Scopus Journal Classification

การแบ่งหมวดหมู่สาขาวิชาของวารสารในฐานข้อมูล Scopus ของบริษัท Elsevier ตอนนี้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว ใช้ในการประมินผลงานวิจัย จัดสรรเงินทุนสนับสนุนการวิจัย และให้รางวัลการตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฯลฯ ดังนั้น รู้ไว้ไม่เสียหลาย .. Scopus แบ่งวารสารออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ Life Sciences, Physical Sciences, Health Sciences, Social Sciences & Humanities และแบ่งสาขาวิชาออกเป็น 27 สาขาหลัก และ 335 สาขารอง ดังนี้

  • 1000 General
  • 1100 Agricultural and Biological Sciences (all)
  • 1200 Arts and Humanities (all)
  • 1300 Biochemistry, Genetics and Molecular Biology (all)
  • 1400 Business, Management and Accounting (all)
  • 1500 Chemical Engineering (all)
  • 1600 Chemistry (all)
  • 1700 Computer Science (all)
  • 1800 Decision Sciences (all)
  • 1900 Earth and Planetary Sciences (all)
  • 2000 Economics, Econometrics and Finance (all)
  • 2100 Energy (all)
  • 2200 Engineering (all)
  • 2300 Environmental Science (all)
  • 2400 Immunology and Microbiology (all)
  • 2500 Materials Science (all)
  • 2600 Mathematics (all)
  • 2700 Medicine (all)
  • 2800 Neuroscience (all)
  • 2900 Nursing (all)
  • 3000 Pharmacology, Toxicology and Pharmaceutics (all)
  • 3100 Physics and Astronomy (all)
  • 3200 Psychology (all)
  • 3300 Social Sciences (all)
  • 3400 veterinary (all)
  • 3500 Dentistry (all)
  • 3600 Health Professions (all)

รายละเอียดของสาขาย่อย 335 สาขา ดูเพิ่มเติมที่ : http://www.info.sciverse.com/scopus/scopus-in-detail/content-coverage-guide/journalclassification

Advertisements

SNIP และ SJR ดัชนีวัดคุณภาพวารสารแบบใหม่ ของ Scopus

SNIP และ SJR เป็นดัชนีที่ Scopus นำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกในการวัดคุณภาพวารสาร นอกเหนือจากการใช้ค่า Impact Factor (IF) ของบริษัท Thomson Reuters ซึ่งเรานิยมใช้กันมาอย่างต่อเนื่องนานเกือบ 50 ปีแล้ว โดยอ้างว่า เราไม่ควรจะยึดถือดัชนีใดดัชนีหนึ่งเพียงอย่างเดียว การคำนวณค่า Impact Factor ทำได้เพียงง่ายๆ คือ จำนวนการอ้างอิงที่ได้รับในปีปัจจุบัน หารด้วยจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารภายในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เท่านั้น ดังนั้นจึงมีทั้งข้อดีข้อเสีย และเห็นว่าควรจะใช้ดัชนีตัวอื่นๆ ประกอบกันไปด้วย

  • IF (Impact Factor) เป็นดัชนีที่เก่าแก่ที่สุด พัฒนาโดย Eugene Garfield เมื่อปี 1972 ใช้ข้อมูลการอ้างอิงบทความจากฐานข้อมูล Citation Indexes ของ Institute for Scientific Information หรือ ISI (ซึ่งปัจจุบันถูกซื้อกิจการไปแล้ว โดยบริษัท Thomson Reuters) โดยจัดทำฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบค่า IF ของวารสาร ที่มีชื่อว่า Journal Citation Reports (JCR) มาตั้งแต่ปี 1975 และมีการแยกวารสารตามกลุ่มสาขาวิชา (subject categories) จำนวน 172 สาขา
  • AI (Article Influence) และค่า EF (Eigenfactor) พัฒนาโดย Assoc. Prof. Carl Bergstrom แห่งมหาวิทยาลัย University of Washington เมื่อปี 2007 โดยใช้ข้อมูลการอ้างอิงจากฐานข้อมูล Journal Citation Reports (JCR) ของบริษัท Thomson Reuters ค้นได้จากเว็บไซต์ http://www.eigenfactor.org ค่า AI หมายถึง การวัดคุณภาพของวารสาร โดยวัดจำนวนการอ้างอิงต่อหนึ่งบทความ เปรียบเทียบกับค่า Impact Factor ส่วนค่า EF หมายถึง จำนวนการอ้างอิงที่ได้จากบทความทั้งหมด ของวารสารที่ตีพิมพ์ในปีนั้นๆ
  • SJR (SCImago Journal Rank) เป็นดัชนีที่พัฒนาเมื่อปี 2009 โดย Professor Félix de Moya ร่วมกับ SCImago Research Group (กลุ่มนักวิจัยจาก CSIC มหาวิทยาลัย Granada, Extremadura, Carlos III และ Alcalá de Henares ประเทศสเปน) ใช้ข้อมูลการอ้างอิง มาจากฐานข้อมูล Scopus มีหลักการเช่นเดียวกันกับ Google’s PageRank กล่าวคือ สาขาวิชาของวารสาร คุณภาพและชื่อเสียงของวารสาร มีผลโดยตรงต่อค่าของ citation (SJR = A prestige metric based on the idea that “all citations are not created equal”.)

