บันทึกโพสใน Uncategorized | Leave a Comment »
ช่วงนี้งานเข้า … วันพุธเช้า จะยกทีมไปสอนวิธีการใช้ Facebook,Twitter ให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ในที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหลักสูตร สุดเร่งรัด เวลา 8.00-9.00 น. ก่อนเริ่มการประชุม … พุธแรกเอาเรื่อง Facebook ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง ลองเล่นเลยก็แล้วกัน
เริ่มต้นสมัครเป็นสมาชิก Facebook
- เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.facebook.com
- เลือกภาษาที่ต้องการ ภาษาไทย หรือ English (US)
- ลงทะเบียน (Sign Up) เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว กรอกข้อมูล : ชื่อ นามสกุล e-mail รหัสผ่าน เพศ และอายุ (ตามนโยบายของ Facebook แต่สามารถซ่อนข้อมูลได้หากต้องการ) สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัว (Profile) และแก้ไขการตั้งค่า Settings ต่างๆ ได้ภายหลัง
- ในกรณีที่ต้องการสร้างเป็น Business Fan Page สำหรับหน่วยงาน ธุรกิจ องค์กร นิติบุคคล หรือบุคคลในฐานะผู้มีชื่อเสียงคนดัง ให้สร้างหน้าใหม่ (Create a Page) หรือไปที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/pages/create.php ผู้สร้างและดูแลหน้า (Page Administrator) จะต้องเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานนั้นๆ และสามารถแต่งตั้งผู้อื่นให้ช่วยดูแล เป็น co-admin ได้ด้วย
- ทาง Facebook มีการกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบ (Statement of Rights and Responsibilities) เอาไว้ หากผู้ใดละเมิดอาจถูกลบสิทธิการเป็น Page Administrator ลบหน้า (Page) ที่สร้าง หรือลบบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว (Facaebook Account) ได้
- ถ้าต้องการสร้างกลุ่ม (Facebook Group) ตามความสนใจร่วมกัน ซึ่งถือว่าเป็น unofficial fan page ให้ไปที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/groups/create.php
Login เข้าใช้งาน Facebook ทำความรู้จักกับหน้าจอโฮมเพจ และออกจากระบบ (Logout)
- เพิ่มเพื่อน (Add as friend) ค้นหาคนที่รู้จัก (Find friends) และการค้นข้อมูล (Search)
- รู้จักวิธีการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว (Profile) การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ (Account Setting), ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Setting) และตั้งค่าแอพพลิเคชั่น (Application Setting) ต่างๆ
- รู้จักระบบการแจ้งเตือน เช่น มีคนขอเป็นเพื่อน (Friend Requests) มีข้อความที่เข้ามาใหม่ (Messages) แจ้งเตือนวันเกิดและกิจกรรมต่างๆ (Notifications)
- รู้จักระบบสนทนาของ Facebook คุยกับเพื่อนที่กำลังออนไลน์อยู่ในขณะนั้น (Chat)
- อ่านข่าวใหม่ (News Feed) หรือดูข้อมูลล่าสุดแบบ real-time (Live Feed หรือปัจจุบันเรียกว่า Most Recent)
- เกมส์ และแอพพลิเคชันต่างๆ … แอพพลิเคชัน จำพวก photo sharing, video sharing, user groups, และ events จะเป็น default ที่มากับระบบ แต่จะมีแอพพลิเคชันอีกมากกว่า 350,000 ชนิดที่สร้างขึ้นโดยบรรดา third-party developers … มีสาระบ้าง ไมมีสาระบ้าง แล้วแต่จะเลือกใช้ ส่วนอันที่มีสาระสุดๆ ตามความคิดของคนทำงานห้องสมุด คือ Visual Bookshelf, WeRead (Books iRead), WorldCat, Blog RSS Feed Reader
- ทำความรู้จักกับฟังค์ชั่นการใช้งานต่างๆ เช่น การรับ-ส่งข้อความ (Messages) การสร้าง-เข้าร่วมกิจกรรม (Events) การเขียน-อ่านบันทึก (Notes) การสร้าง-เข้าร่วมกลุ่ม (Groups) ตามความสนใจร่วมกัน ฯลฯ
- การ post บนกระดานข้อความ (Wall) ซึ่งสามารถพิมพ์ข้อความ พร้อมแนบ Photos, Video, Event และ Link URL ไปด้วยได้ นอกจากนั้น ยังสามารถควบคุมความเป็นส่วนตัว โดยกำหนดสิทธิคนอ่าน ว่าเป็น Friends, Friends of Friends, หรือ Everyone
บังเอิญช่วงนี้ Facebook ทำการปรับปรุงหน้าจอเป็นแบบใหม่ สงสัยฉลองครบรอบวันเกิดครบ 6 ปี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.53 ที่ผ่านมา .. เพราะฉะนั้น ใครสมัครเป็นสมาชิกใหม่ จะเจอหน้าจอแบบใหม่นี้เท่านั้น ส่วนคนที่เคยสมัครไปนานแล้ว อาจยังมีหน้าจอแบบเก่า คงกำลังทะยอยเปลี่ยนให้มั๊ง [ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ ... ]
คู่มือการใช้งาน Facebook
การไปฝึกอบรมครั้งนี้ เราจะมีวิทยากรหลัก (มืออาชีพ) คือ ดร. ระพี บุญเปลื้อง หรืออาจารย์เต้ ขวัญใจชาวคณะวิทย์ และวิทยากรผู้ช่วย คือ คุณวรัษยา สุนทรศารทูล (พี่เอ) ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ดูแลเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหิดล … งานนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสังคมเครือข่ายออนไลน์ (Social Network) ของมหิดล ให้เติบโตไปในทางที่ถูกที่ควร และเกิดประโยชน์สูงสุด (อันนี้แอบฝันเล็กๆ)
บันทึกโพสใน เครือข่ายสังคมออนไลน์ | Tagged Facebook | 1 ความคิดเห็น »
วันไหนไม่ได้ Tweet แสดงว่าวันนั้นไม่สบาย หรือไม่ก็จิตตก … ปกติไปอ่านเจออะไรดีๆในเน็ต ก็จะ Tweet ไปฝากคนอื่น ทำตัวเป็นชาว Tweeple มาก็หลายปี เล่นไปเล่นมา ชักงงว่าใช้โปรแกรมอะไรบ้าง … สรุปเครื่องมือต่างๆ ประกอบการ Tweet เก็บเอาไว้ดีกว่า (กันลืม)
- HootSuite
- FriendFeed
- Twittertim.es
- Tumblr
- Posterous
- FireFox Add-ons สำหรับ Twitter
- Refollow
- หากมองหา Twitter Directory เอาไว้ค้นหาผู้คน หรือจัดอันดับคนดังในวงการ ที่มี follower เยอะๆ … ของต่างประเทศก็คือ Wefollow ส่วนของไทยน่าจะเป็น Thaifollow สารบัญผู้ใช้ Twitter คนไทย แต่ถ้าจะวัดคนที่มีอิทธิพลและเป็นผู้นำทางความคิด หรือ Influencer (โดยไม่ขึ้นกับจำนวน followers) ต้องใช้ Klout-Twitter Analytics
- Twitter Counter เป็น Twitter Statistics เอาไว้ดูสถิติสำรวจพฤติกรรมการ Tweet ของตัวเอง .. หรือใช้ตัวนี้ควบคู่ไปด้วยก็ได้ ชื่อ TweetStats
- TweetSmarter ใช้เวลาอยากเพิ่มสีสรรเวลา tweet เช่นพิมพ์ตัวอักษร สัญลักษณ์อะไรน่ารักๆ เช่น ♫♪♬♥♡❥☺☹✩★♂♀
- หากใช้โทรศัพท์มือถือ ในการ Tweet จะต้องมี Appl เป็นอุปกรณ์เสริม ตามแต่จะชอบใจ เช่น ใช้ TwitToday สำหรับ Windows Mobile หรือใช้ TwitterBerry สำหรับ Blackberry หรือใช้ TwitterFon สำหรับ iPhones เป็นต้น
- อยากรู้มั๊ย ว่าขณะนี้มีข้อความที่กำลัง Tweet กัน (อย่างเมามัน) ทั่วโลก จำนวนกี่พันล้านข้อความแล้ว ! ต้องนี่เลย … GigaTweet
เปิดเครื่องมาก็เข้าเว็บนี้ก่อนเลย http://HootSuite.com เป็นตัวตั้งต้นของการอ่านข่าว และ tweet … ไม่ค่อยได้ใช้โปรแกรม Twitter โดยตรงสักเท่าไหร่หรอก … เวลาไปเจอเว็บเพจไหน ชอบใจอยากจะ tweet ต่อ ก็จะใช้ Hootlet ที่ติดตั้งไว้บน Bookmark Toolbar ได้เลย (ไม่ต้อง key เอง) และถึงแม้ว่าในบรรดา Twitter Appl. ใครๆ จะชอบใช้ TweetDeck แต่ตัวเองไม่ชอบ เพราะต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่อง … ชอบใช้ HootSuite มากกว่า เพราะเป็น web-based และ interface อ่านง่ายสบายตา
อันนี้ก็ดีนะ แต่ทำไมไม่ค่อยฮิตในหมู่ชาวเราก็ไม่รู้ ปกติจะใช้วิธีสั่งให้ share ข้อความจาก Twitter ไปปรากฎใน FriendFeed และ Facebook พร้อมกันโดยอัตโนมัติ
เอา Twitter ของคนที่เราชอบ follow มาจัดเรียงทำเป็นหนังสือพิมพ์ สไตล์ New York Times อะไรพรรค์นี้แหละ เป็นเครื่องมืออ่านข่าวประจำวัน อีกอันหนึ่งของเรา นอกเหนือจาก HootSuite และ Bloglines
เวลาจะ post รูป ชอบใช้ที่สุดก็อันนี้แหละ แต่คนอื่นอาจชอบ Tweetphoto หรือไม่ก็ Twitpic แต่เราไม่ค่อยจะได้ใช้แฮะ เวลา post รูป เราจะใช้ Tumblr เป็นหลัก แล้วส่งต่อไปยัง Twitter กับ Facebook พร้อมกันเลยทีเดียว
พูดถึง post รูป อันนี้ก็เยี่ยม เพราะสามารถ Share รูปจาก Flickr โดยใช้ Posterous Bookmarklet และสามารถ Tweet ผ่าน Posterous โดยการส่ง e-mail มาที่ twitter@posterous.com ได้
ติดตั้งแล้วชีวิตสะดวกขึ้นเยอะ เช่น Twitzer – Twitter long text เวลาต้องการพิมพ์ข้อความยาวเกินกว่า 140 ตัวอักษร และล่าสุด Yoono – ที่ทำให้ social networks ทุกยี่ห้อมารวมตัวกันแบบ one-stop service บน sidebar
ในกรณีที่มีคน follow เรา และเราไป follow คนอื่น จำนวนมากๆ แล้วเวียนหัว ไม่รู้ใครเป็นใคร อันนี้เป็นระบบจัดการที่ดีมาก เรียกว่าเป็น Twitter relationship manager
บันทึกโพสใน เครือข่ายสังคมออนไลน์ | Tagged Tweet, Twitter | Leave a Comment »
ทุกเช้าก่อนทำงาน จะมีรายการเสวนา Book Talk ระหว่างพวกเราชาวห้องสมุดสตางค์ ผลัดกันนำเสนอหนังสือเล่มโปรดให้เพื่อนฟัง … วันจันทร์นี้ถึงคิวของเราแล้ว
เอาเล่มนี้ก็แล้วกัน “Tuesdays with Morrie” หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มเล็กๆ อ่านง่าย (ไม่ต้องเปิด dictionary) และซาบซึ้งกินใจมาก ได้เล่มนี้เป็นของขวัญวันเกิดจากเพื่อนรักเมื่อปีที่แล้ว … เป็นเรื่องจริงของ Prof. Morrie Schwartz อาจารย์สอนภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัย Brandeis University ที่ใช้เวลาในช่วงสุดท้ายของชีวิต จากอาการป่วยด้วยโรค Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) สอนลูกศิษย์คนโปรด Mitch Albom ซึ่งมีอาชีพนักข่าวกีฬา งานยุ่งมาก แต่ในที่สุดก็สละเวลามาเยี่ยมทุกเช้าวันอังคาร ติดต่อกัน 14 สัปดาห์จนกระทั่งเสียชีวิตไป เปรียบเสมือนการสอน การวิจัย และการทำวิทยานิพนธ์เรื่องสุดท้าย ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ The Meaning of Life
โรค ALS เป็นโรคที่น่ากลัวมาก แบบเดียวกับที่ Stephen Hawking นักฟิสิกส์ชื่อดังของโลก กำลังเป็นอยู่ คือเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆเป็นอัมพาตไป ขยับตัวไม่ได้ ลามตั้งแต่เท้า ขา ขึ้นไปเรื่อยๆ จะถึงหน้าตา ต้องนั่งรถเข็น และใช้เครื่องช่วยการเคลื่อนไหว โรคนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Lou Gehrig’s Disease ซึ่งเป็นชื่อของนักเบสบอลคนดังในอดีตของอเมริกา และเสียชีวิตด้วยโรคนี้ด้วยวัยเพียง 37 ปี
Tuesdays with Morrie ตีพิมพ์เมื่อปี 1997 และกลายเป็นหนังสือขายดีไปทั่วโลก กว่า 14 ล้านเล่ม และกลายเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ รายการดังของอเมริกา American Broadcasting Company (ABC) ซึ่ง Ted Koppel เคยมาสัมภาษณ์ ถ่ายทำ และอัดเทปบันทึกเรื่องราวของ Morrie ในช่วงเวลาใกล้จะเสียชีวิตนั่นแหละ
หนังสือเล่มนี้ ต้องอ่านเอง จึงจะสนุก และได้ความรู้สึก (ปนเศร้า) .. Morrie ได้ใช้เวลาสุดท้ายของชีวิต แบบไม่ยอมนอนรอความตาย แต่ให้รายการโทรทัศน์มาสัมภาษณ์ และเล่าให้ฟังว่าตัวเองมีความรู้สึกอย่างไรเวลากำลังจะใกล้ตาย พูดคุยรับฟังปัญหาของคนอื่น ตอบจดหมายคนมาปรับทุกข์ด้วย จัดงานศพของตัวเองก่อนตาย เพราะอยากฟังคำกล่าวสดุดีของญาติพี่น้องเพื่อนฝูงด้วยตัวเอง และแนะนำสั่งสอน (ตามประสาคนป็นครูสอนวิชาจิตวิทยามานานกว่า 30 ปี) หัวข้อที่ Morrie คุยกับผู้เขียน (อย่างลำบาก เพราะพูดไม่ค่อยไหวแล้ว) มีดังนี้
- We talk about the world
- We talk about feeling sorry for yourself
- We talk about regrets
- We talk about death
- We talk about family
- We talk about emotions
- We talk about the fear of aging
- We talk about money
- We talk about how love goes on
- We talk about marriage
- We talk about culture
- We talk about forgiveness
- We talk about the perfect day
- We say good-bye
So many people walk around with a meaningless life. They seem half-sleep, even when they’re busy doing things they think are important. This is because they’re chasing the wrong things. The way you get meaning into your life is to devote yourself to loving others, devote yourself to your community around you, and devote yourself to creating something that gives you purpose and meaning.
Everyone knows they’re going to die, but nobody believes it. If we did, we would do things differently.
บันทึกโพสใน การอ่านหนังสือ | Tagged Morrie | 1 ความคิดเห็น »
การจัดอันดับเว็บไซต์มหาวิทยาลัย โดยระบบ 4International Colleges & Universities (4icu.org)
2008 Web Popularity Ranking
1. Chulalongkorn University (Work Rank #112)
2. Khon Kaen University (World Rank #160)
3. Mahidol University (World Rank #182)
2009 Web Popularity Ranking
1. Chulalongkorn University (Work Rank #116)
2. Khon Kaen University (Work Rank #172)
3. Mahidol University (Work Rank #197)
2010 Web Popularity Ranking
1. Chulalongkorn University (Work Rank # 103)
2. Kasetsart University (Work Rank # 113)
3. Mahidol University (Work Rank # 162)
4. Khon Kaen University (Work Rank # 195)
5. Thammasat University (Work Rank # 239)
6. Asian Institute of Technology (Work Rank # 445)
7. Prince of Songkla University (Work Rank # 733)
หลักเกณฑ์การจัดอันดับ ใช้เครื่องมือการสืบค้น 3 ประเภท ได้แก่
1) Google Page Rank
2) Yahoo Inbound Links
3) Alexa Traffic Rank
เป็นการจัดอันดับความสำคัญของเว็บเพจ โดยคำนวณจากจำนวนลิงค์ของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์หรือเว็บเพจของเรา ซึ่งเป็นการวัด Link Popularity โดยจะคำนึงถึงคุณภาพของลิงค์เป็นสำคัญ หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงมายังเว็บของเรา (Inbound Links) มีเนื้อหาใกล้เคียงกันหรือมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน จะมีส่วนทำให้ค่า Page Rank สูงขึ้น หากเว็บที่ทำการลิงค์มาหาเรามีค่า Page Rank สูงอยู่แล้ว จะทำให้เราได้ค่า Page Rank สูงตามไปด้วย นอกจากนั้น หน้าเว็บเพจของเราจะต้องมีเนื้อหารายละเอียดและคำสำคัญ ที่ตรงกับคำค้นหรือความต้องการของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตด้วย
เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ติดอันดับ TOP-200 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศ ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี และในปี 2010 อยู่ในอันดับที่ดีขึ้น คืออันดับที่ 162 ของโลก
ข้อเสนอแนะ : ควรให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดลกับเว็บไซต์ภายนอกที่มีความกี่ยวข้องกัน และควรจัดทำเว็บเพจที่มีเนื้อหาสาระตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตให้มากยิ่งขึ้น
บันทึกโพสใน การจัดอันดับมหาวิทยาลัย | Tagged 4icu.org, Page Rank | Leave a Comment »
ถ้าเทียบเฉพาะในกลุ่ม TOP-500 แล้ว มหาวิทยาลัยไทยโดยรวม ยังคงสู้มหาวิทยาลัยมาเลเซียไม่ได้
ในปี 2009 มหาวิทยาลัยมหิดลดีขึ้นกว่าปี 2008 เพราะสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สูงกว่า Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) ได้ .. แต่ก็ยังคงต่ำกว่า Universiti Malaya (UM) อยู่ดี
มหาวิทยาลัยของไทย ได้แก่
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 138
- มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 220
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 401-500
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 401-500
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 401-500
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับ 501-600
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับ 501-600
มหาวิทยาลัยของมาเลเซีย ได้แก่
- Universiti Malaya (UM) อันดับที่ 180
- Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) อันดับที่ 291
- Universiti Sains Malaysia (USM) อันดับที่ 314
- Universiti Teknologi Malaysia (UTM) อันดับที่ 320
- Universiti Putra Malaysia (UPM) อันดับที่ 345
บันทึกโพสใน การจัดอันดับมหาวิทยาลัย | Tagged QS | Leave a Comment »
เคยได้ยินคำว่า Horizon Report เป็นครั้งแรกตอนไปฟังบรรยายในงานประชุม QS-APPLE ที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอนนั้นเป็น Horizon Report ปี 2009 … เมื่อวานนี้อ่านข่าวในเน็ต พบว่า Horizon Report 2010 edition ออกมาแล้ว …
Johnson, L., Levine, A., Smith, R., & Stone, S. (2010). The 2010 Horizon Report. Austin, Texas: The New Media Consortium.
download PDF มาอ่านได้จากที่นี่ค่ะ http://ow.ly/XaaD หรืออ่านแบบ web edition ได้ที่นี่ http://wp.nmc.org/horizon2010
Horizon Project เป็นความร่วมมือระหว่าง New Media Consortium และ EDUCAUSE Learning Initiative เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าในภายระยะเวลา 5 ปี (2010-2015) ว่าเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (emerging technologies) 6 ประเภท ที่จะใช้ในการศึกษากันอย่างแพร่หลายคืออะไร เทคโนโลยีที่จะใช้ในการเรียน การสอน และการติดต่อสื่อสาร ของนักเรียนนักศึกษาในอนาคต และบทบาทของสถาบันการศึกษาที่จะเปลี่ยนแปลงไป
ภายในระยะเวลา 1 ปีหรือน้อยกว่านั้น
1. Mobile computing ตั้งแต่ Smart Phones ไปจนถึง Netbooks, Smart Books, Tablet PCs, Ebook Readers, Email Readers หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า Laptop … เหมือนกับคำโฆษณาของบริษัท Apple ที่ว่า “The Internet in your pocket” และของบริษัท Google ที่ว่า “Web meets phone”
2. Open content หรือ Open Courseware ตัวอย่างเช่น
DNAtube, MIT OpenCourseWare, และ Tokyo Institute of Technology OCW ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ดูได้ที่นี่ค่ะ http://delicious.com/tag/hz10+opened
ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
3. Electronic books การเปลี่ยนแปลงวิธีการอ่าน เป็น e-readers โดยมีอุปกรณ์ e-book readers เช่น Amazon Kindles, Sony Readers, iPod Touches อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ใน list นี้ http://delicious.com/tag/hz10+ebooks
4. Simple augmented reality บทความนี้เขียนเกี่ยวกับ AR ไว้ชัดดี อธิบายง่ายๆ ว่าใช้กล้องถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือจำพวก iPhone 3GS แปลงภาพที่เห็นเป็นข้อมูล … If You’re Not Seeing Data, You’re Not Seeing อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AR ได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่รวบรวม list ไว้ที่นี่ค่ะ http://delicious.com/tag/hz10+augmentedreality
ภายใน 4-5 ข้างหน้า
5. Gesture-based computing โดยอาศัยการเคลื่อนไหวของร่างกาย ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ โครงการ Sixth Sense ของ Pranav Mistry หนุ่มอินเดีย นักศึกษาปริญญาเอกระดับอัจฉริยะของ MIT Media Lab
6. Visual data analysis การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนโดยใช้เทคนิค Visualization แบบเสมือนจริง ตัวอย่างการบริการแบบนี้ ที่มีแล้วเช่น Worldmapper และ Gapminder หรือดูตัวอย่างดีๆ ได้จาก Best Science Visualization Videos of 2009 นิตยสาร Wired Science
สถาบันการศึกษาบ้านเรา เตรียมพร้อมกันหรือยังกับการเปลี่ยนแปลง ??
บันทึกโพสใน เทคโนโลยีใหม่ | Tagged horizon report | Leave a Comment »
ตั้งแต่ได้ลองเล่น Ipod Nano Gen 5 และ iTunes เมื่อช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นสาวก Apple ไปโดยปริยาย เมื่อได้อ่านและได้ฟังเรื่องราวของ Steve Jobs ก็ยิ่งประทับใจ ก็เลยทำ link สะสมไว้ เวลาอยากดูจะได้ไม่ต้องค้นหานาน
- Steve Jobs’ 2005 Stanford Commencement Address (YouTube)
- Steve Jobs: How to live before you die (TED Talk)
- ‘You’ve got to find what you love,’ Jobs says (Stanford Report)
- การศึกษาและชีวิตในทัศนะของ Steve Jobs (ThaiShortNews)
- Commenment : on Stanford iTunes U
- The Presentation Secrets of Steve Jobs (SlideShare)
- The Presentation Secrets of Steve Jobs (YouTube)
- สตีฟ จ็อบส์ ประกาศลาป่วยถึงเดือนมิถุนา
ที่จริงยังจำได้ เพราะอยู่ในยุคที่เครื่อง Apple Macintosh เพิ่งจะผลิตออกมาขายเมื่อปี 1984 นั่นแหละ … เคยใช้ด้วย แต่ชอบ IBM PC มากกว่า ตอนนั้น Windows ยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป มีแต่ CP/M กับ PC-DOS
บันทึกโพสใน บุคคลสำคัญ | Tagged Apple, Steve Jobs | 1 ความคิดเห็น »
3 ม.ค. 53 วันนี้เป็นวันอาทิตย์ พรุ่งนี้เปิดทำงานศักราชใหม่แล้ว … เตรียมพร้อมรับงานหนักในเดือนมกราคม เดือนแรกนี้เลย
ประเดิมด้วยการเตรียมไปเป็นวิทยากรบรรยายและฝึกอบรม ในงานสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทางมหาวิทยาลัยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2553 ที่โรงแรมไอศวรรย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นการระดมสมองและทำแผนในเรื่องการสร้าง Visiblity and Branding ให้แก่มหาวิทยาลัย งานนี้มีการแบ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ของแต่ละคณะ สถาบัน ตามเกณฑ์การจัดอันดับ QS World University Rankings ทั้ง 5 สาขาด้วย
หัวข้อการบรรยาย (ที่ตัวเองเลือกเอง) คือ “บทบาทของนักประชาสัมพันธ์กับการสร้างสังคมออนไลน์ของมหาวิทยาลัยมหิดล และดัชนีชี้วัดความสำเร็จ” งานนี้ไปช่วยเป็นวิทยากรและครูฝึก ในฐานะประธานเครือข่ายผู้ดูแลเว็บไซต์ (webmaster) มหาวิทยาลัยมหิดล แต่สงสัยว่าจะต้องกลายเป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปด้วย เพราะคณบดีเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มสาขา Life Sciences & Biomedicine และสาขา Natural Sciences ตามเกณฑ์การจัดอันดับของ QS และดูเหมือนท่าทางจะโดนเป็นประธานกลุ่ม Natural Sciences แหงๆ เพราะกลุ่มนี้มีอยู่แค่ 3 คณะเอง ไม่เหมือนกลุ่ม Life Sciences มีเป็นสิบ… เวรกรรมจริงๆ
กำลังคิดค้นเนื้อหาการบรรยาย และเตรียมทำ Slide Presentation กะว่าคงจะพยายามชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์และการร่วมมือกันระหว่าง webmaster กับนักประชาสัมพันธ์ การสร้าง Social Network ในมหาวิทยาลัยโดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร และการ (พยายาม) วัดความสำเร็จหรือกำหนด KPI ให้แก่งานพรรค์นี้
บันทึกโพสใน การประชาสัมพันธ์ | Tagged เครือข่ายประชาสัมพันธ์ | Leave a Comment »








