การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีห้องสมุด ในปี 2019

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุม EBSCO Advisory Board Meeting 2019 ที่โรงแรมเชอราตัน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากประเทศในแถบเอเซีย ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เลบานอน อินเดีย บังคลาเทศ และไทย เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันประมาณ 30 กว่าท่าน ได้เกร็ดความรู้และแนวโน้มใหม่ๆ ของห้องสมุด มาเล่าให้ฟัง ดังนี้ค่ะ

EBSCO.jpg

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของวารสาร จาก Subscription-based มาเป็น Open Access 

ความเคลื่อนไหวในระดับนโยบายที่สำคัญของแหล่งสนับสนุนทุนวิจัยในยุโรปและอเมริกา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบ Scholarly Communication เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโครงการของ EU science funding ได้แก่  Horizon 2020  (The EU Framework Programme for Research and Innovation) และ Horizon Europe (The next research and innovation framework programme: 2021-2027) รวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยระดับโลก ที่ให้การสนับสนุนแนวคิด open access ได้แก่ โครงการ  OA2020  และโครงการ Plan S ของ Science Europe นอกจากนั้น ในปี 2019 เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อกลุ่มมหาวิทยาลัย University of California (UC)  ทั้ง 10 campuses พร้อมใจกันประกาศยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และมีผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจาก UC มีผลงานวิจัยตีพิมพ์อยู่ในวารสาร ScienceDirect จำนวนมาก ปีละหลายหมื่นเรื่อง สาเหตุที่การเจรจาล้มเหลว เนื่องจาก UC ต้องการให้ผลงานวิจัยทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ที่ตีพิมพ์ใน ScienceDirect เปิดเสรีแบบ Open Access แต่ทาง Elsevier ไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม ทางหอสมุดมหาวิทยาลัย UC ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นอย่างดี โดยมีผู้นำในเรื่องนี้ คือ Jeffrey K. MacKie-Mason (University Librarian, Chief Digital Scholarship Officer, professor in UC Berkeley School of Information, Department of Economics) มีการประกาศนโยบาย Open Access Policies อย่างชัดเจน มีแผนปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานวิจัย และบริหารจัดการข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างครบวงจร ตามที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ Office of Scholarly Communication เรียกได้ว่าเป็น New Horizon เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม UC ไม่ใช่สถาบันแห่งเดียวที่ยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ในปี 2015 ประเทศกรีซและประเทศรัสเซีย ไม่ต่ออายุการบอกรับ เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและราคาที่สูงมากเกินไป ปี 2016 ประเทศฟินแลนด์ เริ่มมีการ boycott  เมื่อปี 2018 ประเทศเยอรมนี ประเทศสวีเดน  ประเทศเปรู และประเทศไต้หวัน  ยกเลิกการบอกรับ และล่าสุดปี 2019 ได้แก่ University of California สหรัฐอเมริกา และประเทศนอร์เวย์ ยกเลิกการบอกรับ หลายประเทศประสบปัญหาในการเจรจากับ Elsevier รวมทั้งประเทศไทยซึ่งลดจำนวนการบอกรับลงไป ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ตอบข้อคำถามว่า แล้วนักวิจัยจะอยู่อย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่า ในยุคนี้ มีแหล่งข้อมูลจำนวนมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ที่นักวิจัยสามารถไปหาบทความฉบับเต็มได้  ด้วยการใช้เครื่องมือสืบค้นและดาวน์โหลดบทความจาก Online repositories ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น  Google Scholar, Unpaywall, Open Access Button, Sci-Hub เป็นต้น หรืออาจขอบทความจากผู้แต่งโดยตรงผ่าน ResearchGate, Academia.edu, Mendeley หรือใช้บริการ interlibrary loan ระหว่างห้องสมุด หรือซื้อบทความแบบ pay per view จากสำนักพิมพ์วารสาร

อย่างไรก็ตาม บริษัท Elsevier มีความพยายามจะรุกเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านคลังสารสนเทศสถาบัน (Institutional Repositories) ด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการของ SSRN (Social Science Research Network) และ Digital Commons ของ Bepress (ริเริ่มก่อตั้งโดย UC Berkeley) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้บริการ free, full-text scholarly articles จากคลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก  และให้บริการ API  (Application programming interface) เพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลจาก ScienceDirect ไม่ยัง Institutional Repositories ของสถาบัน

ระบบห้องสมุด Integrated library systems (ILS)Library services platforms (LSPs) 

จากรายงาน Library Systems Report 2018 ของ American Library Association (ALA) ซึ่งกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้สำหรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการบริการห้องสมุด พบว่า ระบบห้องสมุดอัตโนมัติหรือ Integrated library systems (ILS) แบบดั้งเดิม ที่มีลักษณะเป็น web-based interface และ client-server technologies มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเป็น Library services platforms (LSPs) ที่เป็น Software as a Service (SaaS) ทำงานบน Cloud ด้วย open source software และเปิดโอกาสให้ใช้ API  ในการเชื่อมโยงเพื่อทำงานต่อยอด โดยคำนึงถึง User Inteface (UI) / User Experience (UX) เป็นสำคัญ 

ระบบ ILS / LSPs ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • WorldShare Management Services (WMS) ของ OCLC ซึ่งจะทำงานร่วมกับ WorldCat, WorldShare interlibrary loan (ILL), และ Digby mobile app.  
  • FOLIO (The Future of Libraries is Open) ของ EBSCO
  • Alma ของบริษัท Ex Libris (ProQuest) ซึ่งเป็น cloud-based และใช้ metadata framework แบบใหม่ BIBFRAME แทน MARC, Dublin Core 
  • BLUEcloud LSP ของ SirsiDynix
  • Sierra ILS และ VTLS Open Skies ของ Innovative Interfaces
  • Koha – Open Source ILS ของ LibLime

ระบบเปิดอื่น ๆ ที่เป็น Open API และทำงานร่วมกับ FOLIO ภายใต้ Open Library Foundation ได้แก่  OLE (Open Library Environment), GOKb (The Global Open Knowledgebase),  ReShareVuFindCORAL (Electronic resource management system), EBSCO Knowledge Base Services (EBSCO API) อาทิ HoldingsIQ, LinkIQ, ResourceIQ, UsageIQ เป็นต้น

ระบบบริการ Discovery services แบบ Single Search ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • EBSCO Discovery Service (EDS) 
  • OCLC’s WorldCat Discovery Service (ของ OCLC)
  • Primo Central (ของ Ex Libris / ProQuest)
  • Summon (ของ ProQuest)

ระบบ Resource Access  / Authentication ที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • IP address authentication
  •  EZProxy ของ OCLC
  • OpenAthens
  • OAuth / OpenID / OpenID Connect
  • Single sign-on (SSO) 
  • RA21 : Resource Access for the 21st Century

ระบบ Electronic Resource Management  (ERM) 

  • E-resource access and management services (ERAMS) 
  • CORAL – An Open Source Electronic Resource Management System
  • Telemetry (เทคโนโลยีการตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ)
  • Data Analytics (for Library impact and student outcomes)
  • DRM-Free eBooks (Digital Rights Management)
  • GOBI  : books & e-books acquisition tool การเลือกซื้อหนังสือใช้นโยบาย evidence based decision making / evidence-based collection development / evidence-based acquisition (EBA) และ Demand-Driven Acquisitions (DDA)

ระบบ Digital Preservation 

Research Workflows from 101 Innovations in Scholarly Communication

workflows-digital-science1

workflows-elsevier

workflows-microsoft2

workflows-open-science

 

โฆษณา

สถานการณ์ปัจจุบันของ UniNet (พ.ศ. 2562)

สรุปประเด็นที่น่าสนใจ ที่ได้รับจากการฟังบรรยาย เรื่อง “UniNet พบมหาวิทยาลัย” โดย รศ.ดร. สมศักดิ์ มิตะถา ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” WUNCA ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

UNINET.JPG

เครือข่าย University Network (UniNet) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2539 เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี  และในปี 2562 นี้ ขยายขอบเขตและบูรณาการเป็นระบบเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ National Education Network (NedNet) มีสมาชิกเครือข่าย 10,762 แห่ง จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มหาวิทยาลัยในสังกัด สกอ. หน่วยงานวิจัยและสถานศึกษาอื่น ๆ เพื่อรองรับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยความเร็ว 100 Gbps และเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของ UniNet ให้เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้กำกับของ สกอ. ในรูปแบบ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ SDU (Service Delivery Unit) เพื่อรองรับการให้บริการของสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ

การให้บริการของ UniNet/NedNet ในลักษณะ Knowledge Network

  1. โครงการเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย และโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาฐานข้อมูล (ThaiLis) ประกอบด้วย
    • โครงการฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย Union Catalog of Thai Academci Libraries (UCTAL)
    • โครงการฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ Thai Digital Collection (TDC)
    • โครงการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูลจากต่างประเทศ (Reference Databases) จำนวน 11 ฐานข้อมูล อาทิ ACM Digital Library, IEEE/IET  Web of Science, ProQuest Dissertation & Theses Global, SpringerLink,  ScienceDirect, EBSCO เป็นต้น
    • โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (AutoLib) 3 ระบบ ได้แก่ Walai AutoLib ของ ม. วลัยลักษณ์, ALIST ของ ม.สงขลานครินทร์ , KMUTT-LM ของ มจธ.
    • โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ Integrated Thesis & Research Management System  (iThesis)
    • โครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา University Common-Access Dataset System (UniCAD) เพื่อเชื่อมโยงระบบคลังความรู้และการอ้างอิงทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ iThesis -> TDC -> Citation Database -> Analytic Tool
  2. โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย Thai Cyber University ได้แก่ หลักสูตรออนไลน์ E-learning และ Thai MOOC
  3. Video Conference Systems ในการประชุมทางไกล (Tele-meeting / Teleconference) การเรียนการสอน (Tele-education) และการเรียนการสอนทางการแพทย์ (Telemedicine)
  4. International Research Network ได้แก่ กิจกรรมที่ดำเนินงานโดยสมาคมเครือข่ายไทยเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN), โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science, Tele-medicine Thailand ดำเนินการโดย Telemedicine Network Society of Thailand (TENST), ความร่วมมือกับเครือข่ายงานวิจัยอื่นๆ, Asia@Connect, การใช้งาน IPv6, และการใช้งานระบบ eduroam
  5. การบริการบำรุงรักษาสายเคเบิล อุปกรณ์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การบำรุงรักษาเครือข่าย ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรและดูแลไม่ทั่วถึง บางครั้งวงจรเครือข่าย CAT มีปัญหา ทำให้การใช้งานอินทอร์เน็ตขัดข้องโดยเฉพาะตามโรงเรียนต่าง ๆ  ในสังกัด สพฐ. ทางโรงเรียนขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย อุปกรณ์ชำรุดหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง สายเคเบิลชำรุดจากสัตว์กัดแทะ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร แนวทางในการแก้ไขปัญหา คือ ซ่อมแซมอุปกรณ์และสายเคเบิลอย่างต่อเนื่อง จัดทำคู่มือการใช้อุปกรณ์ router ยี่ห้อต่าง ๆ จัดทำระบบ QR code ให้ข้อมูลแนะนำและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแก่ทางโรงเรียน ฝึกอบรมให้ความรู้ทางเทคนิค จัดทำ KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม Site Visit แนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน มีดังนี้

  1. ประยุกต์ใช้ระบบบัตรดิจิทัล E-Wallet ในโทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลแจ้งปัญหา เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ออกใบงาน และปฏิบัติงานลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา
  2. ปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศ (Network Operation Center: NOC) โดยนำมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 มาใช้ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของศูนย์ โดยจัดทำแผนดำเนินงานในระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2561-2564)
  3. ใช้ระบบบริการจัดการการให้บริการทางด้านไอที ITIL Framework ซึ่งเป็นวงจรที่ประกอบด้วย Service Strategy -> Service Design -> Service Transition -> Service Operation -> Continual Service Improvement ในการพัฒนา ระบบบริการ Call Center รับแจ้งปัญหาการใช้งานเครือข่ายให้แก่สมาชิก

Update ความรู้จากงานประชุม WUNCA ครั้งที่ 38

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ได้รับความรู้มาประยุกต์ใช้กับงานของหอสมุดและคลังความรู้ฯ หลายเรื่อง ทั้งความคืบหน้าการดำเนินงานของเครือข่าย UniNet ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการศึกษา ระบบเครือข่าย นวัตกรรมห้องสมุด ระบบดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ระบบประชุมทางไกล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในวงการแพทย์ และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร เป็นต้น

mahidol

ท่านที่สนใจ สามารถ download สไลด์ประกอบคำบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ของวิทยากร ได้จากเว็บไซต์  http://www.wunca.uni.net.th/wunca_regis/wunca38_docday1.php ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น

  1. UniNet พบมหาวิทยาลัย
  2. เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet)
  3. ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
  4. กฎหมายที่คน IT ควรเข้าใจและพึงระว้ง
  5. Library 2029 : อีก 10 ปีห้องสมุดจะเป็นเช่นไร ??
  6. การประเมินตนเองของคลังสารสนเทศดิจิทัลตามมาตรฐานสากล 
  7. ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในสถานศึกษา
  8. Google Assistant For Education
  9. ถอดบทเรียน ThaiMOOC
  10. Human Library Digital และ การยกระดับการให้บริการห้องสมุดด้วยมาตรฐานด้าน IT
  11. การขับเคลื่อนบริการสอนการรู้สารสนเทศยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  12. การพัฒนานวัตกรรมห้องสมุดเพื่อจัดบริการสนับสนุนการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 
  13. การจัดกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์โดยใช้สื่อดิจิทัลที่หลากหลาย / Digital Medias /  Facebook Live, OBS Studio, LINE Group Live
  14. เทคโนโลยี Web of Things การเข้าถึงอุปกรณ์ เสมือนเว็บเพจ
  15. Use of Lecture Capture in Higher Education: Remote Classroom

นอกจากนั้น ยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสด Live Streaming ผ่าน YouTube ซึ่งดำเนินการโดย UniNet Network Operating Center (NOC) ได้ที่เว็บไซต์ https://www.youtube.com/channel/UCS30UR13DF8UYr6xjJnV2-A

 

เมืองอัจฉริยะ (Smart City)

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต รายละเอียดของการประชุม ติดตามได้จากเว็บไซต์ https://wunca.uni.net.th/wunca38

pracha

เกร็ดความรู้และประเด็นที่น่าสนใจบางตอน ที่ได้จากการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เรื่องแรก เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับ การพัฒนาภูเก็ตสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดย คุณประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนบน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เข้าใจความหมายของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ ระยะ 15 ปี (พ.ศ.2558-2573) เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ “A smart city is an innovative city that uses information and communication or digital technologies and other means to improve quality of life, efficiency of urban operation and services, and competitiveness, while ensuring that it meets the needs of present and future generations with respect to economic, social and environmental aspects.”

smartcity

Smart City ประกอบด้วยองค์ประกอบหรือตัวชี้วัดที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) Smart Economy 2) Smart Environment 3) Smart Government 4) Smart Living 5) Smart Mobility 6) Smart People

ดังนั้น การทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะอย่างยั่งยืนได้ ภายในระยะ 4 ปี (2016-2019) จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Smart Tourism, Smart Environment, Smart Healthcare, Smart Education, Smart Governance, Smart Economy, และ Smart Safety จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Public Free WiFi, LoRaWAN, NB-IoT, Internet of Things (IoT) Environment Sensors, City Applications, ระบบ CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยทางทะเล (Marine Monitoring) ระบบจัดการเก็บขยะอัจฉริยะ ฯลฯ

ในเง่ของการศึกษา จะต้องสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ (Smart Education) และมีเป้าหมายที่จะเป็น Smart Learning Community ในปี 2020

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองอัจฉริยะ มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานพอสมควร ทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร หากท่านใดสนใจจะศึกษาในกรณีของต่างประเทศ อาจดูตัวอย่างได้จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในโครงการ Amsterdam Smart City ซึ่งชนะเลิศอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Bee Smart City  ซึ่งเป็นฐานข้อมูลรวมรายชื่อเมืองอัจฉริยะจากทั่วโลก หรือถ้าต้องการดูใกล้บ้าน ก็น่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์  ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Smart City of 2018 ในงานประชุม Smart City Expo World Congress ตามโครงการ Smart Nation https://www.smartnation.sg/

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 2)

AUNILO เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ASEAN University Network (AUN) จำนวน 30 แห่งจาก 10 ประเทศ จัดการประชุมมาแล้วอย่างต่อเนื่อง นับเป็นปีที่ 14 โดยแต่ละประเทศสลับกันเป็นเจ้าภาพ

ปีที่แล้ว (2017) เจ้าภาพจัดการประชุมคือ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย เว็บไซต์ของงานประชุมอยู่ที่ http://www.li.mahidol.ac.th/AUNILO2017/

ปีนี้ (2018) เจ้าภาพจัดการประชุมคือ Can Tho University Learning Resource Center มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม เว็บไซต์ของงานประชุมอยู่ที่ http://storage.lrc.ctu.edu.vn/aunilo2018/

 

DSCF5098

cantho2

เกร็ดความรู้ที่ได้รับจากการไปเข้าร่วมประชุม 14th AUNILO Meeting แบบสั้น ๆ โดยสรุป มีดังนี้

  • เรื่องราวของเครือข่าย AUNILO สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์หลักของ AUNILO ที่ URL
  • https://aunilosec.blog/
  • AUNILO ได้รวบรวมรายชื่อระบบคลังสารสนเทศสถาบัน (AUNILO Institutional Repository Discovery Service) ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก เพื่อให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไป อยู่ที่เว็บไซต์  http://aunilo.uum.edu.my/
  • AUNILO Secretariat  รับผิดชอบโดยทีมของห้องสมุดมหาวิทยาลัย Universiti Sains Malaysia (USM) ประเทศมาเลเซีย มายาวนานนับ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2009-2018) ในปีหน้า 2019 จะเปลี่ยนมือเป็นทีมของห้องสมุดมหาวิทยาลัย University of the Philippines Diliman ประเทศฟิลิปปินส์
  • ในปีนี้ Theme ของการประชุมคือ Digital Scholarship in Academic Libraries ซึ่งถือเป็นความท้าทายของห้องสมุดมหาวิทยาลัยอย่างยิ่ง แต่ละประเทศได้นำเสนอ Country Report เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ถึงแนวทางในการพัฒนาระบบบริการและปรับปรุงบทบาทของห้องสมุดในด้านต่าง ๆ  แต่ละประเทศได้นำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Scholarship มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ Digital Resources, Digital Literacy, Digital Curation and Preservation, Digital Collections, Institutional Repository, E-Learning/MOOCs, Digital Authoring (เช่น Blogs และ Social Media ต่าง ๆ), Digital Publishing/Knowledge Production (เช่น University Press, Journal Publishing), Digital Humanities, Data Visualization, Data Science และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ที่ประทับใจคือ ประเทศอินโดนีเซีย มีระบบบริการระดับชาติ ที่สำคัญ ได้แก่ ระบบ Indonesia One Search http://www.onesearch.id พัฒนาระบบโดยหอสมุดแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบบ Science and Technology Index (SINTA)  http://sinta2.ristekdikti.go.id พัฒนาโดยกระทรวงการวิจัย เทคโนโลยี และอุดมศึกษา (Ministry of Research, Technology and Higher Education) และระบบ Indonesia’s Research Repository https://www.neliti.com พัฒนาโดยหอสมุดแห่งชาติร่วมกับ สถาบัน Indonesian Institute of Sciences และ The Conservation
  • ส่วนห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่มีแนวคิดกว้างไกลกว่าใคร .. แน่นอน คือ NUS, NTU, SMU จากประเทศสิงคโปร์ เขาแนะนำให้รู้จักเว็บไซต์ DIRT Directory https://dirtdirectory.org/ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมรายชื่อ Digital Research Tools ต่างๆ ที่ใช้ในงานทางวิชาการ ที่สิงคโปร์เน้นในเรื่องของการให้ความรู้ด้าน Digital Literacy และการสร้าง Data Repository, Digital Humanties ค่อนข้างมาก มีการสร้างระบบบล็อกที่ใช้ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย Blogs@NTU มีการจัดอบรมและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาในเรื่อง Data Mining, Data Management การสอน GIS/Web/Network/Data Visualization ด้วย ArcGIS, Gephi Python, d3.js Javascript Library และการสอนวิธี Clean data ด้วยโปรแกรม OpenRefine ในห้องสมุด ถือเป็นเรื่องธรรมดา
  • ประเทศกัมพูชา นำเสนอวารสารออนไลน์ Cambodian Journal of Natural History ซึ่งเป็นวารสารเดียวของประเทศ ที่ปรากฎอยู่ในฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) และนำเสนอระบบ E-learning บน EdX platform ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Royal University of Law and Economics (RULE) จัดทำขึ้น โดยได้รับความรู้จากการอบรม MOOC ในการประชุม 13th AUNILO Workshop เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล
  • หลังจากจบการประชุม 14th AUILO Meeting ในวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2561 แล้ว วันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวัน Cultural Visit เจ้าภาพพาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ๆ ของเมืองเกิ่นเทอ เพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ได้แก่ ตลาดน้ำไคราง (Cai Rang Floating Market) โรงงานทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเวียดนามที่เรียกว่า Hutieu วัดพุทธนิกายมหายาน Thien Vien Truc Lam Phuong Nam กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน Con Son Tourism Community อาทิ นั่งเรือไปยังเรือนแพกลางแม่น้ำโขงซึ่งทำอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เดินข้ามท้องร่องเพื่อไปเก็บเงาะในสวน รับประทาน snack พื้นถิ่นของชาวเวียดนาม และชิมชาใบสาเก เป็นต้น
  • ส่วนวันที่ 5 กรกฎาคม มีการฝึกอบรม AUNILO Workshop ภายใต้หัวข้อเรื่อง “Digital Scholarship: A Redefined Role of Librarians in Research Support
  • ท่านที่สนใจ Digital Scholarship หรือวงจรชีวิตของการสื่อสารทางวิชาการและการวิจัย ที่อะไรๆ ก็กลายเป็น digital สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น

Cantho

ในอนาคต ห้องสมุดจะมีบทบาทอย่างไร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงการวิชาการในยุคดิจิทัล (Data Scholarship ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Open Science, Research Workflow, Copyright issues in Research Data Management, Research Marketing & Tracking Social Impact of Research with Alternative Metrics, New Student-centered Learning Pedagogy, Blockchain for Scholarly Communication ฯ ล ฯ

พบกันใหม่ในปีหน้า ในงานประชุม 15th AUNILO Meeting  ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia) กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเชีย

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 1) ]

 

 

 

 

 

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 1)

เมื่อปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 13th AUNILO Meeting หรือการประชุม Libraries of ASEAN University Network ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2560 — มาปีนี้ มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ (Can Tho) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  รับเป็นเจ้าภาพ

ต่อไปนี้เป็นบันทึกการเดินทางไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เมือง Can Tho ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2561 ในฐานะผู้บริหารห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็น 1 ใน 30 สมาชิกเครือข่าย ASEAN University Network (AUN)

เดินทางเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG550 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินเติ่นเซินเญิต (Tan Son Nhat) เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (ค่าเครื่องบินไปกลับราคา 5,720 บาท) จากนั้น เดินทางต่อไปยังเมือง Can Tho (เกิ่นเทอ) ซึ่งเป็น 1 ใน 13 จังหวัด ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) มีแม่น้ำ 7 สายไหลรวมก่อนไหลออกสู่อ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ เมืองเกิ่นเทออยู่ทางทิศใต้ ประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง จองห้องพักไว้ที่ริมแม่น้ำโขง Ninh Kieu Riverside Hotel ในราคา 3 คืน US$158.40 หรือประมาณ 5,224 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ 1 ดงเวียดนาม (Vietnamese dong: VND)  เท่ากับ 0.0015 บาท ดังนั้น ธนบัตรเวียดนามที่เขียนว่า 500.000, 100.000, 50.000, 10.000 คิดเป็นเงินไทยคือ 750, 150, 75, 15 บาท เป็นต้น สถานที่อันเลื่องชื่อของเมืองเกิ่นเทอ คือ ตลาดน้ำขายส่งสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า ไคราง (Cai Rang) และแหล่งประมงเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดนานาชนิด ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี และนักลงทุนจากประเทศไทยได้ไปทำการค้าที่นั่นด้วย

cantho1

สำหรับ Theme ของการประชุมในปีนี้คือ “Digital Scholarship Trends in Academic Libraries” จัดขึ้นที่ Can Tho University Learning Resource Center

