สำนักพิมพ์ Wiley กับนโยบายการเปิดเสรี (Open Access)

วันที่  5-6 กันยายน 2562  ผู้เขียนได้รับเชิญไปร่วมการประชุม Wiley APAC Library Advisory Board (LAB) Meeting 2019 ที่สำนักงาน Wiley Singapore (Floor 7  Fusionopolis Walk, Solaris, South Tower) โดยมีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 15 คน จาก NTU, NUS, SMU ประเทศสิงคโปร์ HKUST ฮ่องกง NCTU ไต้หวัน Keio U ญี่ปุ่น U Tasmania และ Western Australia ออสเตรเลีย ITT อินเดีย Ateneo de Manila ฟิลิปปินส์ U Brawijaya อินโดนีเชีย และ Mahidol U ประเทศไทย  โดยมี  Janette Burke ผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัย Tasmania  ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ LAB

wiley

การประชุมมีลักษณะเป็นการระดมความคิดเห็นแบบ round table discussion ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ Vision and Plan with Open Access in your country, Digital Literacy & Current issues in your library เป็นต้น ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การที่สำนักพิมพ์ Wiley ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (ก่อตั้งบริษัทในปี 1807) กำลังปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ disruption ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการ Scholarly Communication โดยการ focus ที่ customer need และ turn จาก traditional subscription ไปสู่ open access ดัวยวิสัยทัศน์ใหม่ นั่นคือ  “Lead in Open access by combining agile strategies with respect for different positions”

ข้อคำถามซึ่งเป็นประเด็นในการระดมความคิดเห็น มีดังนี้

Open Access in Your institution and Country

Strategies & Policies

  1. What is the strategic direction towards OA publishing from your institution’s leaders and how engaged are your researchers (both nationally and at your respective institutions)?
  2. To what extent do you think that policies on OA publishing can be aligned across your respective country? What would need to happen for any such alignment?
  3. What other players in the system do you think librarians need to help make any scholarly communications strategy successful ?

Practical role of the library

  1. What role does your library play in the publishing process? What role could the library play, and does this change in a more open access publishing world?
  2. In agreements of the future, rank the following elements of importance:
    1. Access to read all published content (subscription and OA)
    2. Archival rights
    3. Text and data mining rights and services
    4. Gold OA publishing services
    5. Early version article deposit services
  3. What do you think are the supporting features your library requires in order to continue to deliver a valuable service to scholarly researchers?

ที่ประชุมอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถึงสถานการณ์ Open Access ของแต่ละมหาวิทยาลัย ข้อดีและข้อเสียของ Open Access และบทบาทของห้องสมุดในการสนับสนุน Open Access ทั้งนี้ สำนักพิมพ์ Wiley มีนโยบายและแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Full Gold OA โดยเป็นสำนักพิมพ์แรกที่ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและวิจัยของประเทศเยอรมนี ตามโครงการ Projekt DEAL เพื่อสนับสนุน Plan S และ OA2020 Initiatives  เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 (ตามมาด้วยสำนักพิมพ์ SpringerNature เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562) อย่างไรก็ตาม Projekt DEAL ยังคงไม่สามารถเจรจากับสำนักพิมพ์  Elsevier ได้สำเร็จ ขณะนี้สถาบันการศึกษาและวิจัยต่าง ๆ ในประเทศเยอรมนี ทะยอยยกเลิกการบอกรับวารสารของสำนักพิมพ์ Elsevier นักวิจัยที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ร่วมลงนามสนับสนุนการ boycott ดังกล่าว และยกเลิกการส่งผลงานวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารเหล่านั้นด้วยเช่นกัน นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในวงการสำนักพิมพ์ระดับโลกเลยทีเดียว

กรณีศึกษาประเทศเยอรมนี นับเป็นตัวอย่างที่ดี ของการมี Open Access Policy นโยบายการบริหารจัดการข้อมูลวิจัย (Research Data Management: RDM)  และแผนบริหารจัดการข้อมูลวิจัย  (Data Management Plan: DMP) ทั้งในระดับสถาบันและระดับประเทศ ที่ชัดเจน และสามารถขับเคลื่อนได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ที่ https://www.lepublikateur.de/2019/01/16/pay-to-publish-open-access-deal-wiley-agreement/

 

 

โฆษณา

บอกรับฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่?

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง “เจาะประเด็นปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่มสื่อการเรียนการสอน”  โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร อาจารย์ศุภชัย บำรุงศรี นิติกรเชี่ยวชาญ  และอาจารย์อรณัฏฐา สบายรูป นิติกรปฏิบัติการ จากกองกฎหมาย กรมสรรพากร มาบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจในประเด็นที่เป็นปัญหาคาใจห้องสมุดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ต้องจัดซื้อหรือบอกรับหนังสือ วารสาร และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทั้งที่บอกรับโดยตรงกับบริษัทหรือสำนักพิมพ์ต่างประเทศ และบอกรับผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ซึ่งไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติ ในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี และภาษีเงินได้นิติบุคคล การบรรยายครั้งนี้ มีผู้แทนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งบรรณารักษ์ห้องสมุดและผู้รับผิดชอบงานด้านคลังและพัสดุ จาก ม.มหิดล จุฬาฯ ม.เกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น ม.ธรรมศาสตร์ ม.บูรพา ม.รามคำแหง ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช  ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้แทนจากสำนักงานปลักกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) หรือ สกอ. เดิม รวมทั้งผู้แทนจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายฐานข้อมูล จำนวน 3 บริษัท เข้าร่วมฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 85 ท่าน

Screen Shot 2562-09-04 at 10.36.32.png

ประเด็นสำคัญที่ได้รับจากการบรรยายครั้งนี้ สรุปได้ตามลำดับ ดังนี้ค่ะ

Screen Shot 2562-09-04 at 10.41.50.png

ข้อกฎหมายต่างๆ ของกรมสรรพากร เรียกว่า ” ประมวลรัษฎากร ” เริ่มตั้งแต่ “บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481” ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จนมาถึงปัจจุบัน สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้จากเว็บไซต์ http://www.rd.go.th/publish/272.0.html และคลิกที่หัวข้อ “อ้างอิง”

ให้ดูใน หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่ 1 มาตรา 77 ไปจนถึง ส่วนที่ 14 มาตรา 90 ที่กล่าวถึง คำนิยามของศัพท์ต่าง ๆ  ความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ฐานภาษี อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม  (ร้อยละ 10,  ร้อยละ 7, ร้อยละ  0) ภาษีขาย ภาษีซื้อ ภาษีซื้อต้องห้าม ใบกำกับภาษี การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ

ส่วนที่ 1 ข้อความทั่วไป มาตรา 77/1 คำนิยาม มีรายละเอียดที่ควรศึกษา ได้แก่ คำว่า

  • ม. 77/1 (5) ” ผู้ประกอบการ ” = บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่
  • ม. 77/1 (6) ” ผู้ประกอบการจดทะเบียน ” = ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ม. 77/1 (7)  ” ตัวแทน ” = บุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใดๆ อันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
  • ม. 77/1 (8) ” ขาย ” = จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่
  • ม. 77/1 (9) ” สินค้า ”  =ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง ที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า
  • ม. 77/1 (10) “บริการ ” = การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเอง ไม่ว่าประการใดๆ
  • ม. 77/1 (11) ” ผู้นำเข้า ” = ผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นซึ่งนำเข้า

ส่วนที่ 1 มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักร ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

(1) การ “ขายสินค้า” หรือ “การให้บริการ” โดยผู้ประกอบการ

(2) “การนำเข้า” สินค้าโดยผู้นำเข้า

การให้บริการในราชอาณาจักร ให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักร โดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร
การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

ส่วนที่ 2  ความรับผิดในการเสียภาษี มาตรา 78 

Tax Point คือ จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม การขายสินค้า ให้ความรับผิดเกิดขึ้น เมื่อส่งมอบสินค้า หรือโอนกรรมสิทธิ์สินค้าก่อนการส่งมอบ หรือได้รับชำระราคาสินค้าบางส่วนก่อนการส่งมอบ หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนการส่งมอบ ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

การให้บริการ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อ ได้รับชำระราคาค่าบริการ  หรือได้ออกใบกำกับภาษี หรือได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น

ส่วนที่ 5 การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ดูมาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ  (ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน  ซึ่งกรมสรรพากรตีความให้ครอบคลุมถึงวารสาร หนังสือ “ทุกประเภท” ที่ให้ความรู้แก่ประชาชน และมีการรวมเล่มอยู่ในรูปกระดาษ  เป็น “ตำราเรียน” เพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่าน รวมถึง CD ที่ประกอบหนังสือ (แต่ไม่ยกเว้น CD ทั่วไป) ขอให้ดู คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่ 32/2538 เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการขายตำราเรียน

Screen Shot 2562-09-04 at 18.03.48

พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 มาตรา 4  ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการให้บริการ ดังต่อไปนี้  “(16) การให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 585) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ 2 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป) 

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 585) พ.ศ. 2558 การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เรื่อง ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 239

Screen Shot 2562-09-04 at 18.10.29

พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 422) พ.ศ. 2547 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าสินค้าของสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชนที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (แต่ต้องยื่นเรื่องขอยกเว้นไปยังกระทรวงศึกษาธิการเป็นครั้ง ๆ ไป)

Screen Shot 2562-09-04 at 18.10.29.png

 

สรุปประเด็นสำคัญ คือ คำว่า หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และตำราเรียน ครอบคลุมทรัพยากรสารสนเทศที่ห้องสมุดจัดซื้อหรือบอกรับทุกประเภทแล้ว รวมทั้งครอบคลุมการให้บริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์บนระบบอินเทอร์เน็ต ที่เคยเป็นรูปเล่มหรือกระดาษมาก่อน โดยขอให้พิจารณาถึงเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของข้อกฎหมาย ที่ยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีฐานข้อมูลหรือโปรแกรมอื่นๆ ที่ใช้ในการบริการห้องสมุด เช่น EndNote, Turnitin อาจไม่ได้รับการยกเว้น จากการตีความดังกล่าวข้างต้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัย หรือทางสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สามารถยื่นเรื่องไปที่กรมสรรพากร เพื่อขอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้ เพื่อที่จะให้ได้แนวปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจนต่อไป

 

ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศทางวิชาการ

ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศทางวิชาการ (วัสดุเพื่อการศึกษาและวิจัย เพื่อการจัดซื้อหรือบอกรับเป็นสมาชิก)

วัสดุตีพิมพ์ (Printed Materials) หรือสิ่งพิมพ์ (Publications)

สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Serials, Periodicals)

  • วารสาร (Journals / Academic Journals / Scholarly Journals) มีเนื้อหาสาระความรู้ทางวิชาการ เพื่อการศึกษาและการวิจัย
  • นิตยสาร (Magazines) เกร็ดความรู้สำหรับผู้อ่านทั่วไป ไม่ลึกซึ้งทางวิชาการ หรือเพื่อการบันเทิง
  • หนังสือพิมพ์ (Newspapers) นำเสนอข่าวสารสำหรับประชาชนทั่วไป (ออกรายวันหรือรายสัปดาห์)
  • สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องรายปี (Annuals) มีเนื้อหาสาระความรู้ทางวิชาการ (ออกรายปี)

สิ่งพิมพ์ไม่ต่อเนื่อง (Nonperiodicals)

  • หนังสือ (Books) เช่น หนังสือทั่วไป (General Books) หนังสือตำรา (Textbooks) หนังสือเฉพาะเรื่อง (Monographs) เป็นต้น
  • หนังสือชุด (Book Series, Monograph Series)

วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Materials) หรือ สิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic publications) หมายเหตุ : ในกรณีที่ใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาจใช้คำว่าดิจิทัล (Digital) หรือออนไลน์ (Online) ก็ได้

สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องอิเล็กทรอนิกส์

  • วัสดุทางการศึกษาในรูปแบบแผ่นซีดี หรือดีวีดี (CD, DVD)
  • วารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journals)
  • นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Magazines)
  • หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Newspapers)
  • สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องรายปี (E-Annual Publications)

สิ่งพิมพ์ไม่ต่อเนื่องอิเล็กทรอนิกส์

  • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Books)

ฐานข้อมูลสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ทางวิชาการ (Academic Databases) ฐานข้อมูลฉบับเต็ม (Full-text Databases) ของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ

  • ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journal Databases)
  • ฐานข้อมูลนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Magazine Databases)
  • ฐานข้อมูลหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (E- Newspaper Databases)
  • ฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book Databases)

ฐานข้อมูลอ้างอิง (Citation Databases, Reference Databases) หรือฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic Databases) หรือเครื่องมือช่วยการค้นคว้าทางวิชาการ (Academic Search Engines) เช่น Scopus, Web of Science, Micromedex เป็นต้น

ฐานข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์หรือตรวจสอบคุณภาพสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ (Analytic Tools) เช่น SciVal, Turnitin เป็นต้น

 

ห้องสมุด กับ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

บันทึกนี้ เป็นการสรุปแนวความคิดเรื่อง การพัฒนาห้องสมุดให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN 2030 Agenda โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ Libraries, Development and the United Nations 2030 Agenda ซึ่งจัดทำโดยสหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA) และอ้างอิงข้อมูลจากบทความเรื่อง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการของสหประชาชาติเพื่อโลกอนาคต ของ รศ.ดร. สยาม อรุณศรีมรกต เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของห้องสมุด และให้ห้องสมุดได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโลกใบนี้ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่และมีความยั่งยืนตลอดไป

IFLA.JPG        SDG

เป้าหมายที่ 1: NO POVERTY: End poverty in all its forms everywhere (การขจัดความยากจนทุกรูปแบบ) 

Libraries, by providing access to information and skills, help provide opportunities for
people to improve their own lives and support informed decision-making by governments, communities and others to provide services and support that reduce poverty and improve the prosperity of people everywhere.

เป้าหมายที่ 2: ZERO HUNGER: End hunger, achieve food security and improved
nutrition and promote sustainable agriculture (การขจัดความหิวโหย มีความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน)

Libraries including specialist agricultural libraries and extension services
provide access to research and data on crops, market information and
farming methods that supports resilient, productive agriculture.

เป้าหมายที่ 3: GOOD HEATLH AND WELL-BEGING : Ensure healthy lives
and promote well-being for all (การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี)

Medical libraries, hospital libraries and other libraries are essential providers of
access to medical research that supports improved public health outcomes. Public access to health information in all libraries helps people to be better informed about their own
health and to stay healthy

เป้าหมายที่ 4: QUALITY EDUCATION: Ensure inclusive and equitable quality
education and promote lifelong learning opportunities
for all (การศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียม ทั่วถึง และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

Libraries are at the heart of schools, universities and colleges in every country around
the world. Libraries support literacy programmes, provide a safe space for learning,
and support researchers to reuse research and data to create new knowledge.

เป้าหมายที่ 5: GENDER EQUALITY: Achieve gender equality and empower
all women and girls (ความเท่าเทียมทางเพศ ให้อำนาจแก่สตรีและเด็กหญิง)

Libraries support gender equality by providing safe meeting spaces, programmes
for women and girls on rights and health, and ICT and literacy programmes support
women to build their entrepreneurial skills.

เป้าหมายที่ 6:  CLEAN WATER AND SANITATION : Ensure access to water
and sanitation for all (การเข้าถึงการใช้น้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี)

เป้าหมายที่ 7: AFFORABLE AND CLEAN ENERGY: Ensure access to
affordable, reliable, sustainable and modern energy
for all (การเข้าถึง
พลังงานที่มั่นคงและสะอาด)

Libraries provide public access to information on water, energy usage and sanitation.
Many public and community libraries around the world are the only place where people
can get reliable access to light and electricity to read, study and apply for a job.

เป้าหมายที่ 8: DECENT WORK AND ECONOMIC GROWTH: Promote inclusive and sustainable economic growth, employment and decent work for all (การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ)

Public access to ICT and training at libraries enables people to apply for jobs. Skilled library staff can help people with online applications, writing support materials and finding the right job.

เป้าหมายที่ 9: INDUSTRY, INNOVATION, AND INFRASTRUCTURE: Built resilient infrastructure, promote sustainable industrialization and foster innovation (การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนและมีนวัตกรรม)

Libraries are at the heart of research and academic life. They provide access to high
speed Internet, research infrastructure and skilled professionals. In many countries,
public and educational libraries are the major or only providers of public internet access
at low or no cost, a critical means of increasing connectivity.

เป้าหมายที่ 10: REDUCED INEQUALITIES: Reduce inequality within and among
countries (การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ)

Equitable access to information, freedom of expression, freedom of association and assembly, and privacy are central to an individual’s independence. Libraries help to reduce inequality by providing safe, civic spaces open to all located in urban and rural areas across the world.

เป้าหมายที่ 11: SUSTAINABLE CITIES AND COMMUNITIES: Make
cities inclusive, safe, resilient and sustainable (การตั้งถิ่นฐานและชุมชนที่มีความยั่งยืน)

Libraries have an essential role in safeguarding and preserving invaluable documentary
heritage, in any form, for future generations. Culture strengthens local communities and
supports inclusive and sustainable development of cities

เป้าหมายที่ 12: RESPONSIBLE CONSUMPTION AND PRODUCTION (การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)

เป้าหมายที่ 13: CLIMATE ACTION: Take urgent action to
combat climate change and its impacts (การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสถาพภูมิอากาศ)

เป้าหมายที่ 14:  LIFE BELOW WATER: Conserve and sustainably use the oceans,
seas and marine resources (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเล)

เป้าหมายที่ 15:  LIFE ON LAND: Sustainable manage forests, combat desertification, halt and reverse land degradation, halt biodiversity loss  (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางบก รักษาระบบนิเวศ ยับยั้งความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ)

Libraries are sustainable institutions; they share resources in the community and
internationally and ensure everyone has access to information. All libraries play
a significant role in providing access to data, research and knowledge that supports
informed research and public access to information about climate change, and a key role
in the preservation of indigenous knowledge – which includes local decision-making about fundamental aspects of life including hunting, fishing, land use, and water management.

เป้าหมายที่ 16:  PEACE AND JUSTICE STRONG INSTITUTIONS: Promote
just, peaceful and inclusive societies (การสร้างสังคมที่มีสันติสุข ยุติธรรม และมีสถาบันทางสังคมที่มีความเข้มแข็ง)

To realise access to information fully, everyone needs both access and skills to use
information effectively as outlined in the Lyon Declaration on Access to Information and
Development. 27 Libraries have the skills and resources to help governments, institutions and individuals communicate, organise, structure and use information effectively for development.

เป้าหมายที่ 17:  PARTNERSHIP FOR THE GOALS: Promote
just, peaceful and inclusive societies ( การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกระดับ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน)

Libraries provide a global network of community-based institutions ready to support national development plans locally and nationally, and a resource for improved decision-making.

report-cover-4

นอกจากนั้น สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA)  ร่วมกับ Technology & Social Change Group (TASCHA), University of Washington Information School ยังได้จัดทำรายงานที่มีชือว่า DA2I (Development and Access to Information) เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเข้าถึงสารสนเทศและห้องสมุดอย่างเสรี มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGFs) ได้อย่างไร สำหรับในรายงาน DA2I ปี 2017 จะเน้นการสนับสนุน SDGs 4 เป้าหมาย คือ เป้าหมายที่ 2 (Zero Hunger) เป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-being) เป้าหมายที่ 5 (Gender Equality) และเป้าหมายที่ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure)

ห้องสมุดต่าง ๆ จากทั่วโลก สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้ง 17 ประการได้ โดยการส่งเรื่องเล่ากิจกรรมของตนในลักษณะ  SDG Storytelling เข้ามาในเว็บไซต์  IFLA Library Map of the World เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ของตนให้แก่ห้องสมุดอื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก

Capture.JPG

 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีห้องสมุด ในปี 2019

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุม EBSCO Advisory Board Meeting 2019 ที่โรงแรมเชอราตัน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากประเทศในแถบเอเซีย ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เลบานอน อินเดีย บังคลาเทศ และไทย เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันประมาณ 30 กว่าท่าน ได้เกร็ดความรู้และแนวโน้มใหม่ๆ ของห้องสมุด มาเล่าให้ฟัง ดังนี้ค่ะ

EBSCO.jpg

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของวารสาร จาก Subscription-based มาเป็น Open Access 

ความเคลื่อนไหวในระดับนโยบายที่สำคัญของแหล่งสนับสนุนทุนวิจัยในยุโรปและอเมริกา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบ Scholarly Communication เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโครงการของ EU science funding ได้แก่  Horizon 2020  (The EU Framework Programme for Research and Innovation) และ Horizon Europe (The next research and innovation framework programme: 2021-2027) รวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยระดับโลก ที่ให้การสนับสนุนแนวคิด open access ได้แก่ โครงการ  OA2020  และโครงการ Plan S ของ Science Europe นอกจากนั้น ในปี 2019 เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อกลุ่มมหาวิทยาลัย University of California (UC)  ทั้ง 10 campuses พร้อมใจกันประกาศยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และมีผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจาก UC มีผลงานวิจัยตีพิมพ์อยู่ในวารสาร ScienceDirect จำนวนมาก ปีละหลายหมื่นเรื่อง สาเหตุที่การเจรจาล้มเหลว เนื่องจาก UC ต้องการให้ผลงานวิจัยทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ที่ตีพิมพ์ใน ScienceDirect เปิดเสรีแบบ Open Access แต่ทาง Elsevier ไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม ทางหอสมุดมหาวิทยาลัย UC ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นอย่างดี โดยมีผู้นำในเรื่องนี้ คือ Jeffrey K. MacKie-Mason (University Librarian, Chief Digital Scholarship Officer, professor in UC Berkeley School of Information, Department of Economics) มีการประกาศนโยบาย Open Access Policies อย่างชัดเจน มีแผนปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานวิจัย และบริหารจัดการข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างครบวงจร ตามที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ Office of Scholarly Communication เรียกได้ว่าเป็น New Horizon เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม UC ไม่ใช่สถาบันแห่งเดียวที่ยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ในปี 2015 ประเทศกรีซและประเทศรัสเซีย ไม่ต่ออายุการบอกรับ เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและราคาที่สูงมากเกินไป ปี 2016 ประเทศฟินแลนด์ เริ่มมีการ boycott  เมื่อปี 2018 ประเทศเยอรมนี ประเทศสวีเดน  ประเทศเปรู และประเทศไต้หวัน  ยกเลิกการบอกรับ และล่าสุดปี 2019 ได้แก่ University of California สหรัฐอเมริกา และประเทศนอร์เวย์ ยกเลิกการบอกรับ หลายประเทศประสบปัญหาในการเจรจากับ Elsevier รวมทั้งประเทศไทยซึ่งลดจำนวนการบอกรับลงไป ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ตอบข้อคำถามว่า แล้วนักวิจัยจะอยู่อย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่า ในยุคนี้ มีแหล่งข้อมูลจำนวนมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ที่นักวิจัยสามารถไปหาบทความฉบับเต็มได้  ด้วยการใช้เครื่องมือสืบค้นและดาวน์โหลดบทความจาก Online repositories ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น  Google Scholar, Unpaywall, Open Access Button, Sci-Hub เป็นต้น หรืออาจขอบทความจากผู้แต่งโดยตรงผ่าน ResearchGate, Academia.edu, Mendeley หรือใช้บริการ interlibrary loan ระหว่างห้องสมุด หรือซื้อบทความแบบ pay per view จากสำนักพิมพ์วารสาร

อย่างไรก็ตาม บริษัท Elsevier มีความพยายามจะรุกเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านคลังสารสนเทศสถาบัน (Institutional Repositories) ด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการของ SSRN (Social Science Research Network) และ Digital Commons ของ Bepress (ริเริ่มก่อตั้งโดย UC Berkeley) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้บริการ free, full-text scholarly articles จากคลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก  และให้บริการ API  (Application programming interface) เพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลจาก ScienceDirect ไม่ยัง Institutional Repositories ของสถาบัน

ระบบห้องสมุด Integrated library systems (ILS)Library services platforms (LSPs) 

จากรายงาน Library Systems Report 2018 ของ American Library Association (ALA) ซึ่งกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้สำหรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการบริการห้องสมุด พบว่า ระบบห้องสมุดอัตโนมัติหรือ Integrated library systems (ILS) แบบดั้งเดิม ที่มีลักษณะเป็น web-based interface และ client-server technologies มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเป็น Library services platforms (LSPs) ที่เป็น Software as a Service (SaaS) ทำงานบน Cloud ด้วย open source software และเปิดโอกาสให้ใช้ API  ในการเชื่อมโยงเพื่อทำงานต่อยอด โดยคำนึงถึง User Inteface (UI) / User Experience (UX) เป็นสำคัญ 

ระบบ ILS / LSPs ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • WorldShare Management Services (WMS) ของ OCLC ซึ่งจะทำงานร่วมกับ WorldCat, WorldShare interlibrary loan (ILL), และ Digby mobile app.  
  • FOLIO (The Future of Libraries is Open) ของ EBSCO
  • Alma ของบริษัท Ex Libris (ProQuest) ซึ่งเป็น cloud-based และใช้ metadata framework แบบใหม่ BIBFRAME แทน MARC, Dublin Core 
  • BLUEcloud LSP ของ SirsiDynix
  • Sierra ILS และ VTLS Open Skies ของ Innovative Interfaces
  • Koha – Open Source ILS ของ LibLime

ระบบเปิดอื่น ๆ ที่เป็น Open API และทำงานร่วมกับ FOLIO ภายใต้ Open Library Foundation ได้แก่  OLE (Open Library Environment), GOKb (The Global Open Knowledgebase),  ReShareVuFindCORAL (Electronic resource management system), EBSCO Knowledge Base Services (EBSCO API) อาทิ HoldingsIQ, LinkIQ, ResourceIQ, UsageIQ เป็นต้น

ระบบบริการ Discovery services แบบ Single Search ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • EBSCO Discovery Service (EDS) 
  • OCLC’s WorldCat Discovery Service (ของ OCLC)
  • Primo Central (ของ Ex Libris / ProQuest)
  • Summon (ของ ProQuest)

ระบบ Resource Access  / Authentication ที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • IP address authentication
  •  EZProxy ของ OCLC
  • OpenAthens
  • OAuth / OpenID / OpenID Connect
  • Single sign-on (SSO) 
  • RA21 : Resource Access for the 21st Century

ระบบ Electronic Resource Management  (ERM) 

  • E-resource access and management services (ERAMS) 
  • CORAL – An Open Source Electronic Resource Management System
  • Telemetry (เทคโนโลยีการตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ)
  • Data Analytics (for Library impact and student outcomes)
  • DRM-Free eBooks (Digital Rights Management)
  • GOBI  : books & e-books acquisition tool การเลือกซื้อหนังสือใช้นโยบาย evidence based decision making / evidence-based collection development / evidence-based acquisition (EBA) และ Demand-Driven Acquisitions (DDA)

ระบบ Digital Preservation 

Research Workflows from 101 Innovations in Scholarly Communication

workflows-digital-science1

workflows-elsevier

workflows-microsoft2

workflows-open-science

 

หนีฝุ่น pm 2.5 ไประยอง

บ่ายวันพุธที่ 30 มกราคม 2562  ได้มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในบรรยากาศทั่วไป เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินมาตรฐาน (50 ไมโครกร้มต่อลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  และคาดว่าในอีก 2-3 วันข้างหน้า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากฝนไม่ตก และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในบรรยากาศอย่างต่อเนื่องมากเกินไป

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และบริเวณโดยรอบ ทั้งกรุงเทพฯและนครปฐม มี pm 2.5 เกินมาตรฐานด้วยเช่นกัน  ทำให้สุขภาพของบุคลากรและนักศึกษาเริ่มแย่ มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ  แม้จะพยายามใช้หน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละอองแล้วก็ตาม เมื่อใช้ Air4Thai app. ตรวจสอบ ปรากฎวงสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และวงสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ทั่วทั้งภาคกลาง อย่างไรก็ตาม สังเกตว่า มีจังหวัดเดียวในเขตภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ที่เป็นวงสีเหลือง (คุณภาพดีปานกลาง) คือ จังหวัดระยอง ดังนั้น ภายหลังจากมีการประกาศหยุดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานเป็นเวลา 2 วัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจอพยพออกจากกรุงเทพฯ และศาลายา ขับรถมุ่งหน้าไประยอง เนื่องจากเริ่มมีอาการทางเดินหายใจติดขัด และอาการภูมิแพ้กำเริบบ้างแล้ว

2    3.JPG

การเดินทางจากศาลายา ใช้ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี และเลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก มุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 9 เข้าสู่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ไปยังจังหวัดชลบุรี สังเกตว่า ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 ก็ยังสูงต่อเนื่องไปจนถึงบางแสน ศรีราชา ชลบุรี ใน Air4Thai app. ยังปรากฏเป็นวงสีส้มเช่นเดิม จากชลบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง ด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (บายพาส ถนนเลี่ยงเมืองพัทยา-ระยอง) หรืออาจจะใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท บางนา-ตราด) หรือ 318 เดิมก็ได้ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ หาดแม่รำพึง และหินขาว ซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลตะพงและตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  เมื่อตรวจสอบค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. ที่ตำบลตะพง พบว่ามีฝุ่นละอองในอากาศน้อย ปรากฎเป็นวงสีเขียว ( หมายถึงคุณภาพอากาศดี)

3.PNG    4.PNG

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ตรวจสอบอากาศยามเช้าริมชายหาดอีกครั้ง พบว่า ค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. อยู่ในระดับต่ำ เป็นวงสีฟ้า ซึ่งหมายถึงคุณภาพอากาศดีมาก บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้

จากนั้นได้ขับรถไปตามเส้นทางเลียบชายหาด ไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้ ได้แก่ ตลาดโบราณบ้านเพ ตลาดกลางผลไม้ตะพง ตลาด 100 เสา (ตลาดสินค้าครบวงจรเทศบาลบ้านเพ) หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน บ้านก้นอ่าว สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และขึ้นเรือ Speed Boat ข้ามไปยังหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด นอกจากนั้น ยังขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 3 (สุขุมวิท-เมืองระยอง) เข้าไปสำรวจภายในตัวเมืองด้วย พบว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี อาคารร้านค้าทันสมัย บ้านเมืองเจริญ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหารทะเลและผลไม้ และมีอากาศดี ฝุ่นละออง pm 2.5 อยู่ในระดับต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ — วันหลังจะหาโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งค่ะ

หินขาว หาดแม่ระพึง6

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง11

หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด12 

บนเรือข้ามฟากจากบ้านเพ ไปเกาะเสม็ด ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร13

หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน15

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

สถานการณ์ปัจจุบันของ UniNet (พ.ศ. 2562)

