สถานการณ์ปัจจุบันของ UniNet (พ.ศ. 2562)

สรุปประเด็นที่น่าสนใจ ที่ได้รับจากการฟังบรรยาย เรื่อง “UniNet พบมหาวิทยาลัย” โดย รศ.ดร. สมศักดิ์ มิตะถา ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” WUNCA ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

UNINET.JPG

เครือข่าย University Network (UniNet) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2539 เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี  และในปี 2562 นี้ ขยายขอบเขตและบูรณาการเป็นระบบเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ National Education Network (NedNet) มีสมาชิกเครือข่าย 10,762 แห่ง จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มหาวิทยาลัยในสังกัด สกอ. หน่วยงานวิจัยและสถานศึกษาอื่น ๆ เพื่อรองรับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยความเร็ว 100 Gbps และเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของ UniNet ให้เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้กำกับของ สกอ. ในรูปแบบ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ SDU (Service Delivery Unit) เพื่อรองรับการให้บริการของสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ

การให้บริการของ UniNet/NedNet ในลักษณะ Knowledge Network

  1. โครงการเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย และโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาฐานข้อมูล (ThaiLis) ประกอบด้วย
    • โครงการฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย Union Catalog of Thai Academci Libraries (UCTAL)
    • โครงการฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ Thai Digital Collection (TDC)
    • โครงการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูลจากต่างประเทศ (Reference Databases) จำนวน 11 ฐานข้อมูล อาทิ ACM Digital Library, IEEE/IET  Web of Science, ProQuest Dissertation & Theses Global, SpringerLink,  ScienceDirect, EBSCO เป็นต้น
    • โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (AutoLib) 3 ระบบ ได้แก่ Walai AutoLib ของ ม. วลัยลักษณ์, ALIST ของ ม.สงขลานครินทร์ , KMUTT-LM ของ มจธ.
    • โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ Integrated Thesis & Research Management System  (iThesis)
    • โครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา University Common-Access Dataset System (UniCAD) เพื่อเชื่อมโยงระบบคลังความรู้และการอ้างอิงทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ iThesis -> TDC -> Citation Database -> Analytic Tool
  2. โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย Thai Cyber University ได้แก่ หลักสูตรออนไลน์ E-learning และ Thai MOOC
  3. Video Conference Systems ในการประชุมทางไกล (Tele-meeting / Teleconference) การเรียนการสอน (Tele-education) และการเรียนการสอนทางการแพทย์ (Telemedicine)
  4. International Research Network ได้แก่ กิจกรรมที่ดำเนินงานโดยสมาคมเครือข่ายไทยเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN), โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science, Tele-medicine Thailand ดำเนินการโดย Telemedicine Network Society of Thailand (TENST), ความร่วมมือกับเครือข่ายงานวิจัยอื่นๆ, Asia@Connect, การใช้งาน IPv6, และการใช้งานระบบ eduroam
  5. การบริการบำรุงรักษาสายเคเบิล อุปกรณ์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การบำรุงรักษาเครือข่าย ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรและดูแลไม่ทั่วถึง บางครั้งวงจรเครือข่าย CAT มีปัญหา ทำให้การใช้งานอินทอร์เน็ตขัดข้องโดยเฉพาะตามโรงเรียนต่าง ๆ  ในสังกัด สพฐ. ทางโรงเรียนขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย อุปกรณ์ชำรุดหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง สายเคเบิลชำรุดจากสัตว์กัดแทะ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร แนวทางในการแก้ไขปัญหา คือ ซ่อมแซมอุปกรณ์และสายเคเบิลอย่างต่อเนื่อง จัดทำคู่มือการใช้อุปกรณ์ router ยี่ห้อต่าง ๆ จัดทำระบบ QR code ให้ข้อมูลแนะนำและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแก่ทางโรงเรียน ฝึกอบรมให้ความรู้ทางเทคนิค จัดทำ KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม Site Visit แนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน มีดังนี้

  1. ประยุกต์ใช้ระบบบัตรดิจิทัล E-Wallet ในโทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลแจ้งปัญหา เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ออกใบงาน และปฏิบัติงานลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา
  2. ปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศ (Network Operation Center: NOC) โดยนำมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 มาใช้ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของศูนย์ โดยจัดทำแผนดำเนินงานในระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2561-2564)
  3. ใช้ระบบบริการจัดการการให้บริการทางด้านไอที ITIL Framework ซึ่งเป็นวงจรที่ประกอบด้วย Service Strategy -> Service Design -> Service Transition -> Service Operation -> Continual Service Improvement ในการพัฒนา ระบบบริการ Call Center รับแจ้งปัญหาการใช้งานเครือข่ายให้แก่สมาชิก

Update ความรู้จากงานประชุม WUNCA ครั้งที่ 38

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ได้รับความรู้มาประยุกต์ใช้กับงานของหอสมุดและคลังความรู้ฯ หลายเรื่อง ทั้งความคืบหน้าการดำเนินงานของเครือข่าย UniNet ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการศึกษา ระบบเครือข่าย นวัตกรรมห้องสมุด ระบบดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ระบบประชุมทางไกล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในวงการแพทย์ และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร เป็นต้น

mahidol

ท่านที่สนใจ สามารถ download สไลด์ประกอบคำบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ของวิทยากร ได้จากเว็บไซต์  http://www.wunca.uni.net.th/wunca_regis/wunca38_docday1.php ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น

  1. UniNet พบมหาวิทยาลัย
  2. เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet)
  3. ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
  4. กฎหมายที่คน IT ควรเข้าใจและพึงระว้ง
  5. Library 2029 : อีก 10 ปีห้องสมุดจะเป็นเช่นไร ??
  6. การประเมินตนเองของคลังสารสนเทศดิจิทัลตามมาตรฐานสากล 
  7. ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในสถานศึกษา
  8. Google Assistant For Education
  9. ถอดบทเรียน ThaiMOOC
  10. Human Library Digital และ การยกระดับการให้บริการห้องสมุดด้วยมาตรฐานด้าน IT
  11. การขับเคลื่อนบริการสอนการรู้สารสนเทศยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  12. การพัฒนานวัตกรรมห้องสมุดเพื่อจัดบริการสนับสนุนการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 
  13. การจัดกิจกรรมห้องสมุดมนุษย์โดยใช้สื่อดิจิทัลที่หลากหลาย / Digital Medias /  Facebook Live, OBS Studio, LINE Group Live
  14. เทคโนโลยี Web of Things การเข้าถึงอุปกรณ์ เสมือนเว็บเพจ
  15. Use of Lecture Capture in Higher Education: Remote Classroom

นอกจากนั้น ยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสด Live Streaming ผ่าน YouTube ซึ่งดำเนินการโดย UniNet Network Operating Center (NOC) ได้ที่เว็บไซต์ https://www.youtube.com/channel/UCS30UR13DF8UYr6xjJnV2-A

 

เมืองอัจฉริยะ (Smart City)

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Workshop on UniNet Network and Computer Application: WUNCA) ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สกอ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต รายละเอียดของการประชุม ติดตามได้จากเว็บไซต์ https://wunca.uni.net.th/wunca38

pracha

เกร็ดความรู้และประเด็นที่น่าสนใจบางตอน ที่ได้จากการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เรื่องแรก เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับ การพัฒนาภูเก็ตสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดย คุณประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนบน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เข้าใจความหมายของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ ระยะ 15 ปี (พ.ศ.2558-2573) เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ “A smart city is an innovative city that uses information and communication or digital technologies and other means to improve quality of life, efficiency of urban operation and services, and competitiveness, while ensuring that it meets the needs of present and future generations with respect to economic, social and environmental aspects.”

smartcity

Smart City ประกอบด้วยองค์ประกอบหรือตัวชี้วัดที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) Smart Economy 2) Smart Environment 3) Smart Government 4) Smart Living 5) Smart Mobility 6) Smart People

ดังนั้น การทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะอย่างยั่งยืนได้ ภายในระยะ 4 ปี (2016-2019) จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Smart Tourism, Smart Environment, Smart Healthcare, Smart Education, Smart Governance, Smart Economy, และ Smart Safety จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Public Free WiFi, LoRaWAN, NB-IoT, Internet of Things (IoT) Environment Sensors, City Applications, ระบบ CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยทางทะเล (Marine Monitoring) ระบบจัดการเก็บขยะอัจฉริยะ ฯลฯ

ในเง่ของการศึกษา จะต้องสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ (Smart Education) และมีเป้าหมายที่จะเป็น Smart Learning Community ในปี 2020

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองอัจฉริยะ มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานพอสมควร ทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร หากท่านใดสนใจจะศึกษาในกรณีของต่างประเทศ อาจดูตัวอย่างได้จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในโครงการ Amsterdam Smart City ซึ่งชนะเลิศอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Bee Smart City  ซึ่งเป็นฐานข้อมูลรวมรายชื่อเมืองอัจฉริยะจากทั่วโลก หรือถ้าต้องการดูใกล้บ้าน ก็น่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์  ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Smart City of 2018 ในงานประชุม Smart City Expo World Congress ตามโครงการ Smart Nation https://www.smartnation.sg/

บันทึกการเดินทาง ไปดูงาน IT, Library, KM และ WUNCA (ตอนที่ 2)

6 ส.ค. 55 : 14:30 น. เดินทางด้วยรถตู้คณะฯ ออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปอำเภอหาดใหญ่ด้วยเส้นทางเลียบทะเล ข้ามสะพานติณสูลานนท์ ไปถึงเกาะยอ จังหวัดสงขลา แวะทานอาหารเย็นกันที่ “ร้านอาหารทะเลศิรดา” .. อากาศดี อาหารอร่อยพอใช้ได้ แต่แพงไปหน่อย ไปถึงหาดใหญ่เวลาพลบค่ำ ขับรถวนไปมาหลงทางกันนิดหน่อย เพราะผังเมืองและการจราจรที่คับคั่ง ในที่สุดก็มาถึงที่พักจนได้ — ชื่อโรงแรม New Season อยู่บนถนนประชาธิปัตย์

7 ส.ค. 55 : ตอนเช้า ไปเข้าประชุมงาน WUNCA ครั้งที่ 25 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ.นพ. กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ สกอ ได้ video conference มาบรรยายเปิดงาน โดยกล่าวถึงนโยบายการส่งเสริมเครือข่ายสารสนเทศ ตามแผนระยะยาว 15 ปีระยะที่ 2 ของ สกอ ที่เน้นการสมานรอยต่อการศึกษาของอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐาน การใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงการพื้นฐานการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (LLL) การขยายเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เป็นเครือข่ายการศึกษาแห่งชาติ NEdNet (National Education Network) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบ

ปีนี้ theme เน้นเรื่องอินเทอร์เน็ต .. การปรับเปลี่ยนจาก IPV4 ไปเป็น IPV6 เนื่องจากปัญหาเร่งด่วนเรื่อง IP address ไม่เพียงพอต่อการเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ดังนั้น การบรรยายเสวนาในช่วงพิธีเปิด จึงเป็นเรื่อง 2.5 ทศวรรษเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไทย ประวัติความเป็นมาของกำเนิดอินเทอร์เน็ตประเทศไทย ความยากลำบากกว่าจะถึงวันนี้ สรปุใจความสำคัญได้ว่า เมื่อปี 2534 เกิดการประชุมกลุ่มบุุคคลที่ AIT จำนวน 40 กว่าท่าน มาจากหลายหน่วยงาน นับเป็น community ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ท่านเหล่านั้น เช่น AIT (ศ.กาญจนา กาญจนสุต), ABAC (ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน), CMU, CU (ดร.ยรรยง เต็งอำนวย, อาจารย์จารุมาตร ปิ่นทอง), SU, PSU (Mr.Robert Elz, ดร.วิเศษ นครชัย, ผศ.วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน), KMITL, KMITT, NECTEC (ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล) เป็นต้น

ที่ประทับใจคือ เมื่อ ผศ.วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน รองผู้อำนวยการ สกว. ได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง ในสมัยที่ท่านเป็นผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ มอ. ท่านได้ส่ง e-mail ฉบับแรก ออกไปจาก kre@sritang.psu.th ไปยังออสเตรเลีย ด้วยข้อความแค่ 2 คำ คือ “Hi และ Bye” และในยุคที่ มอ. ยังห่างไกลความเจริญ แต่ไอทีก้าวไกลด้วยวิสัยทัศน์รองอธิการบดี มอ และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ในสมัยนั้น (ศาสตราจารย์ ดร. สตางค์ มงคลสุข)

.. “ท่านถามว่าผมชอบเรียนอะไร ผมบอกว่าชอบคำนวณ ท่านจึงส่งให้ไปเรียน comp sci ในยุคที่ยังไม่มีหลักสูตร ป.ตรี comp sci ด้วยซ้ำไป” — ฟังแล้วปลื้มมากค่ะ

สุดท้าย — ดร.วิเศษ นครชัย จากบริษัท True (อดีตอาจารย์วิศวะ มอ.) ได้แนะนำวิดีโอที่น่าสนใจของบริษัท Corning บ่งบอกถึงเทคโนโลยีในอนาคตของจอภาพ นั่นคือ A Day Made of Glass — Made possible by Corning อธิบายไม่ถูก ลองชมเอาเองก็แล้วกันนะคะ



Mirror site ที่ GotoKnow : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/498067