DSCF5098

 

 

 

 

 

เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics)

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ได้ไปร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 8th A-LIEP Conference / The 19th ICADL Conference ที่จัดขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง Decision Making in the New Normal โดย รศ.ดร. ชโยดม สรรพศรี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้รับความรู้เกี่ยวกับวิชาใหม่ ที่มีชื่อว่า เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) เป็นการใช้หลักวิชาจิตวิทยาร่วมกับหลักเศรษฐศาสตร์ ในการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ซึ่งในปัจจุบันมีความเป็นปัจเจกสูง การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ มีทั้งใช้เหตุผล (Rational) และไม่มีเหตุผล (Irrational Behavior) และตัดสินใจแบบ Thinking Fast โดยใช้ Heuristics (ภาษาไทย เรียกว่า วิทยาการศึกษาสำนึก) มีการใช้เทคโนโลยีในการสร้างเครือข่ายทางสังคม  (Social Network) กันอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดร่องรอยของ Digital Footprint และให้เกิดวิธีการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ แบบใหม่ ที่เรียกว่า “Big Data” นอกเหนือจากการใช้วิธี  Experimental Economics แบบดั้งเดิม

นอกจากนั้น วิทยากรยังได้แนะนำให้รู้จัก ทฤษฎี 6D’s of Exponential Technology ของ Steven Kotler และ Peter Diamandis (ผู้เขียนหนังสือ  BOLD) ซึ่งได้กล่าวถึงปฏิกิริยาลูกโซ่ของกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยี ไว้ดังนี้

Screen Shot 2560-11-13 at 8.55.42 PM  Screen Shot 2560-11-13 at 9.50.08 PM

  1. Digitized : ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ข้อความ  ฯลฯ กลายสภาพเป็นดิจิทัล
  2. Deceptive : ในระยะเริ่มต้นการเติบโตจะช้า ทำให้หลงเข้าใจผิด คิดว่าเทคโนโลยีเดิมจะยังคงอยู่ เทคโนโลยีใหม่ไม่สามารถทดแทนได้
  3. Disruptive : เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีใหม่ พัฒนาจะแบบ Exponential Growth และเติบโตก้าวกระโดด แซงเทคโนโลยีเดิม
  4. Demonetized : เงินเริ่มไม่มีความหมาย เทคโนโลยีใหม่ให้บริการฟรี เทคโนโลยีเดิม ขายไม่ได้ เลิกใช้งาน
  5. Dematerialized : อุปกรณ์ไม่มีความหมาย เทคโนโลยีเดิมที่เคยแยกเป็นอุปกรณ์ประเภทต่างๆ จะหายไป กลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ ชนิดที่เรียกว่า มือถือเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่าง
  6. Democratized : เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นดิจิทัล ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงได้มากขึ้น อำนาจจึงไม่ได้ผูกขาดอยู่เพียงแค่รัฐบาล หรือองค์กรขนาดใหญ่แต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป

การประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ในการแก้ปัญหาความยากจน

วิทยากรแนะนำให้ดูวิดีโอ  TED TALK เรื่อง Applied Behavioral Economics ของนักเศรษฐศาสตร์ Esther Duflo จาก MIT พูดถึงงานวิจัยของเธอที่ประยุกต์ใช้ Behavioral Economics มาเป็น Development Economics เพื่อขจัดปัญหาโรคภัยไข้เจ็บและความยากจนของประเทศด้อยพัฒนาในทวีปแอฟริกา นับว่าเป็นงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จและมีผลกระทบต่อสังคมอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

 

ในอนาคต แม้ว่าเรื่องราวต่างๆ เช่น สภาวะทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า ความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) การฝากร่องรอยหรือรอยเท้าไว้บนโลกดิจิทัล (Digital Footprint) การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของมนุษย์ บนโลกดิจิทัลด้วยวิธี Big Data Analytics การศึกษาเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ Smart Education, Smart Active Digital Library, Machine Learning และ AI จะมีความสำคัญมากขึ้น แต่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะใช้งานเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด และไม่ควรละเลยคุณค่าของการสื่อสารแบบดั้งเดิมของมนุษย์ นั่นคือ การมีปฏิสัมพันธ์พบปะกันแบบ face-to-face