ตัวชี้วัด (KPI) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เวลาทำแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน จำเป็นจะต้องตั้งตัวชี้วัดต่างๆเอาไว้คอยวัดผลการดำเนินงาน — และเนื่องจากจำเป็นต้องช่วยคณะทำแผนกลยุทธ์ทางด้าน ICT ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ในเรื่อง ICT Excellence แม้จะไม่ค่อยแน่ใจว่าจะวัดความสำเร็จได้อย่างไร แต่ในที่สุด เมื่อได้อ่าน “แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556” เป็นแนวทาง จึงเขียน KPIs ออกมาได้บ้าง แม้จะไม่ถูกต้องตรงตามตำรานัก แต่ก็คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการเป็นสำคัญ .. อาจจะต้องปรับปรุงแก้ไขอีก แต่ขอเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นการเบื้องต้น ดังนี้ค่ะ

ตัวชี้วัดผลสำเร็จ Corporate KPIs หลักๆ มีแค่ 3 ข้อ เป็นการวัด
1. ระดับความพร้อมใช้ (service availability) ของระบบ ICT ที่ยอมรับได้
2. ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานที่มีต่อระบบและบริการ ICT โดยรวม
3. ระดับของความรอบรู้สารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน

กลยุทธ์หลัก มี 4 ข้อ คือ
1. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทุกพันธกิจ
2. กำกับดูแล ตรวจสอบ รักษาความมั่นคงและปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. พัฒนาระบบการเรียนรู้ด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media, ICT Literacy)เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
4. ส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน

ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (PIs)

  • ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ข้อที่ 1 : พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    Financial perspective
    1.1 จำนวนงบประมาณที่ลงทุนด้านระบบ โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรสารสนเทศ
    1.2 สัดส่วนจำนวนผู้ปฎิบัติงานด้าน ICT ต่อจำนวนผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด
    1.3 สัดส่วนจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อจำนวนผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด
    Customer perspective
    1.4 ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อระบบและการบริการด้าน ICT ของคณะ
    1.5 ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงาน ที่มีต่อระบบและการบริการด้าน ICT ของคณะ
    1.6 อัตราเร็วในการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ใช้บริการ (Help Desk Response)
    Internal process perspective
    1.7 จำนวนระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาและให้บริการ
    1.8 จำนวนโครงการ/กิจกรรมที่นำ ICT มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน
    1.9 จำนวนทรัพยากรสารสนเทศสำเร็จรูปที่จัดหาและให้บริการ
    1.10 จำนวนเว็บเพจและแฟ้มข้อมูล (rich files) บนเว็บไซต์ทั้ง domain ของคณะ
    1.11 อัตราการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้ง domain ของคณะ
    1.12 จำนวนการเกิดชุมชนออนไลน์ (on-line community) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน
    Learning & growth perspective
    1.13 จำนวนผู้ปฎิบัติงานทางด้าน ICT ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง หรือผ่านการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ
  • ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ข้อที่ 2 : กำกับดูแล ตรวจสอบ รักษาความมั่นคงและปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    Internal process perspective
    2.1 จำนวนครั้งของการเกิด downtime ของระบบ ICT และระยะเวลาในการกู้คืน
    2.2 จำนวนครั้งของการถูกบุกรุก และระดับความปลอดภัยที่ยอมรับได้
  • ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ข้อที่ 3 : พัฒนาระบบการเรียนรู้ด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
    Learning & growth perspective
    3.1 จำนวนโครงการ/กิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อพัฒนาความรอบรู้ ICT ของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน
    3.2 จำนวนผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะทางด้าน ICT
    3.3 อัตราการเข้าถึงและการนำ ICT มาใช้ประโยชน์ในการทำงานและการเรียนรู้ของผู้ปฏิบัติงาน
  • ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ข้อที่ 4 : ส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน
    Learning & growth perspective
    4.1 จำนวนโครงการ/กิจกรรม ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมและคุณธรรมในการใช้ ICT ให้แก่ผู้เรียนและปฎิบัติงาน
    4.2 จำนวนผู้เรียนและผู้ปฎิบัติงานที่ผ่านการอบรมเรื่องจริยธรรมและคุณธรรมในการใช้ ICT
Advertisements

งานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ตามมาตรฐานของหลักสูตรที่กำหนดโดยสมาคม Association for Computer Machinery (ACM) หมายถึง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการสารสนเทศ ตั้งแต่คัดเลือก รวบรวม จัดเก็บ สร้าง ประมวลผล ประยุกต์ใช้ และบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบสารสนเทศมีความเหมาะสม และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ภายในองค์การและสังคม โดยมีโครงสร้างขององค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้อง 5 ประการ คือ 1. การเขียนโปรแกรม (programming) 2. ระบบเครือข่าย (networking) 3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (human-computer interaction) 4. ฐานข้อมูล (databases) และ 5. ระบบเว็บ (web system) ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 5 ประการ จะมุ่งไปสู่เป้าหมายสูงสุดร่วมกัน 2 ประการ คือ ความเชื่อถือได้และความปลอดภัยของสารสนเทศ (information assurance & security) และความเป็นวิชาชีพ (professionalism)

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบไปด้วยองค์ความรู้ หรือ IT body of knowledge 13 ด้าน ได้แก่

  1. พื้นฐานเทคโลยีสารสนเทศ (Information Technology Fundamentals)
  2. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (Human Computer Interaction)
  3. ความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อถือได้ของสารสนเทศ (Information Assurance and Security)
  4. การจัดการสารสนเทศ (Information Management)
  5. การบูรณาการการเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยี (Integrative Programming and Technologies)
  6. คณิตศาสตร์และสถิติสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Math and Statistics for IT)
  7. ระบบเครือข่าย (Networking)
  8. พื้นฐานการเขียนโปรแกรม (Programming Fundamentals)
  9. แพลตฟอร์มเทคโนโลยี (Platform Technologies)
  10. การบำรุงรักษาและการบริหารระบบ (Systems Administration and Maintenance)
  11. สถาปัตยกรรมและการบูรณาการระบบ (System Integration & Architecture)
  12. ประเด็นทางสังคมและวิชาชีพ (Social and Professional Issues)
  13. ระบบเว็บและเทคโนโลยี (Web Systems and Technologies)

อ้างอิง : Lunt, Barry M. et al. (2008). Information Technology 2008. Curriculum Guidelines for Undergraduate Degree Programs in Information Technology. Association for Computing Machinery (ACM) IEEE Computer Society.

ขอบข่ายของงานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำแนกเป็น 2 ประเภทคือ

  1. ประเด็นการวิจัยที่มุ่งเน้นอรรถประโยชน์ เพื่อพัฒนาองค์กรด้านต่างๆ เช่น การบัญชี การเงิน การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การตลาด ระบบสารสนเทศองค์กร การจัดการผลิตและการดำเนินงาน เช่นระบบ ERP เป็นต้น
  2. ประเด็นการวิจัยที่มุ่งเน้นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น web technology, ubiquitous technology, clod computing, tag, semantic web เป็นต้น

ปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในศตวรรษที่ 21 ได้เกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว ดังนั้น เมื่อปี 2553 สภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา (President’s Council of Advisors on Science and Technology) ได้เสนอแนวทางในการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นโครงการระดับชาติ เรียกว่า Networking and Information Technology Research and Development (NIT-RD) Program โดยจะให้การสนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลกระทบต่อชาวโลกในวงกว้าง ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในวงการแพทย์และสาธารณสุข ซอฟแวร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ การบริหารจัดการสารสนเทศและปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ การพัฒนาแรงงานเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและปกป้องความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต