ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ (4)

เขียนต่อจาก [ ตอนที่ 1 ] [ ตอนที่ 2 ] [ ตอนที่ 3 ]
สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ ที่ หลักสูตร Information Science ของ มสธ. จัดขึ้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554

ในช่วงบ่ายเป็นการบรรยายเรื่อง การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานสารสนเทศ โดย ผศ.ดร.สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล ผศ.ดร.อัษฎาพร ทรัพย์สมบูรณ์ และ รศ.ดร. ปัทมาพร เย็นบำรุง ได้ความรู้ที่น่าสนใจ พอจะสรุปได้ดังนี้

  • ผศ.ดร.สมศักดิ์ แนะนำ Top Technology Trends (1999-2006) ของ American Library Association (ALA) ที่เว็บไซต์ http://www.ala.org/ala/mgrps/divs/lita/professional/trends/index.cfm และ Library Technology Reports ที่เว็บไซต์ http://www.librarytechnology.org/librarytechnologyreports.pl
  • แนวโน้มงานวิจัยในปี 2009 เป็นเรื่องของ web services, service-oriented architecture (SOA) และ cloud computing
  • อาจารย์ได้แนะนำงานวิจัยของ Marchionini (2008) ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง information-centric คือให้สารสนเทศเป็นศูนย์กลาง หรือ human-information interaction (HII) โดยมีใจความสำคัญคือ 1) เปลี่ยนจากการศึกษาที่ตัวทรัพยากรสารสนเทศ ไปเป็นการศึกษาผู้ใช้และเทคโนโลยี ว่ามีปฏิสัมพันธ์อย่างไรกับสารสนเทศซึ่งมีพลวัตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2) เปลี่ยนจากการมุ่งศึกษาพฤติกรรมรายบุคคล ไปเป็นการค้นหากระบวนการคิดเพื่ออธิบายกลุ่มคนบนโลกไซเบอร์ (cyber collective) 3) เปลี่ยนจากการศึกษาในประเด็นของการจัดการสารสนเทศเชิงกายภาพ ไปเป็นการจัดการสารสนเทศที่ไม่มีลักษณะตายตัว 4) เปลี่ยนจากการจัดการสารสนเทศ ไปเป็นการจัดการเอกลักษณ์ของผู้ใช้ (user profiles) สรุปคือ From “isolated technologies” to “holistic information systems”
  • การวิจัยเชิงปริมาณ ทดสอบความจริงแท้ แต่การวิจัยเชิงคุณภาพ ความจริงแท้ไม่มี ความจริงขึ้นกับบริบทและปัจเจก แต่หลายๆปัจเจก จะทำให้เห็น pattern อะไรบางอย่าง ปัจจุบันจึงหันมานิยมใช้การวิจัยแบบ mixed method เนื่องจาก digital objects มีความซับซ้อนกว่าที่คิด และสารสนเทศศาสตร์ต้องเปิดใจรับศาสตร์อื่นเข้ามา ทั้ง IT, cognitive science, psychology, mass psychology
  • ผศ.ดร.อัษฎาพร ได้พูดถึง Tracks ของงานวิจัยทางด้านไอที ทั้งในแง่ของ system and tecnology oriented เช่น system development, information visualization, data mining, text mining และในแง่ของ human and social oriented เช่น technology acceptance model (TAM), human-computer interaction (HCI), social network factors เป็นต้น
  • อาจารย์ได้ยกตัวอย่าง research topics ที่น่าสนใจหลายด้าน เช่น Collaborative technology, HCI, IT and business innovation, information resource management, IT investment, และ text mining (ซึ่งการหาความหมายของคำ จำเป็นต้องมีความรู้ทางภาษาศาสตร์ด้วย)
  • ตัวอย่างดุษฎีนิพนธ์ของภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Information Resource Management ซึ่งใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการศึกษาผู้ใช้ระบบ ERP คืองานวิจัยเรื่อง Linking user acceptance and user resistance: the role of attitude in enterprise resource planning implementation phase
  • อาจารย์เห็นว่า technology เป็นตัว drive ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยน ปัจจุบันคนมีความอดทนน้อยลงเวลาค้นหาข้อมูล และถ้าค้นไม่ได้ภายใน 3 นาที จะเลิกใช้ ไม่อดทน ในทางธุรกิจ งานวิจัยได้เปลี่ยนจาก data warehouse ซึ่งเป็นคลังข้อมูลพร้อมใช้ มาเป็น business intelligence system หรือระบบธุรกิจอัจฉริยะ ใส่ interface เข้าไปให้ใช้งานขึ้น ใช้งานได้เอง ต่อมาพัฒนาเป็น Corporate performance management (CPM) และ Technology acceptance model (TAM) เป็นแนวคิดแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี มีการทำ survey สอบถามผู้ใช้ แต่โดยทั่วไปผู้ใช้มักจะมี learning curve คือ 1-2 ปีจะต่อต้าน อีก 2 ปีต่อมาจะเกิดความเคยชินในการใช้งาน การสำรวจจะไม่ใช่แค่ชอบ-ไม่ชอบ แต่จะสอบว่าใช้ระบบได้ดีขึ้นหรือไม่ อยู่ในระบบได้นานขึ้นหรือไม่ ได้ข้อมูลที่ต้องการหรือไม่ มีการใช้ social impact หรือ social network factor เข้ามาร่วมด้วย เช่น ให้ความสำคัญต่อ Influencer ซึ่ง followers มักจะทำตามหรือเลียนแบบ
  • ตัวอย่างที่เห็นชัดของสถาปัตยกรรมสารสนเทศ (information architecture) ในลักษณะ information visualization คือ แผนที่สถานีรถไฟกรุงโตเกียว
  • อาจารย์ได้แนะนำนักศึกษาปริญญาเอกว่า งานวิจัยจะต้อง theoretical contribution to knowledge ต้องใหม่ และปรับให้เข้ากับบริบทประเทศไทย ให้หาหัวข้อวิจัยจากงานที่ทำ เป็นปัญหาขององค์กรที่ทำงาน หรือหัวข้อที่สนใจ และขุดลึกลงไปเรื่อยๆ ต้องอดทน อย่าเปลี่ยนเรื่องไปมา ต้องสะสมความรู้ค่อนข้างเยอะ การเรียน course work ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญกว่าคือต้องหาหัวข้อวิจัยให้เจอ มีใครทำหรือยัง ถ้ามีแล้วมันไม่ดีตรงไหน พอได้ขอบเขตของหัวเรื่องแล้ว ค่อยหา topic ที่เหมาะสมภายหลัง
  • รศ.ดร. ปัทมาพร ได้แนะนำตัวอย่างดุษฎีนิพนธ์ของต่างประเทศ ในหัวข้อเกี่ยวกับ Digital libraries, information behaviors, information retrieval (concept map visualizations), metadata, online environment, social network, system development (แต่เน้นว่าต้องประเมินระบบเต็มรูปแบบและหลายมิติ ไม่ใช่แค่พัฒนาระบบ) นอกจากนั้น งานวิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีแนวโน้มที่แตกต่างกัน เช่น Pittsburgh จะเน้น computer science ส่วน Rutger จะเน้นมาทาง communication
  • สุดท้าย รศ.ดร. สมพร ได้ให้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า ปัญหาของการศึกษาประเทศไทย คือการแบ่ง track ของการเรียนเร็วเกินไป ทำให้ขาดความรู้บางอย่าง เช่น วิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจ epistemology ซึ่งเป็นการถกเถียงกันเรื่องความรู้ อย่างไรก็ตาม สมัยนี้สามารถเรียนเองได้ถ้ารู้จุดอ่อนของตัวเอง เช่น ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เรียนฟรีได้จากเว็บไซต์ khan academy ปริญญาโท จุดยืนคือมุ่งจะเข้าใจ ปริญญาเอก จุดยืนคือ สร้างองค์ความรู้ ความเชื่อทางวิชาการมาจากการศึกษาวิจัย ไม่ได้เกิดจากการซักถามผู้อื่นแต่เพียงอย่างเดียว

ขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ ได้ความรู้และแนวคิดมากมายจากการสัมมนาครั้งนี้

Advertisements

ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ (3)

เขียนต่อจาก [ ตอนที่ 1 ] [ ตอนที่ 2 ]
สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ ที่ หลักสูตร Information Science ของ มสธ. จัดขึ้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554

รศ.ดร. สมพร พุทธาพิทักษ์ผล ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับ Research Areas สาขาสารสนเทศศาสตร์ ไว้ด้งนี้

  • Information representation (and organization) แนวคิดวิจัยแบบเดิมคือ เอาหัวเรื่อง หมวดหมู่มาวิเคราะห์ ปัจจุบันน่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เราไม่สามารถจัดหมวดหมู่แบบ top down ได้ ต้องมองในสภาพแวดล้อมใหม่ ตอนนี้งานวิจัยหันไปทาง metadata แต่มักให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานมากเกินไป โดยเฉพาะที่อเมริกา ท้ายสุดจะกลายเป็นกลุ่มใครกลุ่มมัน
  • Bibliometrics / Infometrics / webometrics ศึกษาโครงสร้างความสัมพันธ์ของสารสนเทศ วรรณกรรมที่เป็น artifact จับต้องได้ (ไม่ใช่เฉพาะหนังสือเท่านั้น) เป็นงานวิจัยที่ศึกษาการสื่อสารในวงวิชาการ (scientific communication) Bibliometrics เป็นการศึกษา citation analysis เชิงปริมาณเท่านั้น ไม่มีมิติอื่น (แต่ถ้าเพิ่มมิติอื่นเข้าไปด้วย จะทำให้งานวิจัยตอบโจทย์ได้ดีขึ้น) เป็นสารสนเทศในการตัดสินใจ ที่มองสารสนเทศเป็นสัญญาน (signals) รับ-ส่ง ตามทฤษฎี information theory ของ Shannon แต่หากจะมองให้กว้างขึ้น ต้องมีส่วนของความคิด ความเข้าใจ (cognitive process) จะต้องคำนึงถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ การใช้ ภาระงาน (tasks) เช่น งานวิจัยของ Wilson และ Karen (Pettigrew) Fisher
    Bibliometrics เป็นความพยายามนำการวัดเชิงปริมาณมาใช้ ตามกฎของ Bardford’s law, Lotka’s law ซึ่งมองการกระจายตัวของผู้เขียน ข้อสังเกตคือ คนที่ผลักดันงานวิจัย มักเป็นพวกที่อยู่แนวหน้า (research front) คือคนที่มีงานวิจัยเยอะมาก ซึ่งจะมีจำนวนแค่ 5-20% ของคนทั้งหมดเท่านั้น และการใช้สถิติ t-test, f-test วัดออกมาเป็น Gaussian (normal) distribution ไม่ใช่การวัดสารสนเทศ
  • Information behavior เพื่อพัฒนาปรับปรุงปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ human-computer interaction (HCI) / model ของ information seeking เปลี่ยนจากการศึกษาเอกสารและห้องสมุด มาเป็นศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ (user behavior) เป็นการศึกษาผู้ใช้ (user studies) และกลายมาเป็น information behavior model
  • Digital Libraries เรื่องนี้เป็น area ที่ใหญ่ กำลังเติบโต และได้รับทุนสนับสนุนมากทั้งในยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะจาก NSF แต่ข้อสังเกตคือ “Digital” big แต่ “Library” small มีประเด็นที่น่าสนใจคือโครงการ Memory of the World ของ UNESCO เพื่อสร้างสารสนเทศจากความทรงจำของคนในอดีต อย่างไรก็ตาม การสร้าง Digital Library มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเทศผรั่งเศส จะคัดค้านแนวความคิด Googlization of the World เพราะเห็นว่าองค์ความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ค้นหาจาก Google เท่านั้น และการค้นแต่ Google จะเป็นพฤติกรรมที่มีผลกระทบตามมา

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (Juncture) ของ Information science
ในโลกของ information science แม้ว่าเราจะเป็นศาสตร์ เป็นสหวิทยาการ แต่อีกมุมมองหนึ่ง มีนักวิชาการหลายกลุ่มที่กำลัง move เข้ามาในนี้ เช่น แพทย์ พยาบาล นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ปัจจุบัน computer science เกิดจุดสะดุด เพราะงานวิจัยด้าน hardware, software มักไปอยู่กับบริษัทใหญ่ๆ เป็นตัวผลักดันความก้าวหน้า ไม่ใช่มาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ดังนั้น CS จึงหันมาสนใจสารสนเทศศาสตร์ในลักษณะ iSchool มีการหันมาสนใจ social informatics ด้วย ดังนั้นการวิจัยจึงเป็นกระบวนการที่ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าต้องการแข่งขันเพื่อหาจุดยืนใหม่ของ field (big competition / fight for stakes) โลกของการวิจัยเป็นโลกของความซับซ้อน ต้องเอาความเชื่อของศาสตร์เข้ามาด้วย เป็น interdisciplinary

อาจารย์สมพร ได้ให้ข้อคิดว่า การบริโภคงานวิจัย ต้องเลือกบริโภคเฉพาะงานวิจัยที่ดี ผลงานวิจัยจะมาพร้อมความเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้นมุมมองจากงานวิจัย ไม่ใช่มุมมองที่คนทั้งโลกเห็นด้วย และไม่ใช่ว่าเป็นงานวิจัย จะต้องเชื่อได้หมด ต้องมีวิจารณญานเอง เราไม่สามารถกำจัด bias ออกจากการวิจัย (control) ได้เหมือนวิทยาศาสตร์ แต่เราต้องควบคุม bias โดยเพิ่ม reliability ปัญหาการทำวิจัยของเราคือขาดพื้นฐานทางทฤษฎี อ่านน้อย ไม่คิดเชิงวิพากย์ อ่านแล้วลอก ไม่มีพื้นเลย

อาจารย์ได้ยกตัวอย่างดุษฎีนิพนธ์ที่น่าสนใจ ในการสร้างกรอบแนวคิดทฤษฎีใหม่ ของ Chiraf Shah (2010) เรื่อง A Framework for Supporting User-Centric Collaborative Information Seeking (CIS) ภายใต้การดูแลของ Prof. Gary Marchionini และเห็นว่างานวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอก ต้องไม่ใช่แค่พัฒนาระบบ Systems Development Life Cycle (SDLC) แบบนักศึกษาปริญญาโทเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจกรอบแนวคิดและทำให้เกิดเป็นรูปธรรม แปลงเป็น function ได้

ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ (2)

[ เขียนต่อจากตอนที่ 1 ]
สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ประเด็นและทิศทางการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ ที่ หลักสูตร Information Science ของ มสธ. จัดขึ้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554

ผศ.ดร.พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธ์ ได้พูดถึงประเด็นปัญหาการวิจัยในสาขาสารสนเทศศาสตร์ พร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยและดุษฎีนิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งประเด็นเป็น

  • พฤติกรรมสารสนเทศ (information behavior) ซึ่ง Bates ได้ให้ความจำกัดความเอาไว้ชัดเจนมากว่าคือ many ways in which human beings interact with information, in particular, the ways in which people seek and utilize information ซึ่งมีทั้ง ความต้องการสารสนเทศ (need) การแสวงหาสารสนเทศ (seeking) ผู้ใช้ และการใช้สารสนเทศ (use) แหล่งสารสนเทศ และอุปสรรค เป็นงานวิจัยพวก task analysis ของคนในสาขาวิชาชีพต่างๆ และผูกกับสถานการณ์ ตัวอย่างที่น่าสนใจมาก คือดุษฎีนิพนธ์ของ ดร. ทรงพันธุ์ เจิมประยงค์ เรื่อง the transition of worldviews: collective information behavior during the 2006 Thai coup d’etat.
  • การศึกษา (LIS Education) เป็นประเด็นวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร บัณฑิต การประกันคุณภาพ การศึกษาต่อเนื่อง ตัวอย่างงานวิจัย เช่น What makes a quality Ph.D. program in library and information sciences?
  • Bibliometrics / Infometrics / Scientometrics เป็นแนววิจัยที่มีพื้นฐานจาก citation analysis เพื่อดูแนวโน้มงานวิจัย เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ วัด scientific production, scientific output ตัวอย่างงานวิจัย เช่น Research collaboration between countries, universities and individuals
  • Information Management ใช้ในภาคธุรกิจ ได้แก่ aiding business strategy, corporate information resources, information resource management, online information systems, organizational aspects เน้นศึกษาภายในองค์กร
  • Information Literacy skill รวมทั้งเรื่อง ความสามารถในการใช้เครื่องมือ (tool literacy), computer competency, digital divide งานวิจัยเรื่องนี้ในประเทศไทยไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มองแต่เรื่องมาตรฐาน ยึดตามมาตรฐานของต่างชาติ ไม่มีการพัฒนา model ในบริบทของเราเอง จับประเด็นวิจัยยาก

ส่วนประเด็นอื่นๆก็มี เช่น บริการสารสนเทศในองค์กรต่างๆ ทรัพยากรสารสนเทศ การจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ การจัดการองค์การสารสนเทศ ซึ่งปัจจุบัน มุ่งไปศึกษาสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และใช้ ICT เป็นเครื่องมือเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการศึกษา human-computer interaction (HCI) ให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (user-centric) รวมทั้ง การจัดการความรู้ (KM) องค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) ห้องสมุดดิจิทัล (DL) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่คาบเกี่ยวกันหลายศาสตร์ โครงการวิจัยด้าน digital library มักจะได้ทุนวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะจาก NSF มีความร่วมมือระหว่าง LIS กับ computer science มานาน แต่ประเทศไทยเรา ต่างคนต่างทำ ประเด็นวิจัยยังค่อนข้างเล็ก ไม่สามารถลงลึกได้

เรียนปริญญาเอกทางไกลกับ มสธ.

วันที่ 16 ธ.ค.53 นี้จะเริ่มเรียนเทอมที่ 2 แล้ว สำหรับหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาศิลปศาสตร์ แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์ รุ่น 1 ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช .. ลงทะเบียนไปอีก 2 ชุดวิชา คือ ชุดวิชาสัมมนาประเด็นการวิจัยทางสารสนเทศศาสตร์ และชุดวิชาดุษฎีนิพนธ์ จ่ายค่าเทอมไป 65,000 บาท (ซึ่งใครๆก็ว่าราคาถูกที่สุดแล้ว) เดือนนี้เห็นทีคงต้องตกลงปลงใจกับหัวข้อวิทยานิพนธ์เสียที เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะสิบรอบแล้วมั๊ง

วันนี้เปิดตู้จดหมาย พบใบแจ้งผลการสอบภาคเรียนที่ 1 ที่เรียนไปแล้ว 2 ชุดวิชา คือ ชุดวิชามิติสารสนเทศศาสตร์ และ ชุดวิชาการวิจัยและระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูงทางสารสนเทศศาสตร์ ท่านอาจารย์กรุณามาก ให้ A มา 2 ตัว ดีใจมาก เพราะเป็นกำลังใจให้ต่อสู้ชีวิตต่อไป .. ไม่รีบเรียนเท่าไหร่ แต่ขอให้จบก่อนเกษียณล่ะกัน

ใครสนใจจะมาเรียนเป็นเพื่อนกัน ก็เชิญเลยนะคะ เหมาะสำหรับคนทำงาน แต่ต้องการ Life-Long learning http://www.stou.ac.th/thai/courses/Master_54/art_54.asp