มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 ได้มีโอกาสฟังบรรยาย 2 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ประเทศมาเลเซีย
เรื่องที่ 1 คือ Implementation of Malaysian Research University Programme – The Experience of University of Malaya โดยอธิการบดีและรองอธิการบดี Prof. Modh Jamil Maah และ Prof. Muhamad Rasat Muhamad

เรื่องที่ 2 คือ Malaysian National Higher Education Strategic Plan โดย Prof. Dato Ir’ Dr. Radin Umar Radin Sohadi ซึ่งเป็น Director General ของ Ministry of Higher Education … เล่าว่า Ranking System แม้จะมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่ก็มีประโยชน์ในเรื่องการสร้าง Brand การ Promote มหาวิทยาลัย และสร้างการยอมรับในชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยได้ มาเลเซียได้เริ่มแผน National Higher Eduation Strategic Plan (NHESP) ตั้งแต่ปี 2007 ประกอบด้วย 7 Strategic Trusts และ 21 Critical Agenda Programmes (CAPs) โดยเป็นแผนที่จะต้องทำให้สำเร็จในปี 2010 ให้ได้อย่างน้อย 50%
Strategic Trusts ทั้ง 7 ได้แก่

  1. Widening access and increase inquity
  2. Improving the quality of teaching
  3. Enhancing research and innovation
  4. Strengthening of higher education institutions (HEIs)
  5. Intensifying internationalisation
  6. Enculturation of lifelong learning
  7. Reinforcing delivery systems of MoHE

ส่วน Critical Agenda Programmes (CAPs) ทั้ง 21 initiatives ได้แก่

  • Internationalisation, R&D, Industry & Academic Relationship, PTPTN (Edu Funding)
  • Student development, Human Capital Development Fund, Student Employability
  • Academia, Teaching & Learning
  • APEX Univ, Autonomy Governance, Polytechs & Comm. Clgs., Private HEIs, MoE Transformation, Audit
  • e-Learning, Centres of Excellence, MY BRAIN 15, Leadership, Lifelong Learning, TopBusiness Schools

ไม่ให้ความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน เพราะปลายทางเหมือนกัน

ถ่ายวีดิโอเอาไว้ ด้วยกล้องมือถือ Flip คุณภาพแย่ตามเคย แต่เนื้อหาดีมีประโยชน์มาก ความยาวเรื่องละเกือบ 30 นาที ดูแล้วจะเห็นว่าประเทศมาเลเซียไปไกลกว่าเราหลายก้าว … อยากให้ผู้บริหาร สกอ. และผู้บริหารมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติทั้ง 9 แห่งของประเทศไทย ได้ฟังบ้างจังเลย

Advertisements

มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

5 ส.ค. 52

ช่วงนี้ เรื่องที่ hot มากของวงการมหาวิทยาลัยบ้านเรา ก็คือเรื่องการแจกเงิน … เอ้ย ! ไม่ใช่ เรื่องการจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนนโยบายด้านอุดมศึกษาของรัฐบาล ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 หรือโครงการ SP2 (เข้าใจว่า SP ย่อมาจาก Stimulation Package) ซึ่ง สกอ. กำลังเตรียมการณ์ใหญ่ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. นี้ และจะมีระยะเวลาทำงาน 3 ปี คือ 2553-2555

นั่นคือ “โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา และการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ” งบประมาณ 12,202 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (National Research Universities) วงเงิน 9,000 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาทั้งระบบ วงเงิน 3,000 ล้านบาท … อะแฮ่ม ได้ข่าวว่า ณ ตอนนี้มีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 9 แห่ง

Download เอกสารประกอบการบรรยายโครงการฯ … ที่นี่ค่ะ

แนวความคิดนี้ มาจากการพยายามพาไทย มุ่งไปสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก (World-class University) ให้จงได้ … ว่าแต่ว่า World-class University มันคืออะไรกันแน่

Shoochow

ควรอ่านเล่มนี้ค่ะ
Jamil Salmi. The Challenge of Establishing World-Class Universities. The World Bank: Washington DC; 2009.

หน้าปกสวยมาก เป็นรูปตึกหอสมุดมหาวิทยาลัย Soochow ที่ประเทศจีน … เห็นมั๊ย ว่าถ้าจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับ World Class ได้ จะต้องมีเงิน support ห้องสมุด ขนาดนี้เท่านั้น ฮิ ฮิ

เห็นประเทศอื่น เขามีมหาวิทยาลัยวิจัย เป็นกลุ่มๆ กัน เพื่อจะได้มีพลังในการขับเคลื่อน ต่อรอง หรือทำอะไรก็แล้วแต่ … เป็นสหพันธ์-สันนิบาต-สมาคม-พันธมิตร เป็นแก๊งเป็นก๊วน ตั้งยังกะชื่อทีมกีฬาสี เช่น SKY ของเกาหลี (Seoul, Korea, Yonsei), Imperial Univerities มหาวิทยาลัยที่สร้างโดยจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น 9 แห่ง, Group of Eight ของออสเตรเลีย, LERU และ IDEA League ของยุโรป, Russell Group (Rg) ของสหราชอาณาจักร, และ G13 (Group of Thirteen) ของแคนาดา … ของไทย ตั้งชื่อว่าอะไรดี ??? GANG of 9 ดีมั๊ย

ส่วนอีกบทความหนึ่งที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และน่าจะต้องอ่านควบคู่ไปด้วย คือ บทความของ Eric Beerkens แห่งมหาวิทยาลัย University of Sydney ที่บรรยายไว้ในการประชุม CHER Conference 2007 [ download ที่นี่ค่ะ ]