ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศทางวิชาการ

ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศทางวิชาการ (วัสดุเพื่อการศึกษาและวิจัย เพื่อการจัดซื้อหรือบอกรับเป็นสมาชิก)

วัสดุตีพิมพ์ (Printed Materials) หรือสิ่งพิมพ์ (Publications)

สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Serials, Periodicals)

  • วารสาร (Journals / Academic Journals / Scholarly Journals) มีเนื้อหาสาระความรู้ทางวิชาการ เพื่อการศึกษาและการวิจัย
  • นิตยสาร (Magazines) เกร็ดความรู้สำหรับผู้อ่านทั่วไป ไม่ลึกซึ้งทางวิชาการ หรือเพื่อการบันเทิง
  • หนังสือพิมพ์ (Newspapers) นำเสนอข่าวสารสำหรับประชาชนทั่วไป (ออกรายวันหรือรายสัปดาห์)
  • สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องรายปี (Annuals) มีเนื้อหาสาระความรู้ทางวิชาการ (ออกรายปี)

สิ่งพิมพ์ไม่ต่อเนื่อง (Nonperiodicals)

  • หนังสือ (Books) เช่น หนังสือทั่วไป (General Books) หนังสือตำรา (Textbooks) หนังสือเฉพาะเรื่อง (Monographs) เป็นต้น
  • หนังสือชุด (Book Series, Monograph Series)

วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Materials) หรือ สิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic publications) หมายเหตุ : ในกรณีที่ใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาจใช้คำว่าดิจิทัล (Digital) หรือออนไลน์ (Online) ก็ได้

สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องอิเล็กทรอนิกส์

  • วัสดุทางการศึกษาในรูปแบบแผ่นซีดี หรือดีวีดี (CD, DVD)
  • วารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journals)
  • นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Magazines)
  • หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Newspapers)
  • สิ่งพิมพ์ต่อเนื่องรายปี (E-Annual Publications)

สิ่งพิมพ์ไม่ต่อเนื่องอิเล็กทรอนิกส์

  • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Books)

ฐานข้อมูลสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ทางวิชาการ (Academic Databases) ฐานข้อมูลฉบับเต็ม (Full-text Databases) ของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ

  • ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journal Databases)
  • ฐานข้อมูลนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Magazine Databases)
  • ฐานข้อมูลหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (E- Newspaper Databases)
  • ฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book Databases)

ฐานข้อมูลอ้างอิง (Citation Databases, Reference Databases) หรือฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic Databases) หรือเครื่องมือช่วยการค้นคว้าทางวิชาการ (Academic Search Engines) เช่น Scopus, Web of Science, Micromedex เป็นต้น

ฐานข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์หรือตรวจสอบคุณภาพสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ (Analytic Tools) เช่น SciVal, Turnitin เป็นต้น

 

โฆษณา

บันทึกการไปประชุม 15th AUNILO Meeting ที่อินโดนีเซีย

การประชุมห้องสมุดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนครั้งที่ 15 (15th AUNILO Meeting) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา (Universitas Gadjah Mada: UGM) เมืองยกยาการ์ตา (Yogyakarta) ประเทศอินโดนีเซีย ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกของ AUNILO (Libraries of ASEAN University Network) มีจำนวนทั้งสิ้น 30 แห่ง จาก 10 ประเทศ และในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุม AUNILO Meeting ครั้งที่ 15 ภายใต้หัวข้อ “Enhancing Roles of AUN Libraries in Supporting Education 4.0: Opportunities and Challenges” และร่วมกันจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ 2 ของ AUNILO จำนวนทั้งสิ้น 41 คน ประกอบด้วยคณะทำงานของสำนักงานเลขาธิการ AUN Secretariat และ AUNILO Secretariat ผู้แทนจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จำนวน 31 คน จาก 22 มหาวิทยาลัย 7 ประเทศ (การประชุมในปีนี้ ประเทศเวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม)

ผู้บริหารห้องสมุดมหาวิทยาลัยจากประเทศไทย ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ได้แก่

  1. ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. นางสาววรารักษ์ พัฒนาเกียรติพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. รศ. ดร.ปัญญรักษ์ งามศรีตระกูล  ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงอรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  4. นางสาวนิสาชล กาญจนพิชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการสารสนเทศ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

(จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม)

aunilo1

รายงานผลการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562

ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง เมื่อเวลา 10:00 น. ด้วยสายการบิน  AirAsia เที่ยวบิน AK881 ไปยังสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA 2) ประเทศมาเลเซีย (เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) จากนั้น เดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน AK348 ไปยังสนามบินนานาชาติอดิสุจิปโต (Adisucipto) เมืองยกจาร์การ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย และถึงสนามบินในเวลา 17:10  น. (เวลาเท่าประเทศไทย)

aunilo2.jpg

สถานที่พักในเมืองยกยาการ์ตา คือ โรงแรม The Phoenix Hotel Yogyakarta – MGallery by Sofitel สภาพอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 22-25 องศา ไม่มีฝนตก ค่าครองชีพไม่สูงมาก อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาทไทย (THB) เท่ากับ 460 รูเปียห์ (IDR) หรือธนบัตรใบละ 100,000 รูเปียห์ มีค่าเท่ากับ 217 บาทโดยประมาณ

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2562

พิธีเปิดการประชุม AUNILO Meeting ครั้งที่ 15 จัดขึ้นที่ Multimedia Room, University Main Building มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา เจ้าภาพจัดการประชุม Dra. Nawang Purwanti ผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา เป็นผู้กล่าวรายงาน ในลำดับต่อไป กล่าวต้อนรับโดย Mr. Chito N. Angeles ผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ ประธานสำนักงานเลขาธิการห้องสมุดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Chairperson of AUNILO Secretariat) และ ดร.ชลธิศ ธีระฐิติ ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Executive Director of AUN) กล่าวเปิดการประชุมโดย Prof. Ir. Panut Mulyono อธิการบดี มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา จากนั้น ผู้เข้าร่วมการประชุมจากประเทศต่าง ๆ ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

aunilo3.jpg

ภาพข่าวการประชุม 15th AUNILO Meeting บน Facebook ของมหาวิทยาลัยมหิดล

aunilo4

ภาพข่าวการประชุม 15th AUNILO Meeting บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา

aunilo5.jpg

จากนั้นผู้เข้าร่วมการประชุมฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Strategies of Education 4.0 for Millennial and Post Millennial Generation” บรรยายโดย Dr. Hatma Suryatmaja  ผู้อำนวยการศูนย์ Center of Academic Innovation and Studies มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา ซึ่งมีประเด็นเนื้อหาที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่าง Industry 4.0 กับ Education 4.0 การพัฒนาสังคม 5.0 และการเรียนรู้โดยคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ

aunilo6.jpg

นอกจากนั้น ผู้บรรยายยังกล่าวถึงพฤติกรรมของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เกิดในยุค Generation Y (Millennials) และ Generation Z ซึ่งมีลักษณะ Digital Natives และ Independent Learners ผลการสำรวจโดย GlobalWebIndex พบว่า Social Media ที่นิยมใช้มากที่สุดในอินโดนีเซีย ได้แก่ YouTube, Whatsapp, Facebook, Instagram, LINE, Twitter ตามลำดับ ในปัจจุบันการเรียนผ่านระบบ MOOC จำนวนมากถึง 8,000 Online Courses ผลิตโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลก การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี Internet of Things (IoT), Cloud, Mobile, Social Media, AI, Big Data, Robotics, Blockchain มาประยุกต์ใช้ในระบบการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต กระบวนทัศน์ใหม่ของระบบการศึกษาได้แก่ Competency-based Education, Outcome-based Education (OBE), Community & Student Centered Learning (CSCL), Blended Learning, Virtual Learning, Distance Learning ผู้เรียนสามารถค้นหาทรัพยากรการเรียนรู้ดัวยตัวเองจากอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของ Open Educational Resources (OER) ดังนั้น อาจารย์ผู้สอนและทรัพยากรในห้องสมุดอาจไม่ใช่แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้หลักของผู้เรียนอีกต่อไป สุดท้าย ผู้บรรยายได้แนะนำระบบของมหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา ได้แก่ Science Channel ระบบ  LMS ที่มีชื่อว่า eLisa (http://elias.ugm.ac.id), ระบบ MOOC ที่มีชื่อว่า eLOK (http://elok.ugm.ac.id), ศูนย์ผลิตสื่อมัลติมีเดีย (Academic Production House) ตามคณะต่าง ๆ จำนวน 10 แห่ง และ co-learning space ที่หอสมุดมหาวิทยาลัย

ช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอรายงานความก้าวหน้าของแต่ละประเทศ (Country Report) ภายใต้หัวข้อ Enhancing Roles of AUN Libraries in Supporting Education 4.0: Opportunities and Challenges” โดยตัวแทนของห้องสมุดมหาวิทยาลัย เรียงลำดับประเทศตามลำดับอักษร ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย กำหนดเวลาคนละ 15 นาที โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับจำนวนนักศึกษา อาจารย์ และหลักสูตรของมหาวิทยาลัย การพัฒนาเทคนิควิธีการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และบทบาทของห้องสมุดในการสนับสนุนกระบวนการสอนและการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของหอสมุดมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง ในการนำเสนอรายงานของประเทศไทย (Thailand Country Report)

ในช่วงค่ำ งานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นที่ Balairung Hall ชั้น 1 ของอาคารสำนักงานอธิการบดี  พร้อมรับชมการแสดงพื้นเมืองของประเทศอินโดนีเชีย

aunilo7.jpg

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2562

ช่วงเช้าเป็นการประชุม Business Meeting ดำเนินรายการโดย Mr. Chito N. Angeles และ Ms. Christine M. Agrigo ประธานและรองประธานสำนักงานเลขาธิการ AUNILO Secretriat โดยมีวาระรับรองรายงานการประชุม AUNILO Meeting ครั้งที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม รับรองสถานภาพทางการเงิน (รายได้มาจากค่าธรรมเนียม AUNILO Portal Enhancement Fee ในอัตรา USD100 ต่อปี) ประกาศรายนามผู้บริหารของหอสมุดมหาวิทยาลัยที่มารับตำแหน่งใหม่และผู้ที่ลงจากตำแหน่ง ไว้อาลัยต่อการการไปของ Ms. Engku Razifah Chik อดีตประธาน AUNILO Secretariat ซึ่งถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 หารือในประเด็นต่าง ๆ และรับรองมติที่ประชุม (Committee Resolutions) ในเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ โครงการแลกเปลี่ยนทรัพยากรสารสนเทศ (Resource Sharing)  โครงการแลกเปลี่ยนบุคลากร (Staff Mobility) และการอนุมัติวงเงินไม่เกิน USD 1,000 เพื่อให้เหรัญญิกของ AUNILO (Dr. Vernon Totanes ผู้อำนวยการหอสมุดมหาวิทยาลัย Ateneo de Manila) สามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของการเพิ่มจำนวนสมาชิก และการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์รวมทั้งการเปลี่ยนชื่อเครือข่าย AUNILO เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ยังไม่ลงมติเป็นเอกฉันท์ และขอให้เลื่อนไปพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ดร.ชลธิศ ธีระฐิติ ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Executive Director of AUN) ได้ให้แนวทางในการดำเนินการประชุม ไว้ว่า ธรรมเนียมปฏิบัติของการลงมติในที่ประชุมใด ๆ ก็ตามใน ASEAN University Nerwork (AUN) จะไม่ใช้การยกมือนับคะแนนเสียงข้างมาก แต่ใช้วิธีฉันทามติ (Consensus) หากสมาชิกท่านใดยกมือคัดค้าน แม้เพียงผู้เดียว มตินั้นเป็นอันตกไป ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้พักเบรคหรือเลื่อนเวลาออกไปก่อน อาจใช้วิธีเกลี้ยกล่อมชักชวน (Lobby) เพื่อนสมาชิกได้ แต่ห้ามยกมือโหวต และนั่นคือวิถีของอาเซียน (ASEAN Way)

ช่วงบ่ายเริ่มทำกิจกรรม 2nd AUNILO Strategic Planning Meeting and Workshop โดยมีผู้อำนวยการบริหารและทีมงานจากสำนักงานเลขาธิการ AUN Secretariat ทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้คำแนะนำเทคนิควิธีและกำกับแนวทางในการทำกิจกรรม เพื่อให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของ AUN และสามารถประสานกับ AUN Subnetworks อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ Subnetwork ที่ 17 ซึ่งเป็น Subnetwork ล่าสุดของ AUN คือ AUN-TEPL (Technology-enhanced Personalized Learning) ซึ่งมี Singapore Management University เป็นแกนนำ มหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Malaya เป็นสถาบันนำร่อง

อนึ่ง ในปี 2020 AUN จะฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินงาน และ AUNILO ในฐานะที่เป็น subnetwork ของ ​AUN ที่มีความเก่าแก่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2004 จะต้องดำเนินกิจกรรมเฉลิมฉลองและทำงานร่วมกัน subnetwork อื่นด้วยเช่นกัน ในระยะเริ่มแรก AUN มีวัตถุประสงค์จะสร้าง ASEAN Virtual University จึงได้จัดทำ AUN Inter-library Online ขึ้น เป็นที่มาของคำว่า AUNILO ต่อมาในแผนยุทธศาสตร์ฉบับแรกของ AUNILO (2014-2017) ซึ่งได้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2557 ที่สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อ AUNILO: Libraries of ASEAN University Network เป็นครั้งแรก และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562

          กิจกรรม 2nd  AUNILO Strategic Planning Workshop ใช้เวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 6 และ 7 สิงหาคม 2562 โดยแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรม 4 ขั้นตอน ดังนี้

aunilo8.jpg

STEP ที่ 1: Brainstorming ชมวิดีทัศน์แนะนำเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮ่องกง JULAC  (Joint University Librarians Advisory Committee) HKALL (Hong Kong Academic Library Link) HKILL (Hong Kong Inter-library Loan) เพื่อเป็นกรณีศึกษาถึงแนวทางที่จะนำมาใช้กับ AUNILO จากนั้นเป็นการระดมสมองทำ SWOT Analysis โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม (ผลไม้ Apple, Orange, Banana) ร่วมกันทำ SWOT วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกที่จะมีผลกระทบทำให้เกิด Opportunity และ Treat โดยให้คำนึงถึง Unit of Analysis ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ระดับประเทศ ไปจนถึงระดับ AUNILO ในภาพรวม จากนั้น ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอผลการวิเคราะห์ SWOT ต่อที่ประชุม

aunilo9.jpg

STEP ที่ 2 : Formulating Future Trend ทีมงานของ AUN Secretariat ทำการรวมรวบประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการทำ SWOT ทั้งสามกลุ่ม ให้กลายเป็น SWOT เดียวกัน จำแนกปัจจัยต่าง ๆ ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และเทคโนโลยี ที่อาจมีผลกระทบต่อกิจการของ AUNILO ในอีก 5 ปีข้างหน้า และ STEP ที่ 3 : Building Scenario แบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็น 3 กลุ่ม (ซุปเปอร์ฮีโร่ Spider Man, Captain America, Thor & Ironman) รวบรวมและจำแนกปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลทั้งทางบวกและทางลบมากที่สุด สร้างเป็นภาพหรือเรื่องราว (Scenario) ออกมา 3-4 เรื่อง ที่ประกอบด้วยปัจจัยบวกล้วน ปัจจัยลบล้วน และปัจจัยผสมผสานทั้งบวกและลบ และให้ตัวแทนกลุ่มออกมาเล่า(Story Telling) หรือฉายภาพเรื่องราวเหล่านั้นที่อาจจะเกิดขึ้นจริงในอีก 5 ปีข้างหน้า

STEP ที่ 4: Formulating Strategy

ในขั้นตอนสุดท้าย แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่ม (รามายณะ Rama, Ravana, Hanuman) ในการระดมสมองร่างยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ของ AUNILO ในระยะ 5 ปี (2020-2024) โดยนำจุดอ่อน จุดแข็ง ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบ (SWOT) และภาพในอนาคต (Scinario) ทั้งในแง่บวกและลบมาพิจารณา ทั้งนี้  โดยมีตัวอย่างแผนกลยุทธ์ JULAC Strategic Plan 2017-2020 และ American Library Association (ALA) Strategic Plan 2015-2017 ให้เป็นแนวทาง ผลการนำเสนอของทั้งสามกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในประเด็นของ 1) Professional Development / Capability Building / Empowered AUNILO Librarians 2) Open Science Initiatives / Open Data / Digital Scholarship / OER 3) Gen Z & Learner Behavior ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการ AUNILO Secretariat จะได้นำแนวคิดดังกล่าวไปดำเนินการร่างเป็นแผนยุทธศาสตร์ (2020-2024) ต่อไป

ในช่วงสุดท้าย ผู้เข้าร่วมการประชุม เข้ารับประกาศนียบัตร (Certificate of Attendance) การเข้าร่วมประชุม 15th AUNILO Meeting (ลงนามโดย Prof. Dr. Ir. Djagal Wiseso Marseno รองอธิการบดีฝ่าย Education, Learning, and Student Affairs มหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา) และประกาศนียบัตรการเข้าร่วมประชุม AUNILO Strategic Planning Workshop (ลงนามโดย ดร.ชลธิศ ธีระฐิติ AUN Executive Director) พร้อมรับของที่ระลึกจาก Dra. Nawang Purwanti เจ้าภาพจัดการประชุม

Capability Building Program of Training for Trainers (ToT) Workshop

นอกจากนั้น ในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรห้องสมุดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUNILO) ในหัวข้อ“Library Portal Content Enrichment through Open Education Resources” ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หอสมุดมหาวิทยาลัยกัดจาห์มาดา สอนโดย Dr.Taufiq Abdul Gani จาก Universitas Syiah Kuala และ Ms. Melody Chin จาก Singapore Management University มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 37 คน ผู้เข้าร่วมประชุมจากมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 2 คน ได้แก่ นางสาวอุษณีย์ เพ็งเที่ยง หัวหน้างานพัฒนาทรัพยากรวารสาร และ นางสาวิตรี บุญปาลิต หัวหน้างานเผยแพร่ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัย

aunilo10.jpg

การอบรม Open Educational Resources (OER) ดังกล่าว มีเนื้อหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ นโยบายด้าน OER  และการรวบรวมแหล่งข้อมูล OER ที่สำคัญเพื่อให้บริการสำหรับห้องสมุด

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562

เจ้าภาพการประชุมได้นำผู้เข้าร่วมประชุม 15th AUNILO Meeting เดินทางไปทัศนศึกษา (Cultural Visit) ที่โบโรบูดูร์ หรือ บุโรพุทโธ (Borobudur Temple) พุทธสถานนิกายมหายาน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นพันกว่าปีในราวศตวรรษที่ 8-9 ถูกค้นพบและทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ตามโครงการ Borobudur Temple Restoration Project จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 592 ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO World Heritage) ในปี 1991 ต่อมาได้เริ่มกระบวนการอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุ ตามโครงการ Borobudur Conservation Archives ในฐานะ Memory of the World โดยความช่วยเหลือของ UNESCO และพันธมิตรกว่า 28 ประเทศ (รวมทั้งประเทศไทย) ใช้การบริหารจัดการระบบจัดเก็บและค้นคืนตามมาตรฐานของ International Council on Archives (ICA) และสร้างฐานข้อมูลเพื่อการจัดเก็บโดยใช้ซอฟแวร์ฟรีที่ชื่อว่า ICA-AtoM (Access to Memory)

เอกสารจดหมายเหตุทั้งหมดของ UNESCO Archives Database สามารถสืบค้นได้จาก UNESCO Archives AtoM Catalogue ที่เว็บไซต์ https://atom.archives.unesco.org และ UNESDOC Digital Library ที่เว็บไซต์ https://unesdoc.unesco.org/archives

aunilo11

aunilo12.jpg

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562

ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติ Adi Sucipto เมื่อเวลา 11:45 น. ด้วยสายการบิน AirAsia เที่ยวบิน AK347 ไปยังสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA 2) ประเทศมาเลเซีย จากนั้น เดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน FD320 ไปยังสนามบินนานาชาติดอนเมือง และถึงประเทศไทยเวลา 19:05  น.

ภาคผนวก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สมาชิกของห้องสมุดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUNILO)

ประกอบด้วยผู้แทนจากหอสมุดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จำนวน 30 แห่งจาก 10 ประเทศ มีรายนามดังนี้

  1. ราชอาณาจักรกัมพูชา
  • มหาวิทยาลัยภูมินทร์พนมเปญ (Royal University of Phnom Penh)
  • มหาวิทยาลัยภูมินทร์นิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ (Royal University of Law and Economics)
  1. เนอการาบรูไนดารุซซาลาม
  • มหาวิทยาลัยแห่งบรูไนดารุสซาลาม (Univerisiti Brunei Darussalam)
  1. ราชอาณาจักรไทย
  • มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University)
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University)
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Chiang Mai University)
  • มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University)
  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (Prince of Songkla University)
  1. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (พม่า)
  • มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง (University of Yangon)
  • มหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ (University of Mandalay)
  • สถาบันเศรษฐศาสตร์ย่างกุ้ง (Yangon Institute of Economics)
  1. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
  • มหาวิทยาลัยอาเตนีโอ เดอ มะนิลา (Ateneo de Manila University)
  • มหาวิทยาลัยเดอลาซาล (De La Salle University)
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ (University of the Phillippines)
  1. มาเลเซีย
  • มหาวิทยาลัยมาลายา (University of Malaya: UM)
  • มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซีย (Univesity Sains Malaysia: USM)
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย (Universiti Kebangsaan Malaysia: UKM)
  • มหาวิทยาลัยอุตรา มาเลเซีย (Universiti Utara Malaysia: UUM)
  • มหาวิทยาลัยปุตรา มาเลเซีย (Universiti Putra Malaysia: UPM)
  1. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (National University of Laos)
  1. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม นครโฮจิมินห์ (Vietnam National University, Ho Chi Minh City)
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม ฮานอย (Vietnam National University, Hanoi)
  • มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ (Can Tho University)
  1. สาธารณรัฐสิงคโปร์
  • มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (Singapore Management University: SMU)
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University: NTU)
  • มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS)
  1. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
  • มหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเชีย (Universitas Indonesia)
  • มหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา (Universitas Gadjah Mada)
  • สถาบันเทคโนโลยีบันดุง (Institut Teknologi Bandung)
  • มหาวิทยาลัยแอร์ลังกา (Universitas Airlangga)

 

 

ได้ MOOC Certificate ใบที่ 7 มาแล้ว

ห่างเหินการเรียน MOOC มานาน เพราะทำงานบริหารไม่มีเวลา (ใบที่ 6 เรียนเมื่อปี 2560) ใบนี้เป็นใบที่ 7 เป็นการเรียน Coursera ในวิชา AI for Everyone สอนโดย Prof. Andrew Ng (แอนดรูว์ อึ้ง) Adjunct Professor, Computer Science Department, Stanford University นักวิจัยด้าน AI & Machine Learning ระดับโลก หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Coursera และ Google Brain เคยทำงานให้ Baidu Research และปัจจุบันเป็นเจ้าของ deeplearning.ai

Screen Shot 2562-07-13 at 23.15.12.png

AI for Everyone เป็นวิชาที่ทุกคนควรหาโอกาสมาเรียน เพราะจะทำให้เข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยี AI ที่จำเป็นต่อโลกในอนาคต เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกันกับไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต
อาจารย์สอนสนุก พูดชัด เข้าใจง่าย ลำดับเนื้อหาได้ดีมาก ระยะเวลาเรียนกำหนดไว้ 4 Weeks ประกอบด้วย
  1. What is AI ?
  2. Building AI Projects
  3. Building AI In Your Company
  4. AI and Society

เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาที่เรียน ขอตัดข้อความจากบทสรุปที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ในบทสุดท้าย ดังนี้

In the first week, you learned about AI technology, what is AI and what is machine learning?  What’s supervised learning, that is learning inputs, outputs, or A to B mappings.  As well as what is data science, and how data feeds into all of these technologies? Importantly, you also saw examples of what AI can and cannot do.

 

In the second week, you learned what it feels like to build an AI project. You saw the workflow of machine learning projects, of collecting data, building a system and deploying it, as well as the workflow of data science projects. And you also learned about carrying out technical diligence to make sure a project is feasible, together with business diligence to make sure that  the project is valuable, before you commit to taking on a specific AI project.

 

In the third week,  you learned how such AI projects could fit in the context of your company.  You saw examples of complex AI products, such as a smart speaker, a self-driving car, the roles and responsibilities of large AI teams. And you also saw the AI transmission playbook, the five step playbook for helping a company become a great AI company.  I hope these materials throughout these first three weeks can help you brainstorm AI projects or think about how you might want to use AI in your company or in your organization.

 

In this week, week four, you learned about AI and society. You saw some of the limitations of AI beyond just technical limitations, and also learned about how AI is affecting developing economies and jobs worldwide.

 

You’ve learned a lot in these four weeks, but AI is a complex topic. So I hope you will keep on learning,  whether through additional online courses, through Coursera or deeplearning.ai, or books, or blogs, or just by talking to friends.

 

ห้องสมุด กับ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

บันทึกนี้ เป็นการสรุปแนวความคิดเรื่อง การพัฒนาห้องสมุดให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN 2030 Agenda โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ Libraries, Development and the United Nations 2030 Agenda ซึ่งจัดทำโดยสหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA) และอ้างอิงข้อมูลจากบทความเรื่อง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการของสหประชาชาติเพื่อโลกอนาคต ของ รศ.ดร. สยาม อรุณศรีมรกต เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของห้องสมุด และให้ห้องสมุดได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโลกใบนี้ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่และมีความยั่งยืนตลอดไป

IFLA.JPG        SDG

เป้าหมายที่ 1: NO POVERTY: End poverty in all its forms everywhere (การขจัดความยากจนทุกรูปแบบ) 

Libraries, by providing access to information and skills, help provide opportunities for
people to improve their own lives and support informed decision-making by governments, communities and others to provide services and support that reduce poverty and improve the prosperity of people everywhere.

เป้าหมายที่ 2: ZERO HUNGER: End hunger, achieve food security and improved
nutrition and promote sustainable agriculture (การขจัดความหิวโหย มีความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน)

Libraries including specialist agricultural libraries and extension services
provide access to research and data on crops, market information and
farming methods that supports resilient, productive agriculture.

เป้าหมายที่ 3: GOOD HEATLH AND WELL-BEGING : Ensure healthy lives
and promote well-being for all (การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี)

Medical libraries, hospital libraries and other libraries are essential providers of
access to medical research that supports improved public health outcomes. Public access to health information in all libraries helps people to be better informed about their own
health and to stay healthy

เป้าหมายที่ 4: QUALITY EDUCATION: Ensure inclusive and equitable quality
education and promote lifelong learning opportunities
for all (การศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียม ทั่วถึง และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

Libraries are at the heart of schools, universities and colleges in every country around
the world. Libraries support literacy programmes, provide a safe space for learning,
and support researchers to reuse research and data to create new knowledge.

เป้าหมายที่ 5: GENDER EQUALITY: Achieve gender equality and empower
all women and girls (ความเท่าเทียมทางเพศ ให้อำนาจแก่สตรีและเด็กหญิง)

Libraries support gender equality by providing safe meeting spaces, programmes
for women and girls on rights and health, and ICT and literacy programmes support
women to build their entrepreneurial skills.

เป้าหมายที่ 6:  CLEAN WATER AND SANITATION : Ensure access to water
and sanitation for all (การเข้าถึงการใช้น้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี)

เป้าหมายที่ 7: AFFORABLE AND CLEAN ENERGY: Ensure access to
affordable, reliable, sustainable and modern energy
for all (การเข้าถึง
พลังงานที่มั่นคงและสะอาด)

Libraries provide public access to information on water, energy usage and sanitation.
Many public and community libraries around the world are the only place where people
can get reliable access to light and electricity to read, study and apply for a job.

เป้าหมายที่ 8: DECENT WORK AND ECONOMIC GROWTH: Promote inclusive and sustainable economic growth, employment and decent work for all (การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ)

Public access to ICT and training at libraries enables people to apply for jobs. Skilled library staff can help people with online applications, writing support materials and finding the right job.

เป้าหมายที่ 9: INDUSTRY, INNOVATION, AND INFRASTRUCTURE: Built resilient infrastructure, promote sustainable industrialization and foster innovation (การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนและมีนวัตกรรม)

Libraries are at the heart of research and academic life. They provide access to high
speed Internet, research infrastructure and skilled professionals. In many countries,
public and educational libraries are the major or only providers of public internet access
at low or no cost, a critical means of increasing connectivity.

เป้าหมายที่ 10: REDUCED INEQUALITIES: Reduce inequality within and among
countries (การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ)

Equitable access to information, freedom of expression, freedom of association and assembly, and privacy are central to an individual’s independence. Libraries help to reduce inequality by providing safe, civic spaces open to all located in urban and rural areas across the world.

เป้าหมายที่ 11: SUSTAINABLE CITIES AND COMMUNITIES: Make
cities inclusive, safe, resilient and sustainable (การตั้งถิ่นฐานและชุมชนที่มีความยั่งยืน)

Libraries have an essential role in safeguarding and preserving invaluable documentary
heritage, in any form, for future generations. Culture strengthens local communities and
supports inclusive and sustainable development of cities

เป้าหมายที่ 12: RESPONSIBLE CONSUMPTION AND PRODUCTION (การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)

เป้าหมายที่ 13: CLIMATE ACTION: Take urgent action to
combat climate change and its impacts (การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสถาพภูมิอากาศ)

เป้าหมายที่ 14:  LIFE BELOW WATER: Conserve and sustainably use the oceans,
seas and marine resources (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเล)

เป้าหมายที่ 15:  LIFE ON LAND: Sustainable manage forests, combat desertification, halt and reverse land degradation, halt biodiversity loss  (การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางบก รักษาระบบนิเวศ ยับยั้งความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ)

Libraries are sustainable institutions; they share resources in the community and
internationally and ensure everyone has access to information. All libraries play
a significant role in providing access to data, research and knowledge that supports
informed research and public access to information about climate change, and a key role
in the preservation of indigenous knowledge – which includes local decision-making about fundamental aspects of life including hunting, fishing, land use, and water management.

เป้าหมายที่ 16:  PEACE AND JUSTICE STRONG INSTITUTIONS: Promote
just, peaceful and inclusive societies (การสร้างสังคมที่มีสันติสุข ยุติธรรม และมีสถาบันทางสังคมที่มีความเข้มแข็ง)

To realise access to information fully, everyone needs both access and skills to use
information effectively as outlined in the Lyon Declaration on Access to Information and
Development. 27 Libraries have the skills and resources to help governments, institutions and individuals communicate, organise, structure and use information effectively for development.

เป้าหมายที่ 17:  PARTNERSHIP FOR THE GOALS: Promote
just, peaceful and inclusive societies ( การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกระดับ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน)

Libraries provide a global network of community-based institutions ready to support national development plans locally and nationally, and a resource for improved decision-making.

report-cover-4

นอกจากนั้น สหพันธ์ระหว่างประเทศว่าด้วยสมาคมและสถาบันห้องสมุด (IFLA)  ร่วมกับ Technology & Social Change Group (TASCHA), University of Washington Information School ยังได้จัดทำรายงานที่มีชือว่า DA2I (Development and Access to Information) เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเข้าถึงสารสนเทศและห้องสมุดอย่างเสรี มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGFs) ได้อย่างไร สำหรับในรายงาน DA2I ปี 2017 จะเน้นการสนับสนุน SDGs 4 เป้าหมาย คือ เป้าหมายที่ 2 (Zero Hunger) เป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-being) เป้าหมายที่ 5 (Gender Equality) และเป้าหมายที่ 9 (Industry, Innovation and Infrastructure)

ห้องสมุดต่าง ๆ จากทั่วโลก สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้ง 17 ประการได้ โดยการส่งเรื่องเล่ากิจกรรมของตนในลักษณะ  SDG Storytelling เข้ามาในเว็บไซต์  IFLA Library Map of the World เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ของตนให้แก่ห้องสมุดอื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก

Capture.JPG

 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีห้องสมุด ในปี 2019

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมประชุม EBSCO Advisory Board Meeting 2019 ที่โรงแรมเชอราตัน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้บริหารหอสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากประเทศในแถบเอเซีย ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เลบานอน อินเดีย บังคลาเทศ และไทย เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันประมาณ 30 กว่าท่าน ได้เกร็ดความรู้และแนวโน้มใหม่ๆ ของห้องสมุด มาเล่าให้ฟัง ดังนี้ค่ะ

EBSCO.jpg

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของวารสาร จาก Subscription-based มาเป็น Open Access 

ความเคลื่อนไหวในระดับนโยบายที่สำคัญของแหล่งสนับสนุนทุนวิจัยในยุโรปและอเมริกา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบ Scholarly Communication เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโครงการของ EU science funding ได้แก่  Horizon 2020  (The EU Framework Programme for Research and Innovation) และ Horizon Europe (The next research and innovation framework programme: 2021-2027) รวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยระดับโลก ที่ให้การสนับสนุนแนวคิด open access ได้แก่ โครงการ  OA2020  และโครงการ Plan S ของ Science Europe นอกจากนั้น ในปี 2019 เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อกลุ่มมหาวิทยาลัย University of California (UC)  ทั้ง 10 campuses พร้อมใจกันประกาศยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และมีผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจาก UC มีผลงานวิจัยตีพิมพ์อยู่ในวารสาร ScienceDirect จำนวนมาก ปีละหลายหมื่นเรื่อง สาเหตุที่การเจรจาล้มเหลว เนื่องจาก UC ต้องการให้ผลงานวิจัยทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ที่ตีพิมพ์ใน ScienceDirect เปิดเสรีแบบ Open Access แต่ทาง Elsevier ไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม ทางหอสมุดมหาวิทยาลัย UC ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นอย่างดี โดยมีผู้นำในเรื่องนี้ คือ Jeffrey K. MacKie-Mason (University Librarian, Chief Digital Scholarship Officer, professor in UC Berkeley School of Information, Department of Economics) มีการประกาศนโยบาย Open Access Policies อย่างชัดเจน มีแผนปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานวิจัย และบริหารจัดการข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างครบวงจร ตามที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ Office of Scholarly Communication เรียกได้ว่าเป็น New Horizon เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม UC ไม่ใช่สถาบันแห่งเดียวที่ยกเลิกการบอกรับวารสาร ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ในปี 2015 ประเทศกรีซและประเทศรัสเซีย ไม่ต่ออายุการบอกรับ เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและราคาที่สูงมากเกินไป ปี 2016 ประเทศฟินแลนด์ เริ่มมีการ boycott  เมื่อปี 2018 ประเทศเยอรมนี ประเทศสวีเดน  ประเทศเปรู และประเทศไต้หวัน  ยกเลิกการบอกรับ และล่าสุดปี 2019 ได้แก่ University of California สหรัฐอเมริกา และประเทศนอร์เวย์ ยกเลิกการบอกรับ หลายประเทศประสบปัญหาในการเจรจากับ Elsevier รวมทั้งประเทศไทยซึ่งลดจำนวนการบอกรับลงไป ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ตอบข้อคำถามว่า แล้วนักวิจัยจะอยู่อย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่า ในยุคนี้ มีแหล่งข้อมูลจำนวนมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ที่นักวิจัยสามารถไปหาบทความฉบับเต็มได้  ด้วยการใช้เครื่องมือสืบค้นและดาวน์โหลดบทความจาก Online repositories ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น  Google Scholar, Unpaywall, Open Access Button, Sci-Hub เป็นต้น หรืออาจขอบทความจากผู้แต่งโดยตรงผ่าน ResearchGate, Academia.edu, Mendeley หรือใช้บริการ interlibrary loan ระหว่างห้องสมุด หรือซื้อบทความแบบ pay per view จากสำนักพิมพ์วารสาร

อย่างไรก็ตาม บริษัท Elsevier มีความพยายามจะรุกเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านคลังสารสนเทศสถาบัน (Institutional Repositories) ด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการของ SSRN (Social Science Research Network) และ Digital Commons ของ Bepress (ริเริ่มก่อตั้งโดย UC Berkeley) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้บริการ free, full-text scholarly articles จากคลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก  และให้บริการ API  (Application programming interface) เพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลจาก ScienceDirect ไม่ยัง Institutional Repositories ของสถาบัน

ระบบห้องสมุด Integrated library systems (ILS)Library services platforms (LSPs) 

จากรายงาน Library Systems Report 2018 ของ American Library Association (ALA) ซึ่งกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้สำหรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการบริการห้องสมุด พบว่า ระบบห้องสมุดอัตโนมัติหรือ Integrated library systems (ILS) แบบดั้งเดิม ที่มีลักษณะเป็น web-based interface และ client-server technologies มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเป็น Library services platforms (LSPs) ที่เป็น Software as a Service (SaaS) ทำงานบน Cloud ด้วย open source software และเปิดโอกาสให้ใช้ API  ในการเชื่อมโยงเพื่อทำงานต่อยอด โดยคำนึงถึง User Inteface (UI) / User Experience (UX) เป็นสำคัญ 

ระบบ ILS / LSPs ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • WorldShare Management Services (WMS) ของ OCLC ซึ่งจะทำงานร่วมกับ WorldCat, WorldShare interlibrary loan (ILL), และ Digby mobile app.  
  • FOLIO (The Future of Libraries is Open) ของ EBSCO
  • Alma ของบริษัท Ex Libris (ProQuest) ซึ่งเป็น cloud-based และใช้ metadata framework แบบใหม่ BIBFRAME แทน MARC, Dublin Core 
  • BLUEcloud LSP ของ SirsiDynix
  • Sierra ILS และ VTLS Open Skies ของ Innovative Interfaces
  • Koha – Open Source ILS ของ LibLime

ระบบเปิดอื่น ๆ ที่เป็น Open API และทำงานร่วมกับ FOLIO ภายใต้ Open Library Foundation ได้แก่  OLE (Open Library Environment), GOKb (The Global Open Knowledgebase),  ReShareVuFindCORAL (Electronic resource management system), EBSCO Knowledge Base Services (EBSCO API) อาทิ HoldingsIQ, LinkIQ, ResourceIQ, UsageIQ เป็นต้น

ระบบบริการ Discovery services แบบ Single Search ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • EBSCO Discovery Service (EDS) 
  • OCLC’s WorldCat Discovery Service (ของ OCLC)
  • Primo Central (ของ Ex Libris / ProQuest)
  • Summon (ของ ProQuest)

ระบบ Resource Access  / Authentication ที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่

  • IP address authentication
  •  EZProxy ของ OCLC
  • OpenAthens
  • OAuth / OpenID / OpenID Connect
  • Single sign-on (SSO) 
  • RA21 : Resource Access for the 21st Century

ระบบ Electronic Resource Management  (ERM) 

  • E-resource access and management services (ERAMS) 
  • CORAL – An Open Source Electronic Resource Management System
  • Telemetry (เทคโนโลยีการตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ)
  • Data Analytics (for Library impact and student outcomes)
  • DRM-Free eBooks (Digital Rights Management)
  • GOBI  : books & e-books acquisition tool การเลือกซื้อหนังสือใช้นโยบาย evidence based decision making / evidence-based collection development / evidence-based acquisition (EBA) และ Demand-Driven Acquisitions (DDA)

ระบบ Digital Preservation 

Research Workflows from 101 Innovations in Scholarly Communication

workflows-digital-science1

workflows-elsevier

workflows-microsoft2

workflows-open-science

 

หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้รับรางวัล G-Green ระดับดีเยี่ยม (ทอง)

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัล G-Green สำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม 2562 ดร.รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล ผู้อำนวยการหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ารับโล่รางวัล G-Green สำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (ทอง) จากพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในงานพิธีมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ประจำปี 2561 จัดโดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมรามากาเด้นส์ กรุงเทพมหานคร

green2.jpg

ตราสัญลักษณ์ G-Green เป็นรางวัลที่สนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานที่มีการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งครบ 12 ปีในปีนี้ มีหน่วยงานที่เข้ารับรางวัลระดับดีเยี่ยม (ทอง) จำนวน 90 แห่ง ระดับดีมาก (เงิน) จำนวน 67 แห่ง และระดับดี (ทองแดง) จำนวน 54 แห่ง จำแนกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. Green Production (การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (OTOP) ได้รับรางวัลดีเยี่ยม จำนวน 7 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 9 แห่ง และระดับดี จำนวน 8 แห่ง
  2. Green Hotel (โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) โรงแรมที่ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม จำนวน 23 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 32 แห่ง และระดับดี จำนวน 17 แห่ง
  3. Green Office (สำนักงานสีเขียว) สำนักงานที่ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม จำนวน 60 แห่ง ระดับดีมาก จำนวน 26 แห่ง และระดับดี จำนวน 29 แห่ง

นโยบายของสำนักงานสีเขียว (Green Office) คือ มุ่งเน้นให้สำนักงาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสำนักงาน ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า มีแนวทางในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณที่ต่ำด้วย

ส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้แก่ 1) สำนักงานอธิการบดี 2) หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และ 3) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

green5

ส่วนห้องสมุดมหาวิทยาลัยและสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว (Green Library Network) ที่ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้แก่  1) สำนักหอสมุดกลาง สถาบันเทคโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  2) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 3) หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และ 4) งานห้องสมุด กองบริการกลาง สำนักงานวิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

green6.jpg

เส้นทางสู่ความเป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล 

 1. นโยบายสนับสนุนการดำเนินงาน

มหาวิทยาลัยมหิดล มีนโยบายที่ชัดเจนมาก ในการเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์ (Eco University)  ส่งเสริมให้ทุกส่วนงานช่วยกันอนุรักษ์พลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน จนกระทั่งได้รับการจัดอันดับจาก UI GreenMetric World University Ranking ให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว อันดับที่ 1 ของประเทศไทย หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้ดำเนินการสนองนโยบายดังกล่าวของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเข้าร่วมเป็นเป็นสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว (Green Library Network)  ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างห้องสมุดต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อการพัฒนาการบริการความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีห้องสมุดที่เป็นสมาชิกเครือข่ายห้องสมุดสีเขียวจำนวนกว่า 50 แห่ง นอกจากนั้น หอสมุดและคลังความรู้ฯ ยังเป็น 1 ใน 10 ห้องสมุดนำร่อง ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว ประจำปี พ.ศ. 2559 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก และได้รับประทานเกียรติบัตรห้องสมุดสีเขียว จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมวิชาการของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ  เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560

mahidol-library-go-green

ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 หอสมุดและคลังความรู้ฯ ได้ก้าวต่อไปสู่การเป็นสำนักงานสีเขียว ชูคำขวัญ Mahidol Library Go Green Office ประกาศนโยบายการเป็นห้องสมุดสีเขียว (Green Library) และสำนักงานสีเขียว (Green Office) ใช้มาตรการต่างๆ ในการขับเคลื่อน จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ของบุคลากร มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป คือ สมัครเข้ารับการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) หรือสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2. ผลคะแนนที่ได้รับตามเกณฑ์ Green Office 7 ด้าน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 หอสมุดและคลังความรู้ฯ เข้ารับการตรวจประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมภายในสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 จากคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลปรากฎว่าได้คะแนนรวม 90.5

และเนื่องจากเป็นสำนักงานที่มีคะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป จึงได้รับการตรวจประเมินซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ต่อมา ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ได้รับหนังสือจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม แจ้งผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในระดับดีเยี่ยม (ทอง) ด้วยคะแนนร้อยละ 95.12 ซึ่งข่าวนี้สร้างความดีใจและภาคภูมิใจให้แก่บุคลากรชาวหอสมุดและคลังความรู้ฯ เป็นอย่างยิ่ง

3. จุดเด่นที่ทำให้ได้รับรางวัลในปีนี้

ข้อดีและจุดเด่นของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบโดยเขียนไว้ในรายงานผลการตรวจประเมิน ได้แก่ การมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นไปอย่างทั่วถึง มีการสื่อสารให้บุคลากรทราบและจดจำได้ง่ายด้วยคำขวัญ “Mahidol Library Go Green Office” มีการแต่งตั้นคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวเป็นอย่างดี มีการจัดประชุมโดยใช้ระบบ e-meeting การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ในการประชุมใช้ระบบบริการตนเอง ลดการใช้พลาสติก และมีนโยบาย No Foam โดยเด็ดขาด กิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำได้ดี ได้แก่ กิจกรรม 5ส กิจกรรม big cleaning day การซ้อมหนีไฟและระบบดับเพลิง โครงการปิดไฟทุกเที่ยงวัน MU Light Out จากสถิติย้อนหลัง 3 ปีพบว่า เจ้าหน้าที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาได้อย่างประหยัด มีการขนส่งแบบประหยัดพลังงาน โดยใช้จักรยาน รถราง มีบริการรถรับส่งหนังสือ Book Delivery Service วิ่งระหว่างเขต เพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของผู้ใช้บริการห้องสมุด เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกเป็นอย่างดี มีการใช้กระดาษ reuse พิมพ์เอกสาร 2 หน้า การคัดแยกขยะ recycle และนำไปจำหน่ายที่ธนาคารขยะของมหาวิทยาลัย มีการติดตั้งถังดักไขมันบริเวณที่ล้างภาชนะ บริเวณโดยรอบสำนักงานไม่มีมลพิษทางอากาศและเสียง  มีการดำเนินงานปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องในเรื่องความเข้มของแสงสว่างภายในห้องสมุดที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จัดทำโครงการ Happy Relax เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บุคลากรได้ใช้ประโยชน์และพักผ่อนหย่อนใจ รักษาความสะอาดและควบคุมสัตว์พาหะนำเชื้อ มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์โสตทัศนูปกรณ์และอุปกรณ์สำนักงานโบราณ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดีในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

green

ความสำเร็จดังกล่าว เกิดจาก ความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันของบุคลากรทุกคนในอาคารหอสมุดและคลังความรู้ฯ ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการพัฒนาปรับปรุงการทำงานในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ด้วยความรักองค์กร มีคณะทำงานและผู้นำกลุ่มที่มีความศรัทธาและมุ่งมั่นต่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างไมย่อท้อ และที่สำคัญคือ การมีพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์มากกว่า จากหน่วยงานภายนอกคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ และช่วยสอบทานการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ โดยเฉพาะ รศ.ดร. สยาม อรุณศรีมรกต รองคณบดีฝ่ายมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และคุณไพรัตน์ แดงเอม หัวหน้างานบริการกลางและยานพาหนะ กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี  เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ ซึ่งทางหอสมุดและคลังความรู้ฯ ขอขอบพระคุณทั้งสองท่าน มา ณ ที่นี้

4. จุดที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไป

แม้ว่า เจ้าหน้าที่ของหอสมุดและคลังความรู้ฯ จะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก แต่ยังดำเนินกิจกรรมได้ไม่ต่อเนื่อง และควรกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายให้เห็นผลชัดเจน การบันทึกปริมาณขยะยังไม่ครบถ้วนทุกประเภท และควรเพิ่มกลยุทธ์ในการสื่อสารกับนักศึกษาและผู้ใช้บริการห้องสมุดในการทิ้งขยะอย่างถูกต้อง ปรับปรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารมากขึ้น เช่น ใช้ solar cell ปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศภายในห้องโถง พื้นที่ทำงาน และพื้นที่บริการนักศึกษา ให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนหลอดไฟ LED เพื่อประหยัดพลังงานและให้มีความเข้มของแสงที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงทั้งอาคาร

5. นโยบาย ทิศทาง และโครงการที่จะทำต่อไปในอนาคต

สนับสนุน ส่งเสริม และเชิญชวนให้ห้องสมุดคณะ/สถาบันทุกแห่งของมหาวิทยาลัยมหิดล (ทั้งในสังกัดและนอกสังกัดของหอสมุดและคลังความรู้ฯ) เข้าร่วมโครงการห้องสมุดสีเขียว (Green Library) และก้าวต่อไปจนถึงสำนักงานสีเขียว (Green Office) ให้ได้ทุกห้องสมุด วางแนวทางเพื่อให้ความเป็นสำนักงานสีเขียวของหอสมุดและคลังความรู้ฯ ประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน โดยการรณรงค์ให้บุคลากรทุกคนตระหนักรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า จัดการขยะของเสียอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ส่วนในระดับองค์กร หอสมุดและคลังความรู้จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และติดตามตัวเลขสถิติผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมให้มีปริมาณต่ำ เป้าหมายที่หอสมุดและคลังความรู้ฯ จะดำเนินการต่อไป คือ การก้าวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 และมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 90001:2015

6. ฝากทิ้งท้าย
การได้รับรางวัล G-Green ระดับดีเยี่ยม (ทอง) เป็นกำลังใจอย่างยิ่งต่อชาวหอสมุดและคลังความรู้ฯ ทุกคน  โดยส่วนตัวเห็นว่า ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) ที่ช่วยเหลือกันระหว่างส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล และระหว่างเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยประคับประคองกัน ทำให้สามารถพากันก้าวไปสู่ความเป็นสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อมในระดับดีเยี่ยม (ทอง) ได้สำเร็จ และก้าวต่อไปสู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ตามที่มุ่งหวัง

และที่สำคัญคือ หวังให้บุคลากรและนักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ตั้งปณิธานไว้ว่าจะเป็นปัญญาของแผ่นดิน (Wisdom of the Land) สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตระหนักถึงการกระทำของเราที่อาจมีผลกระทบต่อโลกทั้งทางตรงและทางอ้อม มาช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก มาช่วยกันรักษาโลกใบนี้ไว้ ให้เป็นโลกที่น่าอยู่น่าอาศัยตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนีฝุ่น pm 2.5 ไประยอง

บ่ายวันพุธที่ 30 มกราคม 2562  ได้มีการประกาศหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในบรรยากาศทั่วไป เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินมาตรฐาน (50 ไมโครกร้มต่อลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  และคาดว่าในอีก 2-3 วันข้างหน้า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากฝนไม่ตก และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในบรรยากาศอย่างต่อเนื่องมากเกินไป

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และบริเวณโดยรอบ ทั้งกรุงเทพฯและนครปฐม มี pm 2.5 เกินมาตรฐานด้วยเช่นกัน  ทำให้สุขภาพของบุคลากรและนักศึกษาเริ่มแย่ มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ  แม้จะพยายามใช้หน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละอองแล้วก็ตาม เมื่อใช้ Air4Thai app. ตรวจสอบ ปรากฎวงสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และวงสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ทั่วทั้งภาคกลาง อย่างไรก็ตาม สังเกตว่า มีจังหวัดเดียวในเขตภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ที่เป็นวงสีเหลือง (คุณภาพดีปานกลาง) คือ จังหวัดระยอง ดังนั้น ภายหลังจากมีการประกาศหยุดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานเป็นเวลา 2 วัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจอพยพออกจากกรุงเทพฯ และศาลายา ขับรถมุ่งหน้าไประยอง เนื่องจากเริ่มมีอาการทางเดินหายใจติดขัด และอาการภูมิแพ้กำเริบบ้างแล้ว

2    3.JPG

การเดินทางจากศาลายา ใช้ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี และเลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอก มุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 9 เข้าสู่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ไปยังจังหวัดชลบุรี สังเกตว่า ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 ก็ยังสูงต่อเนื่องไปจนถึงบางแสน ศรีราชา ชลบุรี ใน Air4Thai app. ยังปรากฏเป็นวงสีส้มเช่นเดิม จากชลบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระยอง ด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (บายพาส ถนนเลี่ยงเมืองพัทยา-ระยอง) หรืออาจจะใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท บางนา-ตราด) หรือ 318 เดิมก็ได้ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ หาดแม่รำพึง และหินขาว ซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลตะพงและตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  เมื่อตรวจสอบค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. ที่ตำบลตะพง พบว่ามีฝุ่นละอองในอากาศน้อย ปรากฎเป็นวงสีเขียว ( หมายถึงคุณภาพอากาศดี)

3.PNG    4.PNG

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ตรวจสอบอากาศยามเช้าริมชายหาดอีกครั้ง พบว่า ค่า pm 2.5 ใน Air4Thai app. อยู่ในระดับต่ำ เป็นวงสีฟ้า ซึ่งหมายถึงคุณภาพอากาศดีมาก บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้

จากนั้นได้ขับรถไปตามเส้นทางเลียบชายหาด ไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้ ได้แก่ ตลาดโบราณบ้านเพ ตลาดกลางผลไม้ตะพง ตลาด 100 เสา (ตลาดสินค้าครบวงจรเทศบาลบ้านเพ) หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน บ้านก้นอ่าว สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และขึ้นเรือ Speed Boat ข้ามไปยังหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด นอกจากนั้น ยังขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 3 (สุขุมวิท-เมืองระยอง) เข้าไปสำรวจภายในตัวเมืองด้วย พบว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี อาคารร้านค้าทันสมัย บ้านเมืองเจริญ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหารทะเลและผลไม้ และมีอากาศดี ฝุ่นละออง pm 2.5 อยู่ในระดับต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพ — วันหลังจะหาโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งค่ะ

หินขาว หาดแม่ระพึง6

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง11

หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด12 

บนเรือข้ามฟากจากบ้านเพ ไปเกาะเสม็ด ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร13

หาดแม่พิมพ์ หาดสวนสน15

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด