Journal & Bibliometric Workshop (ตอน 2)

ศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2553 Journal & Bibliometric Workshop 2010 ที่ สกว. จัดขึ้น ช่วงบ่ายเป็นการบรรยายของคุณ Nobuko Miyairi ซึ่งเป็นอดีตบรรณารักษ์ที่กรุงโตเกียว ปัจจุบันดูแลเรื่อง Bibliometrics ให้บริษัท Thomson .. พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “The use of citation data as a guide to evaluating research performance” เธออธิบายว่า Science เป็น group activity เป็น collaboration ระหว่างนักวิจัย แถมเดี๋ยวนี้มี collaboration กันขนานใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น paper ในฐานข้อมูล WOS เรื่อง “A second generation human haplotype map of over 3.1 million SNPs” มีผู้แต่งร่วมมากถึง 168 คน จาก 67 สถาบัน 8 ประเทศ (นี่ขนาด paper เดียวนะ !) นอกจากนั้น การอ้างอิง (citation) ยังถือว่าเป็นความร่วมมือแบบ indirect collaboration ด้วยเช่นกัน

แน่นอน การบรรยายของบริษัท Thomson Reuters ทุกครั้ง จะต้องมีการกล่าวขวัญถึงเจ้าพ่อ ISI .. Dr. Eugene Garfield กฎ Bradford’s law และ Garfield’s Law of Concentration ซึ่งอธิบายว่า วารสารจำนวนมากมักมี overlap กันระหว่างสาขาวิชา แต่จะมี core journals อยู่เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น .. citation index จะเป็นตัวบ่งบอกว่าวารสารใดเป็น core journals ของสาขานั้นๆ core journals จะเป็นวารสารที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อสาขามาก ดังนั้น การที่เราให้ความสนใจวารสารที่เป็น core journals จะทำให้เราอ่านและตีพิมพ์ได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

Bibliometrics คืออะไร ?
มีคำ 2-3 คำ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “การวัด” ได้แก่ Scientometrics, Infometrics, Webometrics, และ Bibliometrics โดยทั่วไป Bibliometrics จะเป็นการวัดและเปรียบเทียบโดยใช้จำนวนผลงานวิจัย (number of publications) และจำนวนการอ้างอิง (citation impact) ค่าเฉลี่ยจำนวนการอ้างอิงต่อหนึ่งบทความ (relative impact) เป็นหลัก และเป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการบริหารงานวิจัย

Bibliometric indicators do not choose the conclusion. Set the objective and what to measure, then choose indicators to verify it.

หมายความว่า อย่าด่วนสรุปว่าใครเก่งกว่าใคร โดยใช้การวัด bibliometrics เพียงอย่างเดียว .. ที่จริงแล้วต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน .. คือ peer review (การประเมินเชิงคุณภาพ) และ bibliometrics (การวัดเชิงปริมาณ) และพึงจำไว้เสมอว่า ความเป็นเลิศด้านการวิจัยนั้น เป็นเรื่องของคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

Goodhart’s Law (1975)

“Once a social or economic indicator or other surrogate measure is made a target for the purpose of conducting social or economic policy and control, then it will lose the
information content that would qualify it to play such a role
.”

ประโยคเด็ดของ Albert Einstein
“Not everything that counts can be counted,
and not everything that can be counted counts.”

ประโยคนี้ก็ดี .. เป้าหมายของวิทยาศาสตร์ คือการค้นพบสิ่งใหม่ ไม่ใช่การชนะรางวัล

[ สไลด์ประกอบการบรรยายของคุณ Nobuko สามารถ download ได้ที่เว็บไซต์ของ สกว. ค่ะ http://www.trf.or.th ]

โฆษณา

Journal & Bibliometric Workshop โดย Thomson Reuters

ศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2553 ได้มีโอกาสไปฟังบรรยาย Journal & Bibliometric Workshop 2010 ที่ สกว. จัดขึ้น และมีวิทยากรจากบริษัท Thomson Reuters มาบรรยาย 2 คน ช่วงเช้าคือ Dr.Lim Khee Hiang และช่วงบ่าย Ms. Nobuko Miyairi ผู้ฟังมีแต่ Big Big ในวงการทั้งนั้น เต็มห้องประชุม … เนื้อหาที่บรรยาย ทำให้ได้แนวคิดดีเหมือนกัน เล่าให้ฟังโดยสรุปก็แล้วกันนะ

