำ เทพทันใจ (นัตโบโบยี) และเจ้าแม่กระซิบ
  8. ชมเมืองย่างกุ้ง ระหว่างทางผ่านมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ทะเลสาบ Inya Lake และบ้านนางอองซานซูจี  ไปไหว้พระในถ้ำมหาปาสาณคูหา (Maha Pasana Cave) สนามสอบบาลีชั้นสูง และชมต้นโพธิ์ใหญ่ 2 ต้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกไว้เมื่อปี 2503 และสมเด็จพระเทพฯเสด็จมาเปิดป้าย เมื่อปี 2553
  9. ไหว้เจดีย์กาบาเอ (Kaba Aye Pagoda) สถานที่ประชุมสภาสงฆ์ระดับโลก และสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 โชคดีมีโอกาสเห็น และกราบพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ อย่างใกล้ชิด
  10. ไหว้พระธาตุเขี้ยวแก้ว (Buddha tooth Relics Pagoda) หรือชเวตอเมียต (Swe Taw Myat)
  11. แวะชมปางช้างเผือก 3 เชือก นำขนมและเครื่องเขียนไปแจกให้บรรดาเณรน้อย และไหว้พระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า เจ๊าดอจี (Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha Image) แกะสลักโดยช่างจากเมืองมัณฑะเลย์

อิ่มบุญเลย ..