Learning How to Learn – เทคนิควิธีเรียนรู้เรื่องยากๆ

Screen Shot 2563-05-19 at 06.27.09

What is Learning ?

การเรียนรู้คืออะไร? เมื่อเราไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง เราจะทำอย่างไร? สมองมีความสามารถในการเรียนรู้ที่น่าทึ่ง ถ้าเราเข้าใจวิธีการทำงานของสมอง เราจะสามารถเรียนรู้ได้ลึกซึ้ง เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และท้อแท้น้อยลง คนเรามีการคิดอยู่ 2 รูปแบบ การคิดโหมดจดจ่อ (Focused Mode) และ การคิดโหมดกระจัดกระจาย (Diffuse Mode) เราไม่สามารถใช้สองโหมดในเวลาเดียวกันได้ เวลาที่คิดจดจ่อใช้สมาธิมากๆ อาจคิดไม่ออก ให้ใช้เทคนิคที่ โทมัส อันวา เอดิสัน นักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก ก็ใช้เช่นกัน คือการนั่งผ่อนคลาย ปล่อยความคิดเป็นอิสระ คิดถึงสิ่งที่กำลังจดจ่อเพียงลางๆ ในมืออาจถือของบางอย่างเอาไว้ เช่น ลูกกุญแจ พอเคลิ้มหลับ กุญแจร่วงตกลงพื้น จะทำให้ตื่น สมองจะรวบรวมความคิด (Idea) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจาก Diffuse Mode กลับเข้าสู่ Focused Mode และเชื่อมโยงเอาความคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาใช้ต่อยอดได้ด้วย

สรุปคือ เวลาที่เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่เคยทำมาก่อน หรือทำอะไรที่ค่อนข้างยาก ต้องมีโอกาสสลับสมองไปมาระหว่างทั้งสองโหมด จะช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Procrastination and  Memory

ทุกคนล้วนมีปัญหากับการผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastination)

ตัวอาจารย์ผู้สอนเอง คือ ดร.บาบาร่า โอ็คเล่ย์  (Barbara Oakley) ตอนเด็กๆ เกลียดวิชาคณิตศาสตร์มาก แต่ตอนนี้กลายเป็นอาจารย์สอนวิศวกรรมไปได้ ในอดีตเคยทำงานเป็นทหาร เป็นนักแปลภาษารัสเซีย และเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมวิทยุที่สถานีวิทยุแอนตาร์กติกาที่ขั้วโลกใต้ที่หนาวเย็นมาก

การนอนหลับ หรือการงีบหลับ เป็นเทคนิคที่สำคัญของการเรียนรู้ การนอนหลับจะทำให้สมองได้รับการอัพเกรด แม้

Chunking

การเรียนรู้เกิดขึ้นในสองทิศทาง คือ

  • Bottom up learning การสร้างกลุ่มก้อนความคิด (Chunking) จากล่างขึ้นบน ด้วยการฝึกฝนและทบทวน ซึ่งช่วยสร้างและทำให้แต่ละกลุ่มก้อนแข็งแรง ง่ายต่อการเข้าถึง
  • อีกทิศทางคือ Top down learning การมองภาพรวม (Big picture) จากบนลงล่าง ซึ่งทำให้เห็นว่าสิ่งที่กำลังเรียนรู้ควรอยู่ตรงไหน 

ส่วนตรงที่การเรียนแบบบนลงล่าง และล่างขึ้นบนมาบรรจบกัน นั้นคือ บริบท (Context) การสร้างกลุ่มก้อนความคิด เกี่ยวกับการเรียนรู้เทคนิคการแก้ปัญหาบางอย่าง การเพิ่มบริบท คือ การเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะใช้เทคนิคนั้น ไม่ใช่เทคนิคอื่น

Screen Shot 2563-05-19 at 09.43.38

การทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน  เช่น เปิดทีวีค้างไว้ คอยเช็คมือถือ รับโทรศัพท์ และเช็คอีเมล์ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้การสร้างกลุ่มก้อนความคิดได้ยากขึ้น เพราะสมองไม่ได้จดจ่อกับเนื้อหาใหม่ๆ อย่างแท้จริง ถ้าพูดเปรียบเทียบ อาจกล่าวได้ว่า หนวดปลาหมึกของเราไม่สามารถเอื้อมไปได้ดีนัก ถ้าบางหนวดต้องถูกเอาไปใช้ทำงานอย่างอื่น ทั้งๆที่เรามีความจำส่วนปฏิบัติการ (Working Memory) อยู่จำกัด 

รูปแบบประสาทที่เป็นพื้นฐานของความชำนาญที่แท้จริง

Renaissance Learning and Unlocking Your Potential

เคล็ดลับที่จะช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น  คือ 1) การออกกำลังกาย (Physical Exercise) ในบางส่วนของสมอง มีเซลล์ประสาทเกิดใหม่ทุกวัน

เราไม่จำเป็นต้องอิจฉาคนที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ (Genious)

นี่เป็นเพียงบางส่วนของวิชา Learning How to Learn: Powerful mental tools to help you master tough subjects หากสนใจเทคนิควิธีการเรียนรู้เรื่องที่ยาก โดยไม่ท้อถอย สามารถไปลงทะเบียนเรียนเองได้ที่เว็บไซต์ของ Coursera ค่ะ

https://www.coursera.org/learn/learning-how-to-learn/home/welcome

ได้ MOOC ใบที่ 10,11,12 มาแล้ว วิชา ​Financial Literacy

ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2563 ในระหว่างเกิดวิกฤติโรคระบาด COVID-19 เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้ต้องหยุดอยู่กับบ้านและ Work from Home กันเป็นส่วนใหญ่  เราควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการพัฒนาตนเองด้วยการเรียนออนไลน์ และในยุคที่เศรษฐกิจก็ตกต่ำ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เรียนวิชาการเงิน การออม และการลงทุน

MU MOOC มีวิชา Financial Literacy ที่สอนโดยธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) หรือ SCB  อยู่  3 รายวิชา มีชื่อว่า 1) สร้างอนาคตที่มั่นคง (Beginner) 2) สานต่อความฝัน (Intermediate) และ 3) สร้างเป้าหมายทางการเงิน (Advance) ผู้สนใจสามารถเข้าไปเรียนได้ที่เว็บไซต์ https://mux.mahidol.ac.th/dashboard  หรือ MU MOOOC สำหรับบุคคลทั่วไป ที่เว็บไซต์ https://mooc.mahidol.ac.th/

SCB

Screen Shot 2563-05-07 at 20.28.17

Screen Shot 2563-05-07 at 20.27.56

Screen Shot 2563-05-07 at 20.27.14

 

ได้ MOOC Certificate ใบที่ 8 มาแล้ว

ว่างก็เรียน ไม่ว่างก็เรียน …

เริ่มเรียน MOOC จาก Coursera และ EdX มาตั้งแต่ปี 2555 เคยเรียนวิชาอะไรมาบ้าง หาอ่านได้จากบันทึกเก่าๆ ได้ที่นี่ค่ะ

MOOC Certificate ใบที่ 8 นี้เป็นใบที่ 7 เป็นการเรียน Coursera วิชา Research Data Management and Sharing ใช้เวลาเรียน 5 สัปดาห์ สอบผ่านด้วยคะแนน 95.2%

วิชานี้สอนโดย Helen Tibbo, Alumni Distinguished Professor, School of Information and Library Science, The University of North Carolina at Chapel Hill และ Sarah Jones, Senior Institutional Support Officer, Digital Curation Centre, The University of Edinburgh, UK

Screen Shot 2562-10-05 at 14.08.16.png

เนื้อหาวิชาที่เรียนประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลวิจัย

  1. ข้อมูลวิจัยคืออะไร (What is Research Data?)
  2. ประเภทของข้อมูล (Types of Data)
  3. เมทาดาตา (Metadata)
  4. วงจรชีวิตของข้อมูลวิจัย (Research Data Life Cycle)
  5. ทำไมจึงต้องจัดการข้อมูล (Why manage data ?)
  6. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการบริหารจัดการข้อมูล คือใครบ้าง (Data Management Stakeholders)
  7. การบริหารจัดการข้อมูล ตลอดวงจร (Data Management across the research life cycle)
  8. แผนการบริหารจัดการข้อมูลคืออะไร (What is data management plan (DMP) ?)
  9. ความต้องการของแหล่งสนับสนุนทุนวิจัย (Funding agency requirements)
  10. เนื้อหาสาระที่อยู่ในแผนบริหารจัดการข้อมูล (Data management plan content)
  11. เครื่องมือช่วยในการวางแผนบริหารจัดการข้อมูล (Data management planning tools)
  12. การบริหารจัดการไฟล์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำวิจัย (Good file management in research)
  13. การตั้งชื่อไฟล์ รุ่นของไฟล์ที่สร้างขึ้น (File naming / versioning)
  14. การจัดโครงสร้างของข้อมูล (Organizing data)
  15. ประเภทของไฟล์ (File formats)
  16. การแปลงข้อมูล (Data transformations)
  17. การจัดเอกสารข้อมูลให้เป็นระบบ (Documentation)
  18. การอ้างอิงข้อมูล (Data citations)
  19. การจัดเก็บ การเข้ารหัส และการสำรองข้อมูลเพื่อความปลอดภัย (Storage / Backup / Data security / Encription)
  20. ประโยชน์ของการแบ่งปันข้อมูล (Benefits of sharing)
  21. ข้อเสียของการแบ่งปันข้อมูล (Challenges (drawbacks) to sharing)
  22. การปกป้องความลับของข้อมูล (Protecting confidentially)
  23. ทรัพย์สินทางปัญญาและความเป็นเจ้าของข้อมูล (Intellectual property and data ownership)
  24. ทำไมจึงต้องเก็บรักษาข้อมูล (Why archive data ?)
  25. ความถูกต้องและความเชื่อถือได้ของข้อมูล (Authenticity and integrity) เพื่อความยั่งยืน
  26. มาตรฐานการสงวนรักษาข้อมูล (Data curation standards)

ได้ MOOC Certificate ใบที่ 7 มาแล้ว

ห่างเหินการเรียน MOOC มานาน เพราะทำงานบริหารไม่มีเวลา (ใบที่ 6 เรียนเมื่อปี 2560) ใบนี้เป็นใบที่ 7 เป็นการเรียน Coursera ในวิชา AI for Everyone สอนโดย Prof. Andrew Ng (แอนดรูว์ อึ้ง) Adjunct Professor, Computer Science Department, Stanford University นักวิจัยด้าน AI & Machine Learning ระดับโลก หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Coursera และ Google Brain เคยทำงานให้ Baidu Research และปัจจุบันเป็นเจ้าของ deeplearning.ai

Screen Shot 2562-07-13 at 23.15.12.png

AI for Everyone เป็นวิชาที่ทุกคนควรหาโอกาสมาเรียน เพราะจะทำให้เข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยี AI ที่จำเป็นต่อโลกในอนาคต เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกันกับไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต
อาจารย์สอนสนุก พูดชัด เข้าใจง่าย ลำดับเนื้อหาได้ดีมาก ระยะเวลาเรียนกำหนดไว้ 4 Weeks ประกอบด้วย
  1. What is AI ?
  2. Building AI Projects
  3. Building AI In Your Company
  4. AI and Society

เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาที่เรียน ขอตัดข้อความจากบทสรุปที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ในบทสุดท้าย ดังนี้

In the first week, you learned about AI technology, what is AI and what is machine learning?  What’s supervised learning, that is learning inputs, outputs, or A to B mappings.  As well as what is data science, and how data feeds into all of these technologies? Importantly, you also saw examples of what AI can and cannot do.

 

In the second week, you learned what it feels like to build an AI project. You saw the workflow of machine learning projects, of collecting data, building a system and deploying it, as well as the workflow of data science projects. And you also learned about carrying out technical diligence to make sure a project is feasible, together with business diligence to make sure that  the project is valuable, before you commit to taking on a specific AI project.

 

In the third week,  you learned how such AI projects could fit in the context of your company.  You saw examples of complex AI products, such as a smart speaker, a self-driving car, the roles and responsibilities of large AI teams. And you also saw the AI transmission playbook, the five step playbook for helping a company become a great AI company.  I hope these materials throughout these first three weeks can help you brainstorm AI projects or think about how you might want to use AI in your company or in your organization.

 

In this week, week four, you learned about AI and society. You saw some of the limitations of AI beyond just technical limitations, and also learned about how AI is affecting developing economies and jobs worldwide.

 

You’ve learned a lot in these four weeks, but AI is a complex topic. So I hope you will keep on learning,  whether through additional online courses, through Coursera or deeplearning.ai, or books, or blogs, or just by talking to friends.

 

ได้ MOOC Certificate ใบที่ 6 มาแล้ว

วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ในที่สุดก็เรียนสำเร็จ และสอบผ่าน ได้ประกาศนียบัตรวิชา Business Model Canvas: A Tool for Entrepreneurs and Innovators (Project-Centered Course) ของมหาวิทยาลัย University System of Georgia (ครูผู้สอน: Dan Stotz & David Kirkland, M.S.)

สอบผ่านด้วยคะแนน Grade Achieved: 97.1%

กว่าจะได้มาจะต้องใช้เวลาฟังบรรยาย 4 ชั่วโมง และทำงานกลุ่ม active project work อีก 10 ชั่วโมง

Screen Shot 2560-07-11 at 8.29.50 PM.png

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

ได้ MOOC Certificates มา 5 ใบแล้ว

ได้ MOOC Certificates มา 5 ใบแล้ว

วันที่ 22 ตุลาคม 2559 : กลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งหลังจากห่างเหินไปนาน 6 เดือน เพราะย้ายที่ทำงาน วันนี้ฤกษ์ดี มีความภาคภูมิใจในความเพียรพยายามของตนเอง ที่อดทนเรียน MOOC วิชาที่ไม่คุ้นเคย ไม่เคยเรียนมาก่อน นั่นคือ วิชาการเตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการ  (Entrepreneurship) ไม่คิดว่าจะสอบผ่าน แต่ในที่สุดก็ผ่าน คะแนนออกมาไม่ดีนัก คงต้องพยายามต่อไปค่ะ

ช่วงนี้ เป็นช่วงที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศพากันโศกเศร้า แสดงความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13  ตุลาคม 2559) จึงขอตั้งจิตอธิษฐานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลว่า จะปฏิบัติตามรอยพระบาทของพระองค์ท่าน ในเรื่องของวิริยะ หรือความเพียร (Perseverance)  ขอบันทึกไว้ว่า เมื่อวานนี้ ได้รับประกาศนียบัตร การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผ่านระะบบ MOOC วิชา Entrepreneurial Opportunities: making ideas fly เป็น MOOC ใบที่ 5   โดยหาเวลาว่างจากการทำงาน (ที่หาไม่ค่อยจะได้) ลงทะเบียนเรียนไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องมานานถึง 5 ปี และคิดว่าจะเรียนต่อไป

นี่เป็นภาพประกาศนียบัตรทั้ง 5 ใบที่ได้รับค่ะ เผื่อจะสร้างแรงบันดาลใจ เรื่อง Life-long Learning ให้ใครได้บ้าง

 

screen-shot-2559-10-21-at-11-40-37-pmscreen-shot-2559-10-22-at-9-28-08-am

 

screen-shot-2559-10-22-at-9-38-14-amscreen-shot-2559-10-22-at-9-29-19-amscreen-shot-2559-10-22-at-9-29-01-am

Google MOOC – Advanced Power Searching

Advanced Power Searching เป็น Google MOOC ตอนที่ 2 เมื่อผ่านหลักสูตรแรก คือ Power Searching มาแล้ว ตอนที่ 2 นี้ โจทย์จะยากและซับซ้อนมากขึ้น เทคนิคการสืบค้นมีรายละเอียดมากขึ้น สามารถดูสรุปเทคนิคต่างๆ ได้ตามตารางนี้เลยค่ะ

Screen Shot 2559-03-12 at 5.57.37 PM.png

Operators

  • Wildcard operator   ตัวอย่างเช่น ต้องการทราบว่าประเทศต่างๆ มีการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ อย่างไร  ให้ค้นว่า [“how * is celebrated in *”] เช่น how Christmas is celebrated in China, how halloween is celebrated in Poland เป็นต้น
  • Number range operator  ระบุให้ค้นเฉพาะช่วงเวลา [1900..2000] หรือตัวเลข เช่น  [1075..1700 paser printer]
  • AROUND operator ให้ค้นหาคำทั้งสองที่อยู่ห่างกันโดยมีคำอื่นคั่นไม่เกิน 3 คำ [Daniel Russell AROUND(3) Google]
  • Finding related pages ค้นหาเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน  [related:census.gov]
  • Operator combinations การค้นโดยใช้ตัวเชื่อมหลายๆ ชนิด รวมกัน เช่น  filetype, minus operator, wildcard, OR เป็นต้น
    • [filetype:pdf -site:nasa.gov apollo 1990..1991]
    • [filetype:doc OR filetype:pdf]
  • Using site structure (การระบุให้ค้นเฉพาะภายในเว็บไซต์ ด้วยคำสั่ง inurl:  ค้นหาคำนั้นในชื่อ URL intext: ค้นหาคำนั้นในเว็บเพจ และ intitle: ค้นหาคำนั้นในชื่อเรื่อง)
    • [site:google.com/insidesearch/searcheducation inurl:map]
    • [google intext:“search literacy”]
    • [site:nasa.gov filetype:pdf intitle:ultralight]