สรุปประเด็นที่น่าสนใจ ที่ได้รับจากการฟังบรรยาย เรื่อง “UniNet พบมหาวิทยาลัย” โดย รศ.ดร. สมศักดิ์ มิตะถา ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” WUNCA ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

UNINET.JPG

เครือข่าย University Network (UniNet) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2539 เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี  และในปี 2562 นี้ ขยายขอบเขตและบูรณาการเป็นระบบเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ National Education Network (NedNet) มีสมาชิกเครือข่าย 10,762 แห่ง จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มหาวิทยาลัยในสังกัด สกอ. หน่วยงานวิจัยและสถานศึกษาอื่น ๆ เพื่อรองรับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยความเร็ว 100 Gbps และเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของ UniNet ให้เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้กำกับของ สกอ. ในรูปแบบ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ SDU (Service Delivery Unit) เพื่อรองรับการให้บริการของสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ

การให้บริการของ UniNet/NedNet ในลักษณะ Knowledge Network

  1. โครงการเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย และโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาฐานข้อมูล (ThaiLis) ประกอบด้วย
    • โครงการฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย Union Catalog of Thai Academci Libraries (UCTAL)
    • โครงการฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ Thai Digital Collection (TDC)
    • โครงการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูลจากต่างประเทศ (Reference Databases) จำนวน 11 ฐานข้อมูล อาทิ ACM Digital Library, IEEE/IET  Web of Science, ProQuest Dissertation & Theses Global, SpringerLink,  ScienceDirect, EBSCO เป็นต้น
    • โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (AutoLib) 3 ระบบ ได้แก่ Walai AutoLib ของ ม. วลัยลักษณ์, ALIST ของ ม.สงขลานครินทร์ , KMUTT-LM ของ มจธ.
    • โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ Integrated Thesis & Research Management System  (iThesis)
    • โครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา University Common-Access Dataset System (UniCAD) เพื่อเชื่อมโยงระบบคลังความรู้และการอ้างอิงทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ iThesis -> TDC -> Citation Database -> Analytic Tool
  2. โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย Thai Cyber University ได้แก่ หลักสูตรออนไลน์ E-learning และ Thai MOOC
  3. Video Conference Systems ในการประชุมทางไกล (Tele-meeting / Teleconference) การเรียนการสอน (Tele-education) และการเรียนการสอนทางการแพทย์ (Telemedicine)
  4. International Research Network ได้แก่ กิจกรรมที่ดำเนินงานโดยสมาคมเครือข่ายไทยเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN), โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science, Tele-medicine Thailand ดำเนินการโดย Telemedicine Network Society of Thailand (TENST), ความร่วมมือกับเครือข่ายงานวิจัยอื่นๆ, Asia@Connect, การใช้งาน IPv6, และการใช้งานระบบ eduroam
  5. การบริการบำรุงรักษาสายเคเบิล อุปกรณ์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การบำรุงรักษาเครือข่าย ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรและดูแลไม่ทั่วถึง บางครั้งวงจรเครือข่าย CAT มีปัญหา ทำให้การใช้งานอินทอร์เน็ตขัดข้องโดยเฉพาะตามโรงเรียนต่าง ๆ  ในสังกัด สพฐ. ทางโรงเรียนขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย อุปกรณ์ชำรุดหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง สายเคเบิลชำรุดจากสัตว์กัดแทะ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร แนวทางในการแก้ไขปัญหา คือ ซ่อมแซมอุปกรณ์และสายเคเบิลอย่างต่อเนื่อง จัดทำคู่มือการใช้อุปกรณ์ router ยี่ห้อต่าง ๆ จัดทำระบบ QR code ให้ข้อมูลแนะนำและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแก่ทางโรงเรียน ฝึกอบรมให้ความรู้ทางเทคนิค จัดทำ KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม Site Visit แนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน มีดังนี้

  1. ประยุกต์ใช้ระบบบัตรดิจิทัล E-Wallet ในโทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลแจ้งปัญหา เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ออกใบงาน และปฏิบัติงานลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา
  2. ปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศ (Network Operation Center: NOC) โดยนำมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 มาใช้ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของศูนย์ โดยจัดทำแผนดำเนินงานในระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2561-2564)
  3. ใช้ระบบบริการจัดการการให้บริการทางด้านไอที ITIL Framework ซึ่งเป็นวงจรที่ประกอบด้วย Service Strategy -> Service Design -> Service Transition -> Service Operation -> Continual Service Improvement ในการพัฒนา ระบบบริการ Call Center รับแจ้งปัญหาการใช้งานเครือข่ายให้แก่สมาชิก