    ค่า SJR ดูได้จากเว็บไซต์ SCImago Journal & Country Rank หรือค้นจาก Journal Analyzer ของฐานข้อมูล Scopus

  • SNIP (Source-Normalized Impact per Paper) เป็นดัชนีใหม่ล่าสุด พัฒนาโดย Professor Henk F. Moed แห่ง Centre for Science and Technology Studies (CWTS) มหาวิทยาลัย Leiden ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2010 [ .. อ่านบทความตีพิมพ์ที่นี่ .. ] ค่า SNIP ใช้ข้อมูลการอ้างอิงมาจากฐานข้อมูล Scopus เป็นการแก้ปัญหาของค่า IF ที่ความแตกต่างระหว่างสาขาวิชา ทำให้มีอัตราการเติบโตของการอ้างอิงไม่เท่ากัน SNIP จะเป็นการวัดค่าเฉลี่ยของจำนวนการอ้างอิงที่ได้รับต่อหนึ่งบทความ แต่จะคำนึงถึง citation potential ของแต่ละสาขาวิชาด้วย ซึ่งค่า citation potential ไม่ได้มีความแตกต่างระหว่างวารสารที่อยู่คนละกลุ่มสาขาวิชาเท่านั้น แต่ยังแตกต่างระหว่างวารสารในกลุ่มสาขาวิชาเดียวกัน แต่เป็นวารสารคนละประเภท เช่น basic journals จะมีค่า citation potentials ที่สูงกว่าวารสารประเภท applied journals และ clinical journals หรือวารสารที่มี emerging topics จะมีค่า citation potentials ที่สูงกว่าวารสารทั่วไป เป็นต้น ซึงเรียกได้ว่าเป็นการวัด citation impact ของวารสารในลักษณะ in context หรือ “contextual citation impact” ของวารสาร

    วิธีการคำนวณ ค่า SNIP = ค่า Raw impact per paper (RIP) หารด้วยค่า Relative database citation potential (RDCP) ของสาขาวิชา (ที่วารสารนั้นสังกัด)

    SNIP measures “contextual citation impact” by weighting citations based on the total number of citations in a subject field. The impact of a single citation is given higher value in subject areas where citations are less likely, and vice versa.

    ค่า SNIP ดูได้จากเว็บไซต์ CWTS Journal Indicators หรือค้นจาก Journal Analyzer ของฐานข้อมูล Scopus

  • h-index พัฒนาโดย Professor Jorge Hirsch เมื่อปี 2005 ใช้ข้อมูลการอ้างอิงจากฐานข้อมูล Scopus ของบริษัท Elsevier นิยมใช้ในการวัดคุณภาพของ Individual researchers โดยมีความหมายว่า หากนักวิจัยมีค่า index = h หมายถึงเขามีผลงานวิจัยอยู่จำนวน h บทความ ซึ่งเป็นบทความที่ได้รับการอ้างอิงจำนวน h ครั้งหรือมากกว่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SJR & SNIP – Journal Metrics ดูได้ที่ : http://info.scopus.com/journalmetrics

การประเมินคุณภาพวารสารด้วย SJR และ SNIP

ฐานข้อมูล Scopus ของบริษัท Elsevier มีดัชนีชี้วัดตัวใหม่สำหรับประเมินคุณภาพวารสาร (Journal metrics) ที่เรียกว่า SJR และ SNIP ซึ่งใช้บริการได้จากเว็บไซต์ http://www.scopus.com และเว็บไซต์ http://www.journalmetrics.com โดยเห็นว่าการประเมินคุณภาพวารสาร ไม่ควรใช้ตัวชี้วัดแบบเดียว เพราะจะไม่ครอบคลุม … พูดอ้อมๆ คงหมายความว่า ไม่ควรใช้เฉพาะค่า Impact Factor (ซึ่งเป็นดัชนีที่มีอิทธิพลต่อวงการวารสารมายาวนานเกือบ 50 ปี) ของบริษัทคู่แข่ง Thomson Reuters นั่นแหละ แถมยังทำวิดีโอเผยแพร่ใน YouTube เรื่อง Impact Factor – Only one dimension และเรื่อง Calculation of SNIP & SJR journal metrics powered by Scopus อีกด้วย

ฐานข้อมูล Scopus ได้ประกาศดัชนีทั้งสองตัวนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2553 … สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ว่า SJR และ SNIP คืออะไร อาจ download สไลด์ powerpoint นี่มาอ่านได้ค่ะ :-Scopus Journal Metrics SNIP & SJR

SJR ย่อมาจาก SCImago Journal Rank เป็นดัชนีที่พัฒนาโดย Professor Felix de Moya จาก SCImago Research Group มีพื้นฐานจากแนวความคิดที่ว่า “all citations are not created equal” ที่จริงเราเคยทดลองใช้มานานหลายปีแล้ว จากเว็บไซต์ของ SCImago โดยตรงคือ http://www.scimagojr.com แต่ปีนี้ เปิดตัวโดย Scopus … ท่าทางจะเอาจริง

SNIP ย่อมาจาก Source-normalized Impact per Page เป็นดัชนีที่พัฒนาโดย Professor Henk Moed จาก Centre for Science and Technology Studies (CWTS) มหาวิทยาลัย University of Leiden

Scopus Development Partner Program

18 ส.ค. 62

บริษัท Elsevier ผู้ผลิตฐานข้อมูล ScienceDirect และ Scopus เป็นบริษัทหนึ่งที่มีกลยุทธ์การตลาดที่เก่งมาก … เขามีโครงการลูกค้าสัมพันธ์ สำหรับรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า ที่เรียกว่า “Development Partner Program” … สมาชิกกลุ่มเป็นบรรณารักษ์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ จากทั่วโลก จำนวนประมาณ 30 แห่ง

มีรายชื่ออยู่ที่นี่ค่ะ http://info.scopus.com/detail/involved/development

ตัวเองเป็น Development Partner ของโครงการนี้ด้วย… เมื่อวานนี้เขามาถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ประสบการณ์ในการใช้ Scopus และ Tips ที่อยากจะแนะนำให้คนอื่นใช้บ้าง ก็เลยนำเสนอไป 4 Tips คือ Scopus HTML Feed, RSS Feed, Affiliation Search และ Journal Analyzer โดยยกตัวอย่างการสืบค้นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ให้พูด 2 รอบ เป็นภาษาอังกฤษ กับภาษาประจำชาติ … เห็นว่าจะเอาไปทำ 2-minute video ในรายการ ScopusTV บน YouTube

… ทำตัวเหมือน presenter ฐานข้อมูล Scopus ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็ถือว่าประชาสัมพันธ์ประเทศและมหาวิทยาลัยไปก็แล้วกัน

ที่น่าตื่นเต้นกว่าการสัมภาษณ์ คือ กล้องถ่ายวิดิโอของเขา เป็น Flip Video Camcorder ตัวเล็กเท่าโทรศัพท์มือถือ มีขาตั้งเล็กๆ ไม่ให้ภาพสั่น ถ่ายเสร็จเอาเสียบเข้ากับ Notebook ดูได้เลย … ภาพชัดมาก ลืมกล้องถ่ายวิดิโอตัวใหญ่ๆ หรือกล้อง HandyCam ไปได้เลย .. เห็นว่าราคาที่อเมริกาประมาณ US$200 ที่สิงคโปร์ยังไม่มีขาย … คงต้องรอสักพักจึงจะมีโอกาสได้ซื้อมาเล่นบ้าง … โอ้ย อยากได้จัง

เทคนิค Visualization

เสาร์ที่ 15 ส.ค. 52

วันอังคารที่จะถึงนี้ ตัวแทนจากบริษัท Elsevier ประจำประเทศสิงคโปร์จะมาขอพบ และสัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ฐานข้อมูล Scopus กับงานด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล

นึกได้ว่า เมื่อเดือนที่แล้วก็มาคนหนึ่ง … มาสาธิต product ใหม่ของ Elsevier ที่มีชื่อว่า SciVal Spotlight ซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2552 นี้เอง เป็นระบบที่ใช้วัด ตรวจสอบ และติดตาม Research Performance ขององค์กร … โดยอาศัยข้อมูลผลงานวิจัยและการอ้างอิงผลงานวิจัยจากฐานข้อมูล Scopus เป็นพื้นฐาน … เหมาะสำหรับผู้บริหารที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจ ให้ทุนสนับสนุน-ส่งเสริมนักวิจัยในสาขาต่างๆ หรือเปรียบเทียบข้อมูลด้านการวิจัยกับองค์กรอื่นๆที่เป็นคู่แข่ง

ดูแล้วน่าตื่นเต้นดี เพราะใช้เทคนิคที่กำลังเป็นที่นิยมในแวดวงวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาธารณสุข และประชากรศึกษา นั่นคือ เทคนิค Visualization ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ แล้วแสดงผลออกมาเป็นภาพกราฟิกที่เคลื่อนไหวไปมาตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล (Motion Chart) แบบ 4 มิติ วิธีนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นภาพ จินตนาการ หรือนึกตาม และทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุด

บรรดาโปรแกรมทำ Visualization ที่ดังมากๆ ตอนนี้ เห็นจะเป็นโปรแกรม Trendanalyzer ของ Gapminder ซึ่งต่อมาเมื่อปี 2007 Google ได้ซื้อ Trendanalyzer (ทั้งโปรแกรม และตัวคนพัฒนาโปรแกรม) ไปทำ Google Visualization API ในรูปแบบ Flash-based Motion Chart และเป็น Gadget สำหรับแจกฟรีค่ะ

เทคนิค Visualization น่าตื่นเต้นอย่างไร ชมการบรรยาย (แบบพากษ์มวย) โดยศาสตราจารย์ Hans Rosling (เจ้าของ Gapminder World) เอาเองก็แล้วกัน

“200 YEARS THAT CHANGED THE WORLD”