Additional Google Properties

  • Google มีบริการต่างๆ สำหรับค้นสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ข้อกฎหมาย สิทธิบัตร หนังสือ ข่าว ได้แก่ Google Scholar, Legal Scholar (Case Law), Google Patents, Google News, Google Books

Advanced Search Tools

  • Gaining an international perspectives 
    • คำที่ค้นอาจต้องใช้ภาษาของประเทศนั้นๆ เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
    • ใช้บริการ Google domain ของประเทศต่างๆ ซึ่งบางประเทศอาจมีบริการหลายภาษา เช่น  [goole India] [google Hong Kong]
    • คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกภาษาที่ใช้ในเมนูต่างๆ ของ google ด้วยคำสั่งเปลี่ยนภาษา language
    • เลือกคำสั่ง  advanced search และจำกัดผลการค้นด้วย
      • language  (ภาษาที่เขียนภายในเพจ)
      • region (ประเทศหรือภูมิภาคที่ตีพิมพ์)
    • ใช้บริการแปลภาษา ด้วย [Google Translate]
  • Filtering content by creative commons licenses
    • การค้นหาข้อมูลหรือภาพที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ให้คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง  advanced search และจำกัดผลการค้นด้วย usage rights
  • Search Settings
    • การปรับหรือกำหนดค่าพิเศษต่างๆ ให้คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง Search settings เพื่อกำหนดค่าต่างๆ เช่น เปิด SafeSearch เพื่อกรองภาพที่ไม่เหมาะสม เปิดให้มีเสียงพูดโต้ตอบขณะใช้คำสั่ง Search by voiceเปิดให้แสดงประวัติการค้นหรือ search history กำหนดจำนวนผลการค้นที่แสดงต่อหนึ่งหน้า  เป็นต้น
  • Verbatim and double quote
    • การค้นหาวลีที่เฉพาะเจาะจง ให้ใส่เครื่องหมาย “…” คร่อมคำ หรือเลือกใช้คำสั่ง Search tools และเปลี่ยนจาก all results มาเป็น Verbatim mode ซึ่งหมายถึง สั่งค้นคำต่อคำ ตามตัวอักษร
  • Searching your own web history
    • คลิกที่ icon รูปฟันเฟือง (gear icon) ที่อยุ่ด้านขวาของจอภาพ เลือกคำสั่ง History ซึ่งจะเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ประวัติการใช้งาน google ของเรา เป็นข้อมูลส่วนตัว
  • Filtering images (advanced)
    • ค้นหาภาพด้วยคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง จาก Google Images
    • คลิกคำสั่ง Search tools และจำกัดผลการค้นภาพที่ได้ ด้วยคำสั่ง Size (ขนาด), Color (สี), Type (ชนิดของภาพ), Time (ช่วงเวลา), Usage rights (ลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาต)
  • Custom search engine
    • การจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลเฉพาะภายในเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นด้วย Custom search engine (CSE)  เราสามารถสร้างกล่องสืบค้นสำหรับเว็บไซต์ของเราได้เอง โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ https://cse.google.com/cse/
  • Google Alerts
    • การสร้างระบบการแจ้งเตือนข่าวใหม่จากเว็บไซต์ที่เราสนใจติดตาม ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [Google alerts]

Refining Searches

  • Context terms
    • การใช้ context term เสริมในชุดคำค้น จะช่วยขยายบริบทหรืออธิบายชนิดของแหล่งข้อมูลที่เรากำลังมองหา อาจเป็นคำที่ปรากฎอยู่ในบริเวณ title, caption, tags หรือเป็นข้อความในเว็บเพจ
    • ตัวอย่างเช่น ค้นภาพใน google images  [solar panels figure OR graph OR chart]
    • ค้นภาพที่เป็นแผนภูมิ [ship sail diagram]
    • ระบุ filetype: หรือ site: ในคำค้น
    • ค้นในฐานข้อมูล หรือจดหมายเหตุ (archives) [accidents in the home database OR “data base”]
  • Reverse dictionary
    • ในกรณีที่ไม่แน่ใจในคำศัพท์ที่จะค้น ให้ใช้พจนานุกรมประเภท [reverse dictionary] พิมพ์อธิบาย concept เพื่อค้นหาคำ เป็นการค้นย้อนจากความหมายของข้อความไปหาคำศัพท์ จากนั้น ใช้คำสั่ง [define … ] เพื่อตรวจสอบ definition ของคำศัพท์นั้นจาก google ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
  • Using contextually appropriate language
    • การเลือกคำศัพท์ที่จะค้น ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในแต่ละบริบทด้วย เนื่องจากการใช้ภาษาและวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อาจต้องใช้ encyclopedia ดูคำศัพท์เก่าๆ ที่เป็น historical name หรือใช้ reverse dictionary เข้าช่วย รวมทั้งคำนึงถึงมุมมองด้านวัฒนธรรมการใช้ภาษาของแต่ละประเทศ
    • ตรวจสอบคำค้นด้วย Google Books Ngram Viewer https://books.google.com/ngrams ซึ่งจะแสดงกราฟแนวโน้มของความนิยมใช้คำหรือวลีนั้นและปรากฎในหนังสือในแต่ละช่วงปีที่ผ่านมา
  • Identifying common language
    • การตั้งคำถามในการค้น ควรคำนึงถึงสไตล์การเขียนที่มักปรากฏบ่อยๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร ที่เรียกว่าเป็น common language  แล้วนำมาประยุกต์เป็นคำค้น ตัวอย่างเช่น
      • <business> was founded in <year>
      • <number> percent of children are <condition>
      • <term 1> called <term 2> เช่น ถามว่า [white radish japanese cuisine called] คำตอบคือ daikon
  • Google trends
    • ดูแนวโน้มของการค้น google ในแต่ละปี ว่า คนทั่วโลกหรือในแต่ละประเทศนิยมค้นคำว่าอะไรกันบ้าง รวมทั้งการสะกดคำ โดยใช้ [google trends] ตัวอย่างเช่น ค้นแนวเพลง hiphop, rap จาก [google trends] จะพบว่า นิยมเขียนคำว่า hip hop มากกว่า hiphop

 Search Strategies

  • Matching resources to searches
    • การค้นโดยระบุแหล่งข้อมูลหรือ colletions สำคัญและเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ต้องการค้นวิธีการปะชุนถุงเท้า ควรหาในวิดีโอ [How to darn sock site:youtube.com] หรือระบุแหล่งข้อมูลให้ค้นจาก map collections, image collections, databases, library special collections เป็นต้น
  • Using your social networks
    • ถามคำถามเข้าไปในเครือข่ายของเรา เช่น ใน google+ หรือใน gmail group หรือ post คำถามเข้าไปใน forum ต่างๆ ให้คนอื่นช่วยแนะนำคำตอบ
  • Specialization and Generalization
    • การค้นเพื่อตอบโจทย์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องคิดนอกกรอบ โดยคำนึงถึงคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความหมายกว้างกว่า (broader term) หรือแคบกว่า  (narrower term) ด้วย นอกเหนือจากการนึกถึงคำพ้อง (synonyms) ซึ่ง google จะหาให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว รวมทั้งการค้นหาคำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน (related terms) ซึ่งผู้เขียนเว็บเพจอาจจะใช้
  • Comparing multiple sources
    • ใช้หลักการค้นแบบสามเส้า Triangulating เพื่อหาหลักฐานจากแหล่งข้อมูลอย่างน้อย 3 แห่ง มาช่วยยืนยัน ว่าข้อค้นพบเป็น “common knowledge”
    • หาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเหมือนกัน สำหรับการค้นหัวข้อเดียวกัน  (the same information on the same topic)
    •  และอย่าลืมค้นหาความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง ที่มีต่อหัวข้อเรื่องนั้นๆ ด้วย