เรื่องที่1 คือ “Web of Science- using it for Smart Discovery” โดย Dr.Lim Khee Hiang ซึ่งแนะนำ product ของบริษัท Thomson Reuters อย่างครบวงจร ฐานข้อมูล WOS แบบ full option สามารถค้นย้อนหลังไปถึงปี 1900 มากกว่า 110 ปี ! (แต่ในบ้านเรา ที่ สกอ. บอกรับ ค้นย้อนหลังได้แค่ปี 2001 เท่านั้นนะ) มีวารสารรวม 11,488 ชื่อ 250 สาขาวิชา มากกว่า 46 ล้าน records วิธีการค้นข้อมูลปริมาณมหาศาลแบบนี้ Dr. Khee ใช้สโลแกนว่า “stop searching, start discovering” หมายถึง ถ้าจะค้นให้มีประสิทธิภาพ ต้องไม่ใช้คำค้น (keywords) แต่ใช้ citations แทน .. คือดู cited references, times cited และ related records สำหรับวิธีการค้นมีทั้ง citation search, citation reports และ citation map (ซึ่งใช้หลักการของ visualization)

ใน slide ที่ Dr. Khee เตรียมมา เป็นตัวอย่างของการค้นฐานข้อมูล web of science ด้วยคำว่า Thailand เนื่องจากย้อนหลังไปได้ถึง 110 ปี (เราค้นเองคงไม่ได้) ได้คำตอบออกมา = 57,623 records .. ไม่เบาเหมือนกันนะประเทศไทย

ถ้าจะพูดถึงประวัติศาสตร์ ต้นกำเนิดของ citation index ก็คงต้องอ้างอิงบทความของผู้ก่อตั้ง ISI นั่นคือ Dr. Eugene Garfield ซึ่งเป็นกูรูเรื่องนี้มานานกว่า 50 ปี (ก่อนที่ ISI จะถูกบริษัท Thomson Reuters ซื้อไป) … Garfield, E. “Citation indexes for science: A new dimension in documentation through association of ideas.” Science, 122 (3159), p.108-111, July 1955.

วิธีการคัดเลือกวารสารเข้าฐานข้อมูล Web of Science ซึ่งมหาโหด ยังคงยึดหลักการดั้งเดิม คือ Bradford’s Law นั้นคือ เชื่อว่า Small number of journals publish the bulk of
significant scientific results. (เป็นคำอธิบายว่าทำไม Web of Science สาขาวิทยาศาสตร์ จึงมีวารสารเพียงแค่ 7,000 กว่าชื่อเท่านั้น) ส่วนกฎเหล็กในการคัดเลือกวารสาร มี 4 ข้อ คือ

  1. Basic Journal Publishing Standards
    • Timeliness of publications
    • Editorial Conventions
    • English Language Bibliographic Information
    • Peer Review
  2. Editorial Content
  3. International Diversity of Authorship
  4. Citation Analysis

นอกจาก Web of Science แล้วยังพูดถึง products อีก 3 ตัว คือ EndNoteWeb ช่วยในการจัดการบรรณานุกรมเวลาเตรียมเขียนบทความ Journal Citation Reports (JCR) ช่วยในการเลือกวารสารที่จะตีพิมพ์ และ ResearcherID ซึ่งเป็น Social network สำหรับนักวิจัย เป็นการเพิ่ม visibility และเป็นหนทางของการเพิ่มจำนวน citations … ทำแบบครบวงจรเลย

[ สไลด์ประกอบการบรรยายของ Dr. Khee สามารถ download ได้ที่เว็บไซต์ของ สกว. ค่ะ http://www.trf.or.th ]

Scopus Development Partner Program

18 ส.ค. 62

บริษัท Elsevier ผู้ผลิตฐานข้อมูล ScienceDirect และ Scopus เป็นบริษัทหนึ่งที่มีกลยุทธ์การตลาดที่เก่งมาก … เขามีโครงการลูกค้าสัมพันธ์ สำหรับรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า ที่เรียกว่า “Development Partner Program” … สมาชิกกลุ่มเป็นบรรณารักษ์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ จากทั่วโลก จำนวนประมาณ 30 แห่ง

มีรายชื่ออยู่ที่นี่ค่ะ http://info.scopus.com/detail/involved/development

ตัวเองเป็น Development Partner ของโครงการนี้ด้วย… เมื่อวานนี้เขามาถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ประสบการณ์ในการใช้ Scopus และ Tips ที่อยากจะแนะนำให้คนอื่นใช้บ้าง ก็เลยนำเสนอไป 4 Tips คือ Scopus HTML Feed, RSS Feed, Affiliation Search และ Journal Analyzer โดยยกตัวอย่างการสืบค้นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ให้พูด 2 รอบ เป็นภาษาอังกฤษ กับภาษาประจำชาติ … เห็นว่าจะเอาไปทำ 2-minute video ในรายการ ScopusTV บน YouTube

… ทำตัวเหมือน presenter ฐานข้อมูล Scopus ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็ถือว่าประชาสัมพันธ์ประเทศและมหาวิทยาลัยไปก็แล้วกัน

ที่น่าตื่นเต้นกว่าการสัมภาษณ์ คือ กล้องถ่ายวิดิโอของเขา เป็น Flip Video Camcorder ตัวเล็กเท่าโทรศัพท์มือถือ มีขาตั้งเล็กๆ ไม่ให้ภาพสั่น ถ่ายเสร็จเอาเสียบเข้ากับ Notebook ดูได้เลย … ภาพชัดมาก ลืมกล้องถ่ายวิดิโอตัวใหญ่ๆ หรือกล้อง HandyCam ไปได้เลย .. เห็นว่าราคาที่อเมริกาประมาณ US$200 ที่สิงคโปร์ยังไม่มีขาย … คงต้องรอสักพักจึงจะมีโอกาสได้ซื้อมาเล่นบ้าง … โอ้ย อยากได้จัง

PyMOL

วันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 52

ได้มีโอกาสไปนั่งฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ โปรแกรม PyMOL … เนื่องจากบังเอิญภาควิชาชีวเคมีขอใช้ห้องคอมพิวเตอร์ของห้องสมุดสตางค์เป็นสถานที่เรียน เพื่อประกอบรายวิชาใหม่เอี่ยม “Structure and Mechanism of Enzymes” … และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ BIOTEC สวทช มาสอนโปรแกรม PyMOL ให้แก่นักศึกษาด้วย

pymol

แม้จะเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็พอจับใจความได้บ้าง สรุปความรู้ใหม่ได้ดังนี้ค่ะ

  • PyMOL เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ การใช้เทคนิค Visualization กับงานทางวิทยาศาสตร์ และนี่เป็นการนำเสนอข้อมูลของโมเลกุล เป็นภาพ 3 มิติ
  • PyMOL เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ Opensource Software ซึ่งไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ Download ได้ที่ http://pymol.org พัฒนาโดย Warren DeLano จาก DeLano Scientific LLC. ตอนนี้พัฒนามาจนถึง version 1.2 แล้ว
  • นัยว่า นักศึกษาสาขาวิชาที่ควรรู้โปรแกรมนี้ ควรเป็นนักศึกษาสาขาเคมี ชีววิทยา ชีวเคมี เทคโนโลยีชีวภาพ ชีวสารสนเทศ และเภสัชกรรม (หรือพวกที่ทำยา นั่นแหละ)
  • ตอนเรียน อาจารย์ให้ไป download ไฟล์ structure ตัวอย่างมา 2-3 ตัวจากฐานข้อมูล Protein Data Bank (PDB) โดยสามารถสืบค้นได้จากชื่อผู้แต่งบทความ หรือใช้รหัสของ Structures เลยก็ได้ เช่น 2IGK, 2IGM, 2IGN ฯลฯ … จากนั้นเก็บ file เอามาลองศึกษาโครงสร้างอย่างละเอียด โดยการหมุนไปรอบๆ แบบ 3 มิติด้วยโปรแกรม PyMOL
  • ก็เลยได้รับความรู้ใหม่ เหมาะสำหรับชาวห้องสมุด (อย่างเราๆ) ว่า หากจะตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่มี structures เหล่านี้อยู่ในบทความ เป็นกฎเหล็กของวารสารว่า ผู้เขียนบทความจะต้องช่วยกัน upload structures ไปส่งให้คลังข้อมูล (data bank) ซึ่งถือว่าเป็น public repositories หรือสมบัติสาธารณะของชาวโลก เพื่อให้คนอื่นได้ download structures ของเรา ไปทำการศึกษาต่อ … ในขณะที่บทคัดย่อจะไปปรากฏที่ฐานข้อมูล PubMed เพื่อให้เราสืบค้นบทความมาอ่านได้ อย่างที่เราทราบๆ กันดี

ไม่แน่นะ … ในอนาคต ชมรมผู้ใช้ไอทีมหิดล-พญาไท ของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข อาจเพิ่มหลักสูตรการอบรมโปรแกรม PyMOL ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมก็ได้ … ใครจะรู้