หอสมุดมหิดล เตรียมพร้อมรับการประเมิน Green Office

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล  เตรียมพร้อมเข้ารับการประเมิน เพื่อขอรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว (Green Office Standard) จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็น  “สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่จะถีงนี้

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.li.mahidol.ac.th/greenoffice/

green.jpg

เกณฑ์การตรวจประเมิน มี 7 หมวด ดังนี้

  • หมวดที่ 1 การบริหารจัดการองค์การ
    • 1.1 นโยบายสิ่งแวดล้อม
    • 1.2 การระบุประเด็นและการประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร
    • 1.3 กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
    • 1.4 หน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่
    • 1.5 การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
  • หมวดที่ 2 การดำเนินงาน
    • 2.1 การสื่อสารและการฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
    • 2.2 การจัดประชุมและนิทรรศการ
    • 2.3 ความสะอาดและความเป็นระเบียบในสำนักงาน
    • 2.4 การขนส่งและการเดินทาง
    • 2.5 การเตรียมพร้อมตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉิน
  • หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร
    • 3.1 การใช้พลังงาน
    • 3.2 การใช้น้ำ
    • 3.3 ทรัพยากรอื่น ๆ
  • หมวดที่ 4 การจัดการของเสีย
    • 4.1 การจัดการของเสียในสำนักงาน
    • 4.2 การจัดการน้ำเสียในสำนักงาน
  • หมวดที่ 5 สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกสำนักงาน
    • 5.1 อากาศ
    • 5.2 แสง
    • 5.3 เสียง
    • 5.4 ความน่าอยู่
  • หมวดที่ 6 การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ และการจัดจ้างในสำนักงาน
    • 6.1 การจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • 6.2 การจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • หมวดที่ 7 การประเมินประสิทธิภาพและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
    • 7.1 โครงการและกิจกรรมที่นำไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
    • 7.2 การจัดการก๊าซเรือนกระจก

office.jpg

กิจกรรมสำคัญ สำหรับหมวด 2.3 ความสะอาดและความเป็นระเบียบในสำนักงาน คือ การทำกิจกรรม 5 ส หรือ 5 S ซึ่งประกอบด้วย

  1. สะสาง (Seiri เซริ)
  2. สะดวก (Seiton เซตง)
  3. สะอาด (Seiso เซโซ)
  4. สุขลักษณะ (Seiketsu เซเคทซึ)
  5. สร้างนิสัย (Shitsuke ซีทซึเคะ)

 

Advertisements

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 2)

AUNILO เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ASEAN University Network (AUN) จำนวน 30 แห่งจาก 10 ประเทศ จัดการประชุมมาแล้วอย่างต่อเนื่อง นับเป็นปีที่ 14 โดยแต่ละประเทศสลับกันเป็นเจ้าภาพ

ปีที่แล้ว (2017) เจ้าภาพจัดการประชุมคือ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย เว็บไซต์ของงานประชุมอยู่ที่ http://www.li.mahidol.ac.th/AUNILO2017/

ปีนี้ (2018) เจ้าภาพจัดการประชุมคือ Can Tho University Learning Resource Center มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม เว็บไซต์ของงานประชุมอยู่ที่ http://storage.lrc.ctu.edu.vn/aunilo2018/

 

DSCF5098

cantho2

เกร็ดความรู้ที่ได้รับจากการไปเข้าร่วมประชุม 14th AUNILO Meeting แบบสั้น ๆ โดยสรุป มีดังนี้

  • เรื่องราวของเครือข่าย AUNILO สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์หลักของ AUNILO ที่ URL
  • https://aunilosec.blog/
  • AUNILO ได้รวบรวมรายชื่อระบบคลังสารสนเทศสถาบัน (AUNILO Institutional Repository Discovery Service) ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก เพื่อให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไป อยู่ที่เว็บไซต์  http://aunilo.uum.edu.my/
  • AUNILO Secretariat  รับผิดชอบโดยทีมของห้องสมุดมหาวิทยาลัย Universiti Sains Malaysia (USM) ประเทศมาเลเซีย มายาวนานนับ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2009-2018) ในปีหน้า 2019 จะเปลี่ยนมือเป็นทีมของห้องสมุดมหาวิทยาลัย University of the Philippines Diliman ประเทศฟิลิปปินส์
  • ในปีนี้ Theme ของการประชุมคือ Digital Scholarship in Academic Libraries ซึ่งถือเป็นความท้าทายของห้องสมุดมหาวิทยาลัยอย่างยิ่ง แต่ละประเทศได้นำเสนอ Country Report เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ถึงแนวทางในการพัฒนาระบบบริการและปรับปรุงบทบาทของห้องสมุดในด้านต่าง ๆ  แต่ละประเทศได้นำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Scholarship มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ Digital Resources, Digital Literacy, Digital Curation and Preservation, Digital Collections, Institutional Repository, E-Learning/MOOCs, Digital Authoring (เช่น Blogs และ Social Media ต่าง ๆ), Digital Publishing/Knowledge Production (เช่น University Press, Journal Publishing), Digital Humanities, Data Visualization, Data Science และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ที่ประทับใจคือ ประเทศอินโดนีเซีย มีระบบบริการระดับชาติ ที่สำคัญ ได้แก่ ระบบ Indonesia One Search http://www.onesearch.id พัฒนาระบบโดยหอสมุดแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบบ Science and Technology Index (SINTA)  http://sinta2.ristekdikti.go.id พัฒนาโดยกระทรวงการวิจัย เทคโนโลยี และอุดมศึกษา (Ministry of Research, Technology and Higher Education) และระบบ Indonesia’s Research Repository https://www.neliti.com พัฒนาโดยหอสมุดแห่งชาติร่วมกับ สถาบัน Indonesian Institute of Sciences และ The Conservation
  • ส่วนห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่มีแนวคิดกว้างไกลกว่าใคร .. แน่นอน คือ NUS, NTU, SMU จากประเทศสิงคโปร์ เขาแนะนำให้รู้จักเว็บไซต์ DIRT Directory https://dirtdirectory.org/ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมรายชื่อ Digital Research Tools ต่างๆ ที่ใช้ในงานทางวิชาการ ที่สิงคโปร์เน้นในเรื่องของการให้ความรู้ด้าน Digital Literacy และการสร้าง Data Repository, Digital Humanties ค่อนข้างมาก มีการสร้างระบบบล็อกที่ใช้ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย Blogs@NTU มีการจัดอบรมและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาในเรื่อง Data Mining, Data Management การสอน GIS/Web/Network/Data Visualization ด้วย ArcGIS, Gephi Python, d3.js Javascript Library และการสอนวิธี Clean data ด้วยโปรแกรม OpenRefine ในห้องสมุด ถือเป็นเรื่องธรรมดา
  • ประเทศกัมพูชา นำเสนอวารสารออนไลน์ Cambodian Journal of Natural History ซึ่งเป็นวารสารเดียวของประเทศ ที่ปรากฎอยู่ในฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) และนำเสนอระบบ E-learning บน EdX platform ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Royal University of Law and Economics (RULE) จัดทำขึ้น โดยได้รับความรู้จากการอบรม MOOC ในการประชุม 13th AUNILO Workshop เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล
  • หลังจากจบการประชุม 14th AUILO Meeting ในวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2561 แล้ว วันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวัน Cultural Visit เจ้าภาพพาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ๆ ของเมืองเกิ่นเทอ เพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ได้แก่ ตลาดน้ำไคราง (Cai Rang Floating Market) โรงงานทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเวียดนามที่เรียกว่า Hutieu วัดพุทธนิกายมหายาน Thien Vien Truc Lam Phuong Nam กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน Con Son Tourism Community อาทิ นั่งเรือไปยังเรือนแพกลางแม่น้ำโขงซึ่งทำอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เดินข้ามท้องร่องเพื่อไปเก็บเงาะในสวน รับประทาน snack พื้นถิ่นของชาวเวียดนาม และชิมชาใบสาเก เป็นต้น
  • ส่วนวันที่ 5 กรกฎาคม มีการฝึกอบรม AUNILO Workshop ภายใต้หัวข้อเรื่อง “Digital Scholarship: A Redefined Role of Librarians in Research Support
  • ท่านที่สนใจ Digital Scholarship หรือวงจรชีวิตของการสื่อสารทางวิชาการและการวิจัย ที่อะไรๆ ก็กลายเป็น digital สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น

Cantho

ในอนาคต ห้องสมุดจะมีบทบาทอย่างไร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงการวิชาการในยุคดิจิทัล (Data Scholarship ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Open Science, Research Workflow, Copyright issues in Research Data Management, Research Marketing & Tracking Social Impact of Research with Alternative Metrics, New Student-centered Learning Pedagogy, Blockchain for Scholarly Communication ฯ ล ฯ

พบกันใหม่ในปีหน้า ในงานประชุม 15th AUNILO Meeting  ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia) กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเชีย

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 1) ]

 

 

 

 

 

ไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เวียดนาม (ตอนที่ 1)

เมื่อปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 13th AUNILO Meeting หรือการประชุม Libraries of ASEAN University Network ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2560 — มาปีนี้ มหาวิทยาลัยเกิ่นเทอ (Can Tho) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  รับเป็นเจ้าภาพ

ต่อไปนี้เป็นบันทึกการเดินทางไปประชุม 14th AUNILO Meeting ที่เมือง Can Tho ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2561 ในฐานะผู้บริหารห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็น 1 ใน 30 สมาชิกเครือข่าย ASEAN University Network (AUN)

เดินทางเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG550 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินเติ่นเซินเญิต (Tan Son Nhat) เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (ค่าเครื่องบินไปกลับราคา 5,720 บาท) จากนั้น เดินทางต่อไปยังเมือง Can Tho (เกิ่นเทอ) ซึ่งเป็น 1 ใน 13 จังหวัด ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) มีแม่น้ำ 7 สายไหลรวมก่อนไหลออกสู่อ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ เมืองเกิ่นเทออยู่ทางทิศใต้ ประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง จองห้องพักไว้ที่ริมแม่น้ำโขง Ninh Kieu Riverside Hotel ในราคา 3 คืน US$158.40 หรือประมาณ 5,224 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ 1 ดงเวียดนาม (Vietnamese dong: VND)  เท่ากับ 0.0015 บาท ดังนั้น ธนบัตรเวียดนามที่เขียนว่า 500.000, 100.000, 50.000, 10.000 คิดเป็นเงินไทยคือ 750, 150, 75, 15 บาท เป็นต้น สถานที่อันเลื่องชื่อของเมืองเกิ่นเทอ คือ ตลาดน้ำขายส่งสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า ไคราง (Cai Rang) และแหล่งประมงเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดนานาชนิด ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี และนักลงทุนจากประเทศไทยได้ไปทำการค้าที่นั่นด้วย

cantho1

สำหรับ Theme ของการประชุมในปีนี้คือ “Digital Scholarship Trends in Academic Libraries” จัดขึ้นที่ Can Tho University Learning Resource Center

DSCF5098

 

 

 

 

 

ไปอบรมเรื่อง Imagine Your Library’s Future

เป็นที่ทราบกันดีว่า  มหาวิทยาลัยมหิดล  มีโครงการที่จะสร้างหอสมุดและคลังความรู้ฯ แห่งใหม่ บนพื้นที่แห่งใหม่ในศาลายา ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างเร็วๆ นี้ เพื่อให้เป็น Learning Space สำหรับนักศึกษา ห้องสมุดในอนาคตควรมีรูปแบบเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องศึกษาแนวโน้มห้องสมุดทั่วโลกเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับมหาวิทยาลัยของเรา  เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 : อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดงาน TK Forum 2018 หัวข้อ “Creating Better Library: The Unfinished Knowledge” ที่โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้ารับการอบรมเชิงปฎิบัติการ (International Workshop) หัวข้อ Imagine Your Library’s Future ตลอดทั้งเช้าและบ่าย ได้รับความรู้มากมาย  จึงขอนำเอาบางประเด็นมาแบ่งปันผ่านบล็อก Mahidol Library KM  ดังนี้

เรื่องที่ 1 : Scenario Planning for Libraries and Information Organization” โดย Steve O’Connor บรรณาธิการวารสาร Library Management หนังสือ Library Management Disruptive Times และผู้แต่งหนังสือเรื่อง  Imaging Your Library’s Future

Screen Shot 2561-02-14 at 19.36.36                    Screen Shot 2561-02-14 at 19.44.14

ในยุค Disruptive Technology ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต Steve O’Connor นำเสนอเครื่องมือที่เรียกว่า การวางแผนด้วยสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) เพื่อใช้ในการกำหนดภาพลักษณ์ของห้องสมุดในอนาคต จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า มโนทัศน์เกี่ยวกับห้องสมุด ยังคงเป็น “หนังสือ” Brand ของห้องสมุด ยังคงเป็น “หนังสือ” ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อบรรณารักษ์ สูงขึ้นทุกปี แม้ว่า บรรณารักษ์ไม่ใช่จุดเริ่มต้นในการค้นคว้าหรือขอความช่วยเหลือ แต่เป็น google search engine ห้องสมุดใช้งบประมาณในการจัดซื้อเนื้อหาดิจิทัลมากขึ้น โมเดลธุรกิจของห้องสมุดเปลี่ยนแปลงไปเดิม การวางแผนสร้างสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) จะเป็นแนวทางช่วยในการกำหนดอนาคตของห้องสมุดได้ อนาคตนิยม (Futurism) คือการตระหนักว่าชีวิตนั้นเปลี่ยนแปลงได้ และต้องเปลี่ยนแปลง ทางเลือกมีอยู่เสมอ การวางแผนสร้างสถานการณ์จำลอง (Scenario Planning) ไม่เชิงเป็นการวางแผนกลยุทธ์  (Strategic Planning) แบบที่เรารู้จัก เพราะเป็นทางเลือกเชิงจินตนาการ และเชิงสร้างสรรค์ ต้องอาศัยมโนทัศน์ด้านความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ความไม่แน่นอน ให้สร้างสถานการณ์จำลองห้องสมุดที่พึงประสงค์ รูปแบบต่างๆ ขึ้นมาสัก  2-3 แบบ เพื่อทำการศึกษาผลกระทบในแง่มุมต่างๆ ก่อนตัดสินใจเลือกว่าจะเดินไปทางทิศใดในอนาคต

เรื่องที่ 2 :  “Future Libraries: Transforming Libraries from Physical Space to Active Learning Space” โดย Andrew Harrison ผู้แต่งหนังสือ Designing for the Changing Educational Landscape

Screen Shot 2561-02-14 at 20.59.46.png

การสร้างพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ของชุมชน / การสร้างชุมชนที่มีการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง

จินตนาการถึงห้องสมุดที่สมบูรณ์แบบ (Imagine your perfect library) และตอบคำถาม 4 ข้อ ต่อไปนี้

  1. Describe the future library experience you want to create
  2. What will make people want to come to your library ?
  3. What are the biggest challenges in making this happen ?
  4. Who could you partner with to make this vision a reality?

ห้องสมุดแห่งอนาคต เป็นการสร้างชุมชนที่มีการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง (learning-centerd communities) จะต้องคำนึงถึงการบรรจบกัน ระหว่างพื้นที่เชิงกายภาพ (Physical Space) และพื้นที่เสมือน (Virtual Space)   มีพื้นที่เพื่อการประดิษฐ์  (Marker Spaces)  เป็นพื้นที่ผสม (Hybrid Spaces) เนื่องจากอาณาเขตระหว่างการเรียนรู้ การทำงาน การดำเนินชีวิต และกิจกรรมสันทนาการ กำลังพร่าเลือนจางลงไป

Andrew ได้แนะนำห้องสมุดที่น่าสนใจ ทั้งด้านการออกแบบและจัดกิจกรรม อาทิ

The Seattle Public Library / Amsterdam Central Library / YOUmedia Chicago Public Library / The Hive, Worcester / Taylor Family Digital Library / University of Melbourne, Learning Hub / British Library

เรื่องที่ 3 :  “How to Apply the Four Spaces Model to Change Your Library” โดย Rolf Hapel ผู้อำนวยการงานบริการประชาชนและห้องสมุด Dokk1 ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของประเทศเดนมาร์ก ที่มีประชากรเพียง 3.3 แสนคน แต่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการได้ถึง 1.3 ล้านคนต่อปี (#dokk1 ใน Instagram) เจ้าของรางวัลระดับโลก IFLA’s Public Library of the Year 2016

Screen Shot 2561-02-14 at 21.50.05.png

องค์ประกอบของความสำเร็จคือ  “การมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการในการออกแบบห้องสมุด” และ การสร้างวัฒนธรรมเมกเกอร์  (Maker Culture) ในห้องสมุด ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ในอนาคตหนังสือจะยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรู้หรือไม่ แต่ มนุษย์ เป็นปัจจัยที่ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนสื่อ กิจกรรม และพื้นที่ เป็นตัวแปร ซึ่งต้องคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เป็นหลัก เป็นการออกแบบห้องสมุดที่สอดคล้องตามความต้องการของมนุษย์ และสอดคล้องกับยุคดิจิทัลของโลกภายนอก

Rolf Hapel แนะนำให้รู้จัก 4-room Model  (Four Spaces Model) และ Mash-up Library ที่เขาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาห้องสมุดประชาชน Dokk1

The four spaces – a new model for the public library : การออกแบบพื้นที่ในห้องสมุด ตามหลักการ 4-room model (Dorte Skot-Hansen, et al. 2012) การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องสมุดให้คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอย 4 ประเภท ได้แก่  (1) พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ inspiration space (2) พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ learning space (3) พื้นที่เพื่อการพบปะสังสรรค์ meeting space และ (4) พื้นที่เพื่อการแสดงออก performative space ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุน  4 เป้าหมาย ได้แก่ (1) experience (2) involvement (3) empowerment และ (4) innovation

จากนั้น เมื่อออกแบบห้องสมุดเสร็จแล้ว ให้ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  1. USERS / BEHAVIOR: Who will typically come and how do they behave?
  2. SPACES: What type of spaces are needed? Open/Closed? Next to…
  3. MATERIALS AND FURNITURE: What type of furniture it require? Special materials?
  4. CREATE A PERSONA: (ผู้ใช้บริการที่พึงปรารถนา) – his/her story, and use your persona

Mash-up Library ห้องสมุดที่ใช้วิธีผสมผสานกิจกรรมต่างๆ จากคู่ความร่วมมือ (Partners) ที่หลากหลาย

Screen Shot 2561-02-14 at 21.53.17.png

Screen Shot 2561-02-14 at 21.13.38

ผู้สนใจรายละเอียด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://tkforum.tkpark.or.th และหนังสือ “กล่อง : โลกห้องสมุด โลกการเรียนรู้ โลกประสบการณ์”

 

 

 

การบริหารองค์กรแบบ Performance Excellence

เกณฑ์คุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award) กำหนดไว้ว่า องค์กรที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศ จะต้องบริหารจัดการองค์ประกอบทั้งหมดขององค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วย ค่านิยมและแนวคิดหลัก 11 ประการ ที่ผู้บริหารองค์กรควรใส่ใจ นั่นคือ

1. นำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์ 2. มีมุมมองเชิงระบบ 3. มุ่งเน้นลูกค้า 4. ให้ความสำคัญกับบุคลากร 5. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และมีความคล่องตัว 6. มุ่งเน้นความสำเร็จ 7. บริหารจัดการเพื่อนวัตกรรม 8. บริหารจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง 9. รับผิดชอบต่อสังคม 10. มีจริยธรรมและความโปร่งใส 11. ส่งมอบคุณค่าและผลลัพธ์ให้แก่ลูกค้า

Screen Shot 2561-02-11 at 15.58.33.png

และต้องตอบคำถาม 3  ข้อนี้ให้ได้ กล่าวคือ

  1.  องค์กรดำเนินการได้ดีอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่
  2. องค์กรรู้ได้อย่างไร
  3. องค์การควรปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง ด้วยวิธีการอย่างไร

การดำเนินการขององค์กร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของกระบวนการ (Process) และส่วนของผลลัพธ์ (Result)

กระบวนการ (Process) เป็นวิธีการต่างๆ ที่องค์กรใช้เพื่อทำให้งานสำเร็จ กระบวนการที่มีประสิทธิภาพจะต้องใช้หลัก A-D-L-I  ในการประเมิน 4 มิติ นั่นคือ

  1. Approach (มีแนวทางหรือวิธีการ)
  2. Deploy (ถ่ายทอดแนวทางสู่การปฏิบัติ)
  3. Learning (เรียนรู้ ประเมินและปรับปรุง แบ่งปันภายในองค์กร และเกิดองค์ความรู้ใหม่ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม)
  4. Integration (บูรณาการกระบวนการและการปฏิบัติการต่าง ๆ ให้ประสานสอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร)

ผลลัพธ์ (Result) ของกระบวนการ ประเมินผล 4  มิติ คือ  LeTCI 

  1. Level (ระดับ ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด)
  2. Trend (แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ ดีขึ้น เหมือนเดิม หรือแย่ลง)
  3. Comparison  (ผลการดำเนินการเปรียบกับคู่เทียบ)
  4. Integration (บูรณาการ ติดตามผลลัพธ์ที่สำคัญ พิจารณาความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และใช้ผลลัพธ์เพื่อการตัดสินใจ)

Screen Shot 2561-02-11 at 21.42.28.png

เกณฑ์การประเมินประกอบด้วย  7 หมวด ได้แก่
หมวด  1 การนำองค์กร (Leadership)
1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (Senior Leadership)
1.2 การกำกับดูแลองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม (Governance and Societal Responsibilities)
หมวด 2 กลยุทธ์ (Strategy)
2.1 การจัดทำกลยุทธ์ (Strategy Development)
2.2 การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation)
หมวด 3 ลูกค้า (Customer)
3.1 เสียงของลูกค้า (Voice of the Customer)
3.2 ความผูกพันของลูกค้า (Customer Engagement)
หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis, and Knowledge Management)
4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการขององค์กร (Measurement, Analysis, and Improvement of Organizational Performance)
4.2  การจัดการสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (Information and Knowledge Management)
หมวด 5 บุคลากร (Workforce)
5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร (Workforce Environment)
5.2 ความผูกพันของบุคลากร (Workforce Engagement)
หมวด 6 การปฏิบัติการ (Operations)
6.1 กระบวนการทำงาน (Work Processes)
6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ (Operational Effectiveness)
หมวด 7 ผลลัพธ์ (Results)
7.1 ผลลัพธ์ด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการ (Product and Process Results)
7.2 ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า (Customer-focused Results)
7.3 ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นบุคลากร (Workforce-focused Results)
7.4 ผลลัพธ์ด้านการนำองค์กรและการกำกับดูแลองค์กร (Leadship and Governance Results)
7.5 ผลลัพธ์ด้านการเงินและตลาด (Financial and Market Results)

รายงานประจำปี 2559 หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 :  เล่มรายงานประจำปี 2559  ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (PDF) ขณะนี้จัดทำเสร็จแล้ว ผู้สนใจสามารถ download ได้ที่นี่ค่ะ https://goo.gl/HKrpVi

cover

เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics)

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ได้ไปร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 8th A-LIEP Conference / The 19th ICADL Conference ที่จัดขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง Decision Making in the New Normal โดย รศ.ดร. ชโยดม สรรพศรี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้รับความรู้เกี่ยวกับวิชาใหม่ ที่มีชื่อว่า เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) เป็นการใช้หลักวิชาจิตวิทยาร่วมกับหลักเศรษฐศาสตร์ ในการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ซึ่งในปัจจุบันมีความเป็นปัจเจกสูง การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ มีทั้งใช้เหตุผล (Rational) และไม่มีเหตุผล (Irrational Behavior) และตัดสินใจแบบ Thinking Fast โดยใช้ Heuristics (ภาษาไทย เรียกว่า วิทยาการศึกษาสำนึก) มีการใช้เทคโนโลยีในการสร้างเครือข่ายทางสังคม  (Social Network) กันอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดร่องรอยของ Digital Footprint และให้เกิดวิธีการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ แบบใหม่ ที่เรียกว่า “Big Data” นอกเหนือจากการใช้วิธี  Experimental Economics แบบดั้งเดิม

นอกจากนั้น วิทยากรยังได้แนะนำให้รู้จัก ทฤษฎี 6D’s of Exponential Technology ของ Steven Kotler และ Peter Diamandis (ผู้เขียนหนังสือ  BOLD) ซึ่งได้กล่าวถึงปฏิกิริยาลูกโซ่ของกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยี ไว้ดังนี้

Screen Shot 2560-11-13 at 8.55.42 PM  Screen Shot 2560-11-13 at 9.50.08 PM

  1. Digitized : ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ข้อความ  ฯลฯ กลายสภาพเป็นดิจิทัล
  2. Deceptive : ในระยะเริ่มต้นการเติบโตจะช้า ทำให้หลงเข้าใจผิด คิดว่าเทคโนโลยีเดิมจะยังคงอยู่ เทคโนโลยีใหม่ไม่สามารถทดแทนได้
  3. Disruptive : เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีใหม่ พัฒนาจะแบบ Exponential Growth และเติบโตก้าวกระโดด แซงเทคโนโลยีเดิม
  4. Demonetized : เงินเริ่มไม่มีความหมาย เทคโนโลยีใหม่ให้บริการฟรี เทคโนโลยีเดิม ขายไม่ได้ เลิกใช้งาน
  5. Dematerialized : อุปกรณ์ไม่มีความหมาย เทคโนโลยีเดิมที่เคยแยกเป็นอุปกรณ์ประเภทต่างๆ จะหายไป กลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ ชนิดที่เรียกว่า มือถือเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่าง
  6. Democratized : เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นดิจิทัล ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงได้มากขึ้น อำนาจจึงไม่ได้ผูกขาดอยู่เพียงแค่รัฐบาล หรือองค์กรขนาดใหญ่แต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป

การประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ในการแก้ปัญหาความยากจน

วิทยากรแนะนำให้ดูวิดีโอ  TED TALK เรื่อง Applied Behavioral Economics ของนักเศรษฐศาสตร์ Esther Duflo จาก MIT พูดถึงงานวิจัยของเธอที่ประยุกต์ใช้ Behavioral Economics มาเป็น Development Economics เพื่อขจัดปัญหาโรคภัยไข้เจ็บและความยากจนของประเทศด้อยพัฒนาในทวีปแอฟริกา นับว่าเป็นงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จและมีผลกระทบต่อสังคมอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

 

ในอนาคต แม้ว่าเรื่องราวต่างๆ เช่น สภาวะทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า ความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) การฝากร่องรอยหรือรอยเท้าไว้บนโลกดิจิทัล (Digital Footprint) การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของมนุษย์ บนโลกดิจิทัลด้วยวิธี Big Data Analytics การศึกษาเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ Smart Education, Smart Active Digital Library, Machine Learning และ AI จะมีความสำคัญมากขึ้น แต่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะใช้งานเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด และไม่ควรละเลยคุณค่าของการสื่อสารแบบดั้งเดิมของมนุษย์ นั่นคือ การมีปฏิสัมพันธ์พบปะกันแบบ face